แปลจากคำถามหมายเลข 2841

เผยแพร่เมื่อ : 28-09-1998

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

ชีสฮาลาลหรือไม่ หากมันทำมาจากเอนไซม์(น้ำย่อย)ของเนื้อสัตว์ที่ฮารอม (ไม่ได้เชือดตามหลักอิสลาม) เนื่องจากน้ำย่อยยังคงมีอยู่ในขณะที่สัตว์ตายแล้ว นั่นคือน้ำย่อยยังไม่ตายในตอนที่สัตว์ถูกฆ่าแล้ว.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

ก่อนจะตอบคำถาม, มันสำคัญที่จะต้องรู้ว่าเยื่อบุผิวกระเพาะคืออะไร.

อัล-ฟัยรูซอาบีดี กล่าวไว้ใน อัล-กอมูส อัล-มูฮีต (หน้า. 313), ภายใต้คำจำกัดความของคำว่า นา ฟา ฮา : อัล-อินฟาฮะฮ์ และ อัล-มินฟาฮะฮ์ และ อัล-บินฟาฮะฮ์ ทั้งหมดนี้หมายถึงสิ่งที่มีสีเหลือง ซึ่งสกัดมาจากกระเพาะของลูกแพะที่ยังไม่หย่านม.

อินฟาฮะฮ์ (เยื่อบุผิวกระเพาะ) ถูกจำกัดความไว้ใน อัล-เมาซูอะฮ์ อัล-ฟิกฮิยยะฮ์ ไว้ดังนี้ : “มันคือสารสีเหลือง-อมขาว ([ในเส้นเลือดที่ผิวหนัง] – ประโยคนี้ดูเหมือนจะไม่เหมาะในที่นี้) ที่สกัดมาจากกระเพาะอาหารของลูกสัตว์ที่ยังไม่หย่านม หรือแกะ. เมื่อสารนี้ได้เพิ่มเข้าไปในนม, มันจะแข็งตัวและกลายเป็นชีส. ในบางภูมิภาคที่พูดภาษาอาหรับ, ผู้คนเรียกเยื่อบุผิวกระเพาะว่า มูญับบีนะฮ์ (ตัวทำชีส), และเรียกกระเพาะ (ที่ซึ่งได้นำเยื่อบุผิวกระเพาะมาจากมัน) ว่า กุรช์ หากสัตว์นั้นกินหญ้า

ฮูก่มของอิสลาม เกี่ยวกับเยื่อบุผิวกระเพาะ ที่ได้มาจากสัตว์ ซึ่งถูกเชือดตามหลักชารีอะฮ์, มันก็ถือว่าสะอาด (ตอฮิร) และสามารถทานได้. สิ่งนี้นั้น ตามมัซฮับฮานาฟี, มัซฮับมาลีกี, มัซฮับชาฟีอี และมัซฮับฮันบาลี.

ส่วนการกินเยื่อบุผิวกระเพาะ ที่ได้มาจากสัตว์ที่ตายเองตามธรรมชาติ, หรือไม่ได้ถูกเชือดตามหลักชารีอะฮ์นั้น, ตามความหมายที่ชัดเจนของทัศนะที่รายงานจากนักวิชาการส่วนใหญ่ ในมัซฮับมาลีกี, มัซฮับชาฟีอี และมัซฮับฮันบาลี กล่าวว่า, มันถือว่าไม่สะอาด (นาญิส) และไม่ควรกินมัน. พวกเขายึดฮูก่มนี้จากอายะฮ์ (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า): “ได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้าแล้ว) ซึ่ง: อัล-มัยตาตะฮ์ (สัตว์ตาย- ปศุสัตว์-สัตว์ที่ไม่ถูกเชือด)” [อัล-มาอีดะฮ์ 5:3] – เยื่อบุผิวกระเพาะนั้นกลายเป็นไม่สะอาด โดยมาจากการตายของสัตว์, และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาความไม่สะอาดนั้นออกไป. [ประโยคถัดไปนั้นไม่ชัดเจน]

อีหม่าม อัน-นาวาวี กล่าวไว้ใน อัล-มัจมุอ์’ (9/68): “อุมมะฮ์ยอมรับว่า มันถือเป็นที่อนุญาตในการกินชีส ตราบใดที่มันไม่ได้ไปผสมกับสิ่งที่ไม่สะอาด, เช่นการเพิ่มเยื่อบุผิวกระเพาะ จากแหล่งที่ไม่ฮาลาล เพราะมันไม่ถูกเชือดตามหลักชารีอะฮ์. สิ่งนี้เป็นอิจมะอ์’ (มติเอกฉันท์ของนักวิชาการ) เป็นหลักฐานสำหรับการอนุญาต.”

ทัศนะที่สอง, ซึ่งเป็นทัศนะของ อบูฮานีฟะฮ์ และถือเป็น 1 จาก 2 ทัศนะ ที่รายงานจากอีหม่ามอะฮ์มัด, คือ เยื่อบุผิวกระเพาะที่มาจากสัตว์ตาย หรือสัตว์ที่ไม่ถูกเชือดตามหลักชารีอะฮ์ นั้นถือว่ายังคงตอฮิร (สะอาด). สิ่งนี้คือทัศนะซึ่ง ชัยคุลอิสลาม อิบน์ ตัยมียะฮ์ คิดว่าถูกต้องที่สุด ใน อัล-ฟาตาวา (21/102), ที่ท่านกล่าวว่า: “มีโอกาสมาก ว่าชีสของพวกเขา (พวกบูชาไฟ) นั้นฮาลาล, และเยื่อบุผิวกระเพาะ และนมของสัตว์ตาย นั้นตอฮิร (สะอาด).” ที่อื่นๆใน อัล-ฟาตาวา (35/154) ท่านกล่าวว่า : “เกี่ยวกับชีสที่ทำมาจากเยื่อบุผิวกระเพาะของพวกเขา (บางคนในหมู่ กาเฟรกลุ่มบาตีนี) , มันคือ 2 ทัศนะที่รู้กันดี, กรณีของเยื่อบุผิวกระเพาะจากสัตว์ที่ถูกเชือดโดยผู้บูชาไฟ และคริสเตียน, และเยื่อบุผิวกระเพาะจากสัตว์ตาย, ซึ่งกล่าวกันว่าพวกเขาไม่เชือดสัตว์ของพวกเขาอย่างถูกต้อง. มัซฮับอีหม่ามอบูฮานีฟะฮ์และอีหม่ามอะฮ์มัด, ตามทัศนะอื่นของท่าน, กล่าวว่าชีสนี้ฮาลาล, เพราะเยื่อบุผิวกระเพาะ ที่มาจากสัตว์ตายนั้นตอฮิร (สะอาด), ตามทัศนะนี้, และเพราะ (เอนไซม์ที่อยู่ใน) เยื่อบุผิวกระเพาะนั้นยังไม่ตาย ในขณะที่สัตว์มันตาย (ดังนั้น, จึงใช้แนวคิด “ภาชนะที่ไม่สะอาด ไม่ได้ทำให้สิ่งที่อยู่ข้างในภาชนะนั้น กลายเป็นไม่สะอาดตามมันด้วย” ) . มัซฮับมาลีกี, มัซฮับชาฟีอี และมัซฮับฮันบาลี, ตามทัศนะอื่นของท่าน, ระบุว่าชีสนี้นาญิส (ไม่สะอาด), เพราะเยื่อบุผิวกระเพาะ นั้นไม่สะอาด ตามทัศนะนี้, ตามที่พวกเขาเห็นว่านม และเยื่อบุผิวกระเพาะของสัตว์ตาย นั้นไม่สะอาด. ในกรณีที่เนื้อสัตว์ถูกจัดว่าไม่สะอาด เพราะมันไม่ถูกเชือดอย่างถูกต้อง, เนื้อสัตว์นั้นถือได้ว่าเหมือนกับเนื้อสัตว์ตาย. ทั้งสองทัศนะนั้น อ้างหลักฐานจากรายงานจากซอฮาบะฮ์. กลุ่มแรกระบุว่า ซอฮาบะฮ์เคยกินชีสของพวกบูชาไฟ, ในขณะที่กลุ่มที่สองระบุว่า ซอฮาบะฮ์เคยกิน ชีสที่พวกเขาคิดว่าเป็นของคริสเตียน. เกี่ยวกับปัญหานี้, ผู้ตาม (มุสลิมทั่วไป) ต้องตามผู้รู้ซึ่งแนะนำเขา ให้ตาม 1 ใน 2 ทัศนะนี้.

ใส่ความเห็น