คำถาม
ละหมาดในญามาอะฮฺที่สอง หรือสาม ในมัสยิดนั้น ได้ผลบุญเท่ากัน (25 หรือ 27) กับการละหมาดพร้อมอีหม่ามในญามาอะฮฺแรกหรือไม่? และการละมาดญามาอะฮฺ 5-10 คน ในที่ทำงานหรือโรงเรียน จะได้รับผลบุญเหมือนกันกับ ผู้ที่ละหมาดในมัสยิดหรือไม่?.
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ
ประการแรก:
การละหมาดร่วมกันนั้นถือเป็นวาญิบ.
สิ่งนี้ถูกระบุโดยหลักฐานชัรอีย์ จากกุรอ่าน และซุนนะฮฺ. ดังเช่น อัลลอฮฺได้สั่งใช้ให้ละหมาดร่วมกันในสนามรบ, ดังนั้น มันจึงเป็นการเหมาะสมยิ่งกว่า ที่มันจะถือเป็นวาญิบ ในช่วงเวลาที่มีความมั่นคง และสงบสุข. สิ่งนี้ได้ถูกกล่าวถึงในคำตอบของคำถามหมายเลข. 120 และ 8918.
ประการที่สอง:
มันถือเป็นวาญิบ ในเรื่องของการละหมาดร่วมกันในมัสยิด, ไม่ใช่สถานที่ทำงาน หรือโรงเรียน.
สิ่งนี้ถูกใช้บังคับกับมุสลิมที่ได้รับมอบหมาย, เป็นผู้ชาย, มีความสามารถที่จะทำมันได้ และสามารถได้ยินเสียงอาซานจากมัสยิด โดยที่ไม่ใช้ลำโพงช่วย.
สิ่งนี้ถูกบ่งบอก จากความจริงที่ว่า ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) คิดที่จะเผาบ้านของผู้ที่ละหมาดที่บ้าน, แม้ว่าพวกเขาจะละหมาดกันเป็นญามาอะฮฺ (ละหมาดร่วมกัน) ก็ตาม.
มันถูกรายงานว่า อบูฮูร็อยเราะฮฺ (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : ศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ฉันคิดว่าจะสังให้มีการอีกอมะฮฺเพื่อเรียกร้องผู้คนให้มาละหมาด, จากนั้น ฉันก็จะบอกให้ชายคนหนึ่งนำละหมาดในมัสยิด, และฉันจะออกไปพร้อมกับผู้ชายที่แบกฟืน, และไปยังผู้คนที่ไม่มาร่วมละหมาด และเผาบ้านของพวกเขารอบๆพวกเขาเสีย.” บันทึกโดย อัล-บูคอรี (657) และมุสลิม (651).
สิ่งนี้ถูกกล่าวถึงในคำตอบของคำถามหมายเลข. 72398.
ดังนั้น จึงไม่มีการเปรียบเทียบกัน ระหว่างการละหมาดร่วมกันที่บ้าน กับการละหมาดรวมกันในมัสยิด. รางวัลหรือผลบุญ มาจากการละหมาดญามาอะฮฺ (ละหมาดร่วมกัน) ในมัสยิด. ผู้ที่ไม่ละหมาดญามาอะฮฺในมัสยิด และเลือกที่จะละหมาดญามาอะฮฺในบ้าน หรือในที่ทำงาน จะไม่ได้รับผลบุญของการละหมาดญามาอะฮฺในมัสยิด, หากเขาเป็นอิสระจากบาป ในสถานที่แรก.
ประการที่สาม:
ผู้ที่มีความจำเป็นหรือมีข้ออนุโลม ในการที่เขาไม่ไปละหมาดญามาอะฮฺในมัสยิดนั้น จะได้รับผลบุญ เช่นเดียวกันกับผู้ที่ละหมาดญามาอะฮฺ, แม้ว่าเขาจะละหมาดที่บ้านก็ตาม.
มุสลิมคนหนึ่งอาจได้รับข้อผ่อนผันให้ไม่ต้องละหมาดญามาอะฮฺในมัสยิด, อย่างเช่น หากเขาอยู่ไกล และเสียงของอาซานแบบปากเปล่า ไปไม่ถึงเขา, หรือเขาเจ็บป่วย, หรือมีความกลัว. ถ้าเป็นอย่างในกรณีนี้, เขาก็ควรละหมาดญามาอะฮฺกับสมาชิกในครอบครัวที่ไม่วาญิบละหมาดญามาอะฮฺ, หรือกับผู้ที่ได้รับการผ่อนผันเช่นเดียวกันกับเขา. นี่มันถูกต้องในการจำแนก ระหว่างการละหมาดญามาอะฮฺในมัสยิด และญามาอะฮฺของผู้คนเหล่านี้ ในแง่ของจำนวน. ญามาอะฮฺที่มีจำนวนคนที่มากกว่า นันเป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺ – และเราจะยกฮาดิษที่เกี่ยวข้องด้านล่าง – แต่มันไม่มีช่อง สำหรับการเปรียบเทียบกับผลบุญอื่นๆ, เช่น จำนวนการก้าวเดิน ของผู้ที่เดินไปละหมาดที่มัสยิด, หรือการมาละหมาดตั้งแต่เนิ่นๆ, และอัลลอฮฺได้เตรียมการต้อนรับในสวรรค์ ในทุกเวลาที่เขามาและไป, เป็นต้น. ผลบุญเหล่านี้จะไม่ได้รับ สำหรับผู้ที่ละหมาดในบ้านของเขา, เว้นแต่ว่าเขาเป็นผู้ที่มาละหมาดที่มัสยิดเป็นประจำ แต่วันหนึ่งเขาไม่สามารถทำมันได้ อันเนื่องมาจากความเจ็บป่วย หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ, ในกรณีนี้ ผลบุญจะถูกกำหนดสำหรับเขา ดังเช่นที่เขาเคยทำ, ตามที่ระบุไว้ในฮาดิษซอแฮะฮฺ จากท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน).
เชค อิบนฺ อูซัยมีน (ขออัลลอฮฺรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า :
สำหรับผู้ที่ได้รับการอนุโลม, ผลบุญจะถูกกำหนด หากเขาทำมันจนติดเป็นนิสัย ในเรื่องของการละหมาดญามาอะฮฺ, เพราะท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “หากคนๆหนึ่งได้รับความเจ็บป่วย หรือเดินทาง, จะมีการกำหนดสำหรับเขาในส่วนของผลบุญ ดังเช่นในสิ่งที่เขาเคยทำ เมื่อตอนที่เขายังมีสุขภาพดี หรือไม่ได้เดินทาง.”
อัล-ชัรฮฺ อัล-มุมตี’ (4/323).
หากคนๆหนึ่ง ไม่มีใครเลยที่จะละหมาดร่วมกัน, เขาอาจจะละหมาดคนเดียวได้, แต่การละหมาดที่มีคนมากกว่า, นั้นเป็นที่รักยิ่งกว่า ณ ที่อัลลอฮฺ.
ประการที่สี่:
หากคนๆหนึ่งจงใจขาดละหมาดญามาอะฮฺแรก (การละหมาดร่วมกับอีหม่ามคนแรกในมัสยิด), เขาก็จะได้รับบาป, แต่การละหมาดเป็นญามาอะฮฺของเขา นั้นดีกว่าการละหมาดคนเดียว, แม้ว่าเขาจะไม่ได้ผลบุญของการละหมาดกับญามาอะฮฺแรกก็ตาม
ผู้ที่มาละหมาดล่าช้า โดยไม่มีข้ออนุโลมใดๆ และตั้งใจที่จะมาละหมาดร่วมกันกับ ญามาอะฮฺที่สองหรือสาม (การละหมาดร่วมกันกับอีหม่ามคนที่สอง หรือสาม ในกรณีที่ญามาอะฮฺแรกละหมาดเสร็จแล้ว – ผู้แปลเป็นไทย)– ดังเช่นที่เกิดขึ้นในมัสยิดบางแห่ง – ก็ถือว่าบาป จากการจงใจขาดละหมาดในญามาอะฮฺแรก, และพวกเขาได้ถูกกีดกันจากผลบุญ แม้ว่าการละหมาดในญามาอะฮฺนั้น จะมีกลุ่มคนที่มากกว่าญามาอะฮฺแรกก็ตาม.
เชค อิบนฺ อูซัยมีน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:
สำหรับทัศนะ ของผู้ที่บอกว่า ถ้าพวกเขาละหมาดในมัสยิด, แม้ว่าจะเป็นการละหมาดหลังจากญามาอะฮฺแรก, พวกเขาก็จะได้รับผลบุญ 27 เท่า, สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง. ผลบุญ 27 เท่า บังคับใช้เฉพาะกับการละหมาดในญามาอะฮฺแรกเท่านั้น. ส่วนการละหมาดในญามาอะฮฺที่สองนั้น, ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การละหมาดเป็นญามาอะฮฺ นั้นดีกว่าการละหมาดคนเดียว, เพราะท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) กล่าวไว้เกี่ยวกับชายคนหนึ่ง ที่เข้าไปในมัสยิด และได้พลาดจากการละหมาด : “ใครที่จะบริจาคให้กับชายคนนี้ด้วยกับการ ละหมาดร่วมกันกับเขาบ้าง?” และคนๆหนึ่งก็ลุกขึ้นและละหมาดร่วมกันกับเขา. และท่าน (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ชายคนหนึ่งที่ละหมาดร่วมกันกับชายอีกสองคน นั้นดีกว่าการละหมาดร่วมกันกับชายหนึ่งคน, และถ้ามากกว่านั้น, ก็เป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺ, ซุบฮานาฮูวาตาอาลา.” แต่สำหรับการที่พูดว่า ญามาอะฮฺที่สองได้รับผลบุญเหมือนกันกับญามาอะฮฺแรกนั้น, สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง. ไม่อย่างนั้น ผู้คนก็จะไปมัสยิดกันเมื่อไหร่ก็ได้ ตามที่เขาต้องการ, และเขาก็จะละหมาดเป็นญามาอะฮฺแล้วกล่าวว่า, เราได้รับผลบุญ 27 เท่า. แต่ฉันไม่รู้จักใครเลยที่พูดเช่นนั้น, นั่นคือ, ที่พูดกันว่า การละหมาดในญามาอะฮฺที่สอง นั้นเหมือนกันกับญามาอะฮฺแรก ในแง่ของการได้รับผลบุญ 27 เท่า. ฉันไม่รู้จักใครเลยที่พูดเช่นนี้.
ลิกอ อัล-บาบ อิล-มัฟตูฮฺ (44/คำถามหมายเลข. 10).
แต่ถ้าคนๆหนึ่งมาละหมาดล่าช้าเพราะมีข้ออนุโลม, และเขาได้เข้าไปในมัสยิด ในตอนที่ละหมาดเสร็จสิ้นกันแล้ว, ผลบุญของการละหมาดญามาอะฮฺ ก็จะถูกกำหนดสำหรับเขา แม้ว่าเขาจะละหมาดคนเดียวก็ตาม.
มันถูกรายงานจาก อบู ฮูร็อยเราะฮฺ (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่าน) ว่าศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “หากคนๆหนึ่งอาบน้ำละหมาด และทำมันอย่างดี, และออกไปยังมัสยิด และพบว่าผู้คนได้ละหมาดกันแล้ว, อัลลอฮฺจะกำหนดให้กับเขาในส่วนของผลบุญ เช่นเดียวกับผู้ที่ละหมาดร่วมกัน, และนั่นจะไม่ไปทำลายอะไรเลยจากผลบุญของพวกเขา.”
บันทึกโดย อบูดาวูด (564), อัล-นาซาอี (855); ให้สถานะซอฮิฮฺโดย อัล-อัลบานี ในซอฮิฮฺ อบี ดาวูด.
ใน อูน อัล-มะบูด (2/192) กล่าวว่า :
สิ่งนี้บังคับใช้ หากความล่าช้านั้นไม่ได้เกิดจากข้อบกพร่องใดๆ. จบการอ้าง.
และอัลลอฮฺรู้ดีที่สุด.