คำถาม
มันถือว่าทำได้หรือไม่ ในการเปลี่ยนนียัตของการละหมาด หลังจากที่ได้เริ่มมันแล้ว?.
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์.
ชัยค์ อิบน์ อูซัยมีน ถูกถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนเนียตในละหมาด.
ท่านตอบว่า :
การเปลี่ยนเนียตหมายถึง ทั้งการเปลี่ยนมันจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหนึ่ง ไปยังอีกสิ่งหนึ่ง, หรือจากสิ่งทั่วไป ไปยังสิ่งที่เฉพาะเจาะจง. สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง, แต่หากมันถูกเปลี่ยนจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจง ไปยังสิ่งทั่วไป, มันก็ไม่มีความผิดกับสิ่งนั้น.
ยกตัวอย่าง :
การเปลี่ยนจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหนึ่ง ไปยังอีกสิ่งหนึ่ง : คนๆหนึ่งต้องการเปลี่ยนละหมาดซุนนะฮ์ดูฮา ไปสู่การละหมาดฟัจร์ (เปลี่ยนเนียตจากดูฮา เป็นละหมาดซุบฮี) ซึ่งเขาได้พลาดจากมัน และต้องการละหมาดชดใช้. เขากล่าวตักบีรด้วยกับเนียต 2 ร็อกอะฮ์ของดูฮา, จากนั้นเขานึกขึ้นได้ว่า เขายังไม่ได้ละหมาดฟัจร์, ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนมันไปสู่การละหมาดฟัจร์. สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง, เพราะการละหมาดฟัจร์ คือ 2 ร็อกอะฮ์ ซึ่งเขาควรเนียต ตั้งแต่เริ่มทำการละหมาด.
ตัวอย่างอื่นๆ คือ คนๆหนึ่งได้เริ่มละหมาดอัสรี, แต่ขณะละหมาด เขานึกขึ้นได้ว่า เขายังไม่ได้ละหมาดซุฮ์รี, ดังนั้นเขาจึงเนียตให้ละหมาดนี้เป็นซุฮ์รี. สิ่งนี้ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง, เพราะการเนียตสำหรับละหมาดที่เฉพาะเจาะจงนั้น จะต้องมีตั้งแต่แรก.
ส่วนการเปลี่ยนจากสิ่งทั่วไป ไปสู่สิ่งที่เฉพาะเจาะจง, เช่น หากคนๆหนึ่งเริ่มละหมาดทั่วไป (นั่นคือ, นาฟิล), จากนั้นเขานึกขึ้นได้ว่า เขายังไม่ได้ละหมาดฟัจร์ หรือซุนนะฮ์ของฟัจร์, ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนเนียตของเขาไปยังละหมาดฟัจร์ หรือซุนนะฮ์ของฟัจร์ – สิ่งนี้ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน.
แต่ถ้าเขาเปลี่ยนจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจง ไปยังสิ่งทั่วไป, เช่น หากเขาเริ่มละหมาดด้วยกับเนียต ที่มันคือละหมาดฟัจร์, จากนั้นขณะเขาละหมาด เขานึกขึ้นได้ว่า เขาได้ทำการละหมาดนี้ไปแล้ว, ในกรณีนั้นเขาอาจเปลี่ยน เนียตเดิมของเขา ไปสู่เนียตละหมาดหนึ่ง (ไปสู่เนียตละหมาดทั่วไป-ผู้แปลเป็นไทย).
ตัวอย่างอื่นๆ คือ คนๆหนึ่งซึ่งได้เริ่มละหมาดวาญิบด้วยกับตัวเขาเองคนเดียว, จากนั้นก็มีกลุ่มหนึ่ง (ญามาอะฮ์) มาพร้อมกัน, และเขาต้องการเปลี่ยนละหมาดวาญิบของเขา ไปสู่ละหมาดนาฟิล (ละหมาดซุนนะฮ์-ผู้แปลเป็นไทย) ดังนั้นเขาอาจจะทำให้มันสั้นลง และละหมาดเพียง 2 ร็อกอะฮ์เท่านั้น, จากนั้นก็ละหมาดวาญิบพร้อมกับกลุ่มนั้น. สิ่งนี้เป็นที่อนุญาต, เพราะเขาได้เปลี่ยนจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจง ไปยังสิ่งทั่วไป.
ดังนั้นหลักการคือ :
การเปลี่ยนจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหนึ่ง ไปยังอีกสิ่งหนึ่ง นั้นไม่ถูกต้อง; การเปลี่ยนจากสิ่งทั่วไป ไปยังสิ่งที่เฉพาะเจาะจง นั่นไม่ถูกต้อง; การเปลี่ยนจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจงไปยังสิ่งทั่วไปนั้นถูกต้อง.
จบการอ้างจาก มัจมุอ์ ฟาตาวา อัล-ชัยค์ อิบน์ อูซัยมีน, 12/ คำถามหมายเลข. 347.
ชัยค์ยังถูกถามอีกว่า:
มันถือเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ในการเปลี่ยนเนียตหนึ่ง จากสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหนึ่ง ไปยังอีกสิ่งหนึ่ง?
ท่านตอบว่า : มันไม่ถือเป็นที่อนุญาตในการเปลี่ยนเนียตหนึ่ง จากสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหนึ่ง ไปยังอีกสิ่งหนึ่ง, หรือจากสิ่งทั่วไป ไปยังสิ่งที่เฉพาะเจาะจง. ค่อนข้างที่มันจะเป็นที่อนุญาต เฉพาะการเปลี่ยนเนียตหนึ่ง จากสิ่งที่เฉพาะเจาะจง ไปยังสิ่งทั่วไป.
ตัวอย่างหนึ่งของกรณีแรก, การเปลี่ยนเนียตหนึ่ง จากสิ่งที่เฉพาะเจาะจงหนึ่ง ไปยังอีกสิ่งหนึ่ง, คือการเปลี่ยนเนียตจากละหมาดซุฮ์รี ไปยังละหมาดอัสรี. ในกรณีนี้ การละหมาดซุฮ์รีนั้นถือเป็นโมฆะ, เพราะเขาได้เปลี่ยนจากมัน, และเขายังไม่ได้เริ่มละหมาดอัสรี เพราะเขาไม่ได้เนียตมันตั้งแต่เริ่ม. ในกรณีนั้น ทั้งสองละหมาดจะต้องถูกชดใช้.
ตัวอย่างกรณีที่สอง, การเปลี่ยนจากสิ่งทั่วไป ไปยังสิ่งที่เฉพาะเจาะจง, คือเมื่อคนๆหนึ่งได้เริ่มละหมาดนาฟิล (ละหมาดซุนนะฮ์-ผู้แปลเป็นไทย) ทั่วไป, จากนั้นก็ได้เปลี่ยนเนียตไปยังละหมาดนาฟิลที่เฉพาะเจาะจง, จากนั้นเขาได้เปลี่ยนมันไปสู่การละหมาดซุนนะฮ์ประจำ, นั่นคือ, คนๆหนึ่งเริ่มละหมาดด้วยกับละหมาดทั่วไป, จากนั้นเขาต้องการทำมันให้กลายเป็นละหมาดซุนนะฮ์ประจำของซุฮ์รี – ยกตัวอย่าง. แต่สิ่งนี้ไม่นับเป็นละหมาดซุนนะฮ์ประจำ, เพราะเขาไม่ได้เนียตตั้งแต่เริ่ม.
ตัวอย่างหนึ่งของกรณีที่สาม, การเปลี่ยนจากสิ่งที่เฉพาะเจาะจง ไปยังสิ่งทั่วไป, คือเมื่อคนๆหนึ่งตั้งใจละหมาดซุนนะฮ์ประจำของมัฆริบ, จากนั้นเขาตัดสินใจทำมันให้กลายเป็นละหมาดซุนนะฮ์ทั่วไป. สิ่งนี้ถูกต้อง และไม่ทำให้ละหมาดเป็นโมฆะ, เพราะการเนียตละหมาดที่เฉพาะเจาะจง รวมถึงการเนียตในการละหมาดทั่วไป, ดังนั้นหากการเนียตที่เฉพาะเจาะจงถูกยกเลิก, การเนียตทั่วไปยังคงอยู่, แต่ถ้าเขาทำเช่นนั้น, การละหมาดซุนนะฮ์ประจำของเขา ก็จะไม่ถูกนับ เพราะเขาได้เปลี่ยนจากมัน. (กรณีเปลี่ยนจากละหมาดที่เฉพาะเจาะจง ไปยังละหมาดทั่วไป ละหมาดแรกนั้นไม่ถูกนับ แต่ละหมาดที่สองถูกนับ-ผู้แปลเป็นไทย)
จบการอ้างจาก มัจมุอ์’ ฟาตวา อัล-ชัยค์ อิบน์ อูซัยมีน, 12/ คำถามหมายเลข. 348.
และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.