แปลจากคำถามหมายเลข 3075

เผยแพร่เมื่อ : 20-01-1999

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม
หากคนๆหนึ่งเห็นรู บนเสื้อผ้าของพวกเขา, และคิดว่า เขาหรือเธอ ได้ทำการละหมาดในสภาพดังกล่าว (ในสภาพที่เอาเราะฮ์ถูกมองเห็นผ่านรูนั้น) ในบางเวลา, การละหมาดของเขาหรือเธอ จะต้องทำการละหมาดใหม่หรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น, และบุคคลนั้นไม่รู้ว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นนานแค่ไหนแล้ว, พวกเขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาได้ละหมาดชดใช้จนครบทุกเวลาแล้ว?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

บรรดานักวิชาการ, ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาพวกท่าน, เห็นพ้องกันว่าการปกปิดเอาเราะฮ์ คือเงื่อนไขของความถูกต้องในการละหมาด. หลักฐานสำหรับสิ่งนี้คือ อายะฮ์ (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า): โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย! จงประดับประดาตัวของพวกเจ้า (ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด) ในขณะละหมาด [อัล-อะร็อฟ 7:31]

เงื่อนไขของเสื้อผ้าที่ปกปิดเอาเราะฮ์อย่างถูกต้อง มีดังนี้:

พวกเขาไม่ควรแสดงรูปร่าง หรือรูปทรงของร่างกาย; หากพวกเขาทำเช่นนั้น, สิ่งนี้นั้นไม่ดี เพราะมันไม่ใช่การปกปิดที่ถูกต้อง.

พวกมันควรสะอาด (ตอฮิร). หากเสื้อผ้านั้นไม่สะอาดหรือสกปรก (นาญิส), มันก็ไม่ถูกต้อง ในการละหมาดด้วยกับการสวมใส่พวกมัน, เพราะมันฮารอมในการมีสิ่งสกปรก (นาญาซะฮ์) บนร่างกายหรือเสื้อผ้าของคนๆหนึ่งในขณะละหมาด. อัลลอฮ์กล่าว (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า) : และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด! [อัล-มุดดัซซิร 74:4]. มันถูกรายงานว่า เด็กทารกชายคนหนึ่ง ที่ยังไม่ทานอาหารแข็ง ถูกนำไปยังท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน), และท่านก็วางเด็กทารกนั่งบนตักของท่าน. เด็กทารกได้ปัสสาวะบนตักของท่าน, และท่านก็ได้ขอน้ำ และเทมันบนน้ำฉี่. ความจริงที่ว่านั้น ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้เร่งรีบในการล้างฉี่เด็กจากเสื้อผ้าของท่าน บ่งชี้ว่ามันเป็นวาญิบ ในการทำความสะอาด เสื้อผ้าที่สิ่งสกปรกอยู่บนพวกมัน.

พวกมันควรถูกอนุญาต, ไม่เป็นที่ฮารอม (หากว่ามันสะอาด-ผู้แปลเป็นไทย), ไม่ว่าพวกมันจะฮารอมในตัวหรือไม่ก็ตาม, อย่างเช่น เป็นเสื้อผ้าที่ทำจากไหม, หรือฮารอมเนื่องจากวิธีการที่มันถูกทำ, อย่างเช่น เป็นเสื้อผ้าที่ยาวเลยข้อเท้า, หรือฮารอมเนื่องจากวิธีการที่ได้พวกมันมา, อย่างเช่น เป็นเสื้อผ้าที่ถูกยึดมาโดยกำลัง หรือขโมย.

เกี่ยวกับเรื่องของเอาเราะฮ์ถูกเปิดเผยในระหว่างละหมาด, อัชชาฟีอี, ขออัลลออ์ทรงเมตตาท่าน, กล่าวว่า : มันดีพอสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในการละหมาดโดยที่เอาเราะฮ์ของพวกเขาถูกปกปิด. เอาเราะฮ์ของผู้ชายคือสิ่งที่ฉันได้อธิบายไปแล้ว (นั่นคือ, จากสะดือถึงหัวเข่า), และทั้งหมดของผู้หญิงนั้นคือเอาเราะฮ์, เว้นแต่ใบหน้าและมือของพวกนาง. ส่วนบนของเท้านางก็เป็นเอาเราะฮ์. หากในระหว่างละหมาด ส่วนใดในบริเวณระหว่างสะดือและเข่าของผู้ชาย ไม่ถูกปกปิด, หรือส่วนใดๆของเส้นผมผู้หญิง, ไม่ว่ามันจะมากหรือน้อย, หรือส่วนใดๆในร่างกายของนาง เว้นแต่ใบหน้าและมือของนาง และข้อมือ และมากกว่านั้น ไม่ถูกปกปิด, ไม่ว่าพวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม, ทั้งสอง (ผู้ชายและผู้หญิง) ก็ต้องทำการละหมาดใหม่ เว้นแต่ว่ามันถูกเปิดเผยเนื่องจากลม, หรือมันถูกเลื่อน และถูกปกปิดในทันทีโดยไม่ชักช้า (ไม่นานมากนัก ในการที่เสื้อผ้าถูกยกขึ้น และปกปิดกลับทันที.) (อัชชาฟีอี, กีตาบ อัล อุม, บาบ กัยฟียาต ลิบซ์ อัซซิยาบ ฟิล-ซอลาฮ์).

อิบน์ กุดามะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวไว้ในหนังสือ อัล-มุฆนี : หมวดว่าด้วย : หากส่วนน้อยของเอาเราะฮ์ไม่ถูกปกปิด, สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ละหมาดเป็นโมฆะ. นี่คือทัศนะของอะฮ์มัด และอบู ฮานีฟะฮ์. อัชชาฟีอี กล่าวว่า : มันทำให้ละหมาดเป็นโมฆะ เพราะมันเป็นฮูก่มที่เกี่ยวข้องกับเอาเราะฮ์, และมันเหมือนกัน ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือมากก็ตาม, มันเป็นกรณีที่มีการมอง (ไปยังเอาเราะฮ์). เรามีสิ่งที่ถูกรายงานโดย อบู ดาวูด, ด้วยกับอิสนาดของเขา จากอัยยูบ, จาก อัมร์ อิบน์ ซาลามะฮ์ อัล-ญัรมี, ซึ่งกล่าวว่า : พ่อของฉันได้ไปกับกลุ่มหนึ่งจากผู้คนของเขา ไปยังท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน), และท่านได้สอนพวกเขาเกี่ยวกับการละหมาด. ท่านกล่าวว่า, คนที่อ่านอัลกุรอ่านดีที่สุดในหมู่พวกท่าน ควรนำละหมาดแก่พวกท่าน. ฉันอ่านอัลกุรอ่านได้ดีที่สุด, ดังนั้นพวกเขาจึงแต่งตั้งฉัน. ฉันเคยนำละหมาดพวกเขาในละหมาด ได้สวมใส่บุรดะฮ์อันเล็กสีเหลือง (เสื้อคลุมหรือเสื้อผ้า), และเมื่อฉันซูญูด, เอาเราะฮ์ของฉันก็ถูกเปิดออก. ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวว่า, จงปกปิดเอาเราะฮ์ของผู้อ่านให้พวกเราด้วย! ดังนั้น พวกเขาจึงซื้อเสื้อโอมานีให้กับฉัน, และฉันไม่เคยยินดีเหนือสิ่งใด นอกจากอิสลาม เท่าที่ฉันยินดีเหนือสิ่งดังกล่าว. บันทึกโดย อบู ดาวูด. อัน-นะซา’อี ก็ได้รายงานจาก อาซิม อัล-อะฮ์วัล, จากอัมร์ อิบน์ ซาลามะฮ์, ซึ่งกล่าวว่า : ฉันเคยนำพวกเขาในละหมาด สวมใส่บุรดะฮ์ ทำจากชิ้นส่วนสองชิ้นติดกัน ซึ่งมันมีช่องว่างอยู่. เมื่อฉันซูญูดด้วยกับมัน, ด้านหลังของฉันก็ปรากฏออก. สิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดา และไม่ถูกประณาม, และฉันไม่เคยได้ยินว่าท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) หรือคนใดในหมู่ซอฮาบะฮ์ของท่านได้ประณามมัน, เพราะการละหมาดยังคงใช้ได้แม้ว่าจะเป็นปัญหาที่รุนแรงก็ตาม ในกรณีที่มีข้อแก้ตัว, และเราควรแยกแยะระหว่างว่า มันเป็นปัญหาที่รุนแรงหรือไม่ ในกรณีที่ไม่มีข้อแก้ตัว; มันเหมือนกรณีของการเดินในระหว่างละหมาด. การหลีกเลี่ยงเรื่องเล็กๆน้อยๆอาจเป็นเรื่องยากเกินไป, ดังนั้น เรื่องเล็กๆน้อยๆจึงได้รับการอนุโลม, เช่นเดียวกับกรณีของเลือด. ครั้งนี้มีความชัดเจน, คำนิยามของคำว่ามาก คือสั่งนั้นน่ารังเกียจที่จะมองไป, และในกรณีนี้ ไม่มีความแตกต่าง ระหว่างอวัยวะในส่วนลับ และส่วนอื่นๆของเอาเราะฮ์. เล็กๆน้อยๆคือ สิ่งที่ไม่เป็นที่น่ารังเกียจ, และจุดที่อ้างอิงคือ สิ่งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ, ยกเว้นอวัยวะในส่วนลับ ซึ่งน่ารังเกียจกว่าสิ่งอื่น, ดังนั้น สิ่งนั้นจึงถือว่าเป็นอุปสรรคของการละหมาด สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ อิสลามไม่ได้ให้คำนิยามไว้ เกี่ยวกับสิ่งที่น่ารังเกียจดังกล่าว, ดังนั้นจุดที่อ้างอิงก็คือ ธรรมเนียมปฏิบัติ, เช่นเดียวกับที่ใช้ในกรณีของการเคลื่อนไหวมากเกินไป ในระหว่างละหมาด

หากรูเหล่านี้ ทำให้เห็นสิ่งที่ธรรมเนียมปฏิบัติถือว่ามากเกินไปของเอาเราะฮ์, และมันทำให้มองเห็นในระยะเวลาหนึ่ง, หรือมันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดพวกมัน เพราะเสื้อผ้านั้นเล็กมาก, ยกตัวอย่าง, ดังนั้นการละหมาดก็ถือว่าใช้ไม่ได้, เพราะการปกปิดเอาเราะฮ์คือหนึ่งในเงื่อนไขของการละหมาด, และหากมีหนึ่งเงื่อนไขที่ไม่ครบ โดยไม่มีข้อแก้ตัวที่ใช้ได้ อย่างเช่น ไม่มีความสามารถที่จะมีมัน, ดังนั้นการละหมาดก็จะใช้ไม่ได้. คุณต้องทำการละหมาดใหม่ในละหมาดที่คุณได้สวมใส่เสื้อผ้านี้ไป. หากคุณไม่รู้ว่าพวกมันมีกี่เวลา (ละหมาดที่ได้ใส่เสื้อผ้าดังกล่าวไป-ผู้แปลเป็นไทย), คุณก็ควรทำในสิ่งที่คุณมั่นใจ. ยกตัวอย่างเช่น, หากคุณคิดว่าอาจจะเป็นสี่เวลา หรือสามเวลา หรือห้า เวลา, แต่มั่นใจว่าไม่เกินกว่าห้าแน่นอน, ดังนั้นจำนวนที่คุณมั่นใจในกรณีนี้ ก็จะเป็นห้าเวลา, และอะไรทำนองนั้น. และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น