แปลจากคำถามที่ 23496

เผยแพร่เมื่อ : 11-01-2003

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

มีรายงานจากท่านศาสนทูต (ขอความสันติ และความจำเริญจากอัลลอฮฺ จงมีแด่ท่าน) ว่า, “เมื่อผู้หญิงย่างเข้าสู่วัยรุ่น, เธอไม่ควรถูกมอง เว้นแต่ใบหน้าและมือ” เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่? ผู้หญิงมุสลิมควรแต่งตัวอย่างไร, บนพื้นฐานของเรื่องนี้? และถ้าการสวมใส่ฮีญาบนั้น จะเป็นปัญหาสำหรับผู้หญิง ในสังคมที่เธออาศัยอยู่ เธอควรทำอย่างไร?.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ.

ฮาดีษที่กล่าวถึงในคำถามนั้น ถูกรายงานโดย อบู ดาวูด (4104) จาก อัล-วาลีด จากซาอีด อิบนฺ บาชีร จาก กอตาดะฮฺ จากคอลีด อิบนฺ ดูร็อยกฺ จาก อาอีชะฮฺ (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่านด้วย),ว่า อัสมาอฺ’ บินตี อบี บักรฺ ได้มาหาท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) โดยใส่เสื้อผ้าที่บาง. แล้วท่านศาสนทูตของอัลอฮฺ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) ได้หันไปหาเธอและกล่าวว่า, “โอ้ อัสมาอฺ’, เมื่อผู้หญิงได้ย่างเข้าสู่วัยที่มีประจำเดือน, เธอก็ไม่ควรถูกมอง เว้นแต่สิ่งนี้ และสิ่งนี้” – และท่านได้ชี้ไปยังใบหน้า และมือ.

อบู ดาวูด กล่าวว่า : นี่คือฮาดีษมุรซัล; เพราะ คอลิด อิบนฺ ดูร็อยกฺ ไม่เคยพบกับท่านหญิง ‘อาอีชะฮฺ (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่านด้วย).

ฮาดีษดังกล่าว อยู่ในสถานะดออีฟ (อ่อน) และไม่สามารถที่จะนำมาใช้เป็นหลักฐาน. ซึ่งเหตุผลที่มัน ดออีฟ นั้น ก็มีดังนี้:

1 – สายรายงานไม่ต่อเนื่อง, ตามที่ถูกระบุโดย อีหม่าม อบู ดาวูด (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่านด้วย) ท่านกล่าวว่า, “นี่คือฮาดีษมุรซัล; คอลีด อิบนฺ ดูร็อยก์ ไม่เคยพบกับท่านหญิงอาอีชะฮฺ.”

2 – ในสายรายงานนั้น มีชื่อของ ซาอีด อิบนฺ บาชีร อัล-อัซดี (หรือถูกเรียกว่า อัล-บัซรี) อบู อับดุลเราะฮฺมาน. นักวิชาการฮาดีษบางท่าน ถือว่าเขา ซีเกาะฮฺ (เชื่อถือได้), แต่ อะฮฺหมัด, อิบนฺ มาอีน, อิบนฺ อัล-มาดีนี, อัล-นาซาอี, อัล-ฮากีม และ อบู ดาวูด ถือว่าเขานั้นดออีฟ. (อ่อน).

มูฮัมมัด อิบนฺ ‘อับดุลเลาะฮฺ อิบนฺ นูมัยรฺ ได้พูดถึงเขาว่า : ฮาดีษของเขาถูกปฏิเสธ และเขานั้นไม่มีความน่าเชื่อถือ, และเขานั้นไม่แข็งแรงในฮาดีษ. เขาเล่ารายงานที่มุงกัร จาก กอตาดะฮฺ.

อิบนฺ ฮิบบาน พูดถึงเขาว่า : เขามีความจำที่ไม่ดี และมีข้อผิดพลาดมากมาย.

อัล-ฮาฟีซ อิบน. ฮาญัร พูดถึงเขาว่า : (เขานั้น) ดออีฟ.

3 – ในสายรายงานนั้น มีชื่อของ กอตาดะฮฺ ซึ่งเขานั้นมูดัลลิส (หมายถึง, ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด เกี่ยวกับสายรายงานฮาดีษ) และไม่ได้ระบุชัดเจน ว่าเขาได้ยินฮาดีษจากผู้อื่น. และในสายรายงานยังมีชื่อของ อัล-วาลีด อิบนฺ มุสลิม ซึ่งเป็นผู้ที่ อัล-ฮาฟีซ พูดถึงว่า : (เขานั้น) เชื่อถือได้ แต่เขานั้นมูดัลลิส และไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน ว่าเขาได้ยินฮาดีษจากผู้อื่น.

นี่คือข้อผิดพลาดในฮาดีษ เพราะเป็นฮาดีษที่ถูกตัดสินว่าดออีฟ (อ่อน). ดูฟัตวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, มาจัลลัต อัล-บูฮูซ, 21/68.

และถึงแม้ว่า ถ้าเราสมมติว่าฮาดีษนี้ซอฮิฮฺ หรือสมมติว่ามันมีสายรายงานที่แข็ง, นักวิชาการก็จะกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่จะถูกสั่งใช้เรื่องฮีญาบ. ซึ่ง อิบนฺ กูดามะฮฺ กล่าวว่า: “เกี่ยวกับฮาดีษของอัสมาอฺ’ นั้น, มันถูกเข้าใจว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก่อนที่โองการเกี่ยวกับฮีญาบ จะถูกประทานลงมา.”

เชค มูฮัมมัด อิบนฺ ‘อูซัยมีน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่านด้วย) กล่าวว่า : “และถึงแม้ว่าเราจะถือว่ามันซอฮิฮฺ, มันก็จะถูกตีความว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก่อนที่บัญญัติเรื่องฮีญาบจะถูกประทานลงมา.” ดูที่ ‘เอาดาต อัล-ฮีญาบ, 3/336.

ถ้าเราดูในเนื้อหาของฮาดีษ , เราจะพบว่ามันเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่ง, เพราอัสมาอฺ’ (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่านด้วย) นั้นเป็นคนที่เคร่งศาสนามาก และมีความถ่อมตน, ดังนั้นเธอไม่น่าจะใส่เสื้อผ้าที่บางแบบนี้ มาปรากฎตัวต่อหน้าท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน).

ทัศนะที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น มันถือเป็นที่วาญิบสำหรับผู้หญิง ในการปกปิดร่างกายทั้งหมด ต่อหน้าผู้ชายที่ไม่ใช่มะฮฺรอม. ดูคำถามที่. 21134.

ถ้าการสวมใส่ฮีญาบ สร้างปัญหาสำหรับผู้หญิง ในสังคมที่เธออาศัยอยู่, เธอก็จงอดทน และแสวงหาผลบุญจากปัญหาที่เธอต้องเจอ เพื่อประโยชน์ในการยึดมั่นในศาสนา และการเชื่อฟังพระเจ้าของเธอ. เรามีแบบอย่างที่ดี จากบรรพชนของเรา, ขออัลลอฮฺทรงพอใจพวกเขาด้วย, เพราะพวกเขาถูกข่มเหงรังแกอย่างรุนแรง ในการทำหน้าที่ต่ออัลลอฮฺ, แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาออกห่างจากศาสนาเลย, พวกเขาโดนกลั่นแกล้ง ทรมาน เพียงเพราะการยึดมั่นในศาสนาของพวกเขา. บางทีในวันที่เรายังมีชีวิตอยู่ตอนนี้ ก็คือวันที่เราต้องอดทน อย่างที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจงมีแด่ท่าน) บอกกับเราว่า : “จะมีมาซึ่งยุคหนึ่งจากประชาชาติ ซึ่งผู้อดทน(ยืนหยัด)ในศาสนาในหมู่พวกเขา เปรียบเสมือนผู้ที่กำถ่านไฟร้อนๆ ไว้ในมือ” รายงานโดย อัล-ติรมีซี, 2260; ให้สถานะซอฮิฮฺโดย อัล-อัลบานี ใน อัล-ซิลซีละฮฺ อัล-ซอฮีฮะฮฺ, 957.

อัล-กอรี กล่าวว่า : ความหมายที่ชัดเจนของฮาดีษนี้ มันเหมือนกับว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะกำถ่านไฟร้อนๆไว้ในมือ เว้นแต่จะต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างมาก, และในเวลานั้น ไม่มีใครสามารถปฏิบัติตามหลักการศาสนาของพวกเขาและแสงแห่งศรัทธาของพวกเขาได้เลย เว้นแต่ด้วยความอดทนที่ดี.

จาก ตุฮฺฟัต อัล-อะฮฺวาซี.

อัล-มานาวี กล่าวไว้ใน ฟัยดฺ อัล-กอดีร:

ผู้ที่อดทน ยึดมั่นในฮูก่มของกุรอ่าน และซุนนะฮฺนั้น, ในความยากลำบาก ที่เขาต้องพบเจอ จากผู้ที่ทำสิ่งใหม่ในศาสนา และผู้ที่หลงผิดนั้น, เหมือนกับการกำถ่านไฟไว้ในมือ; และมันอาจจะยากลำบากกว่านั้น. นี่คือหนึ่งในความมหัศจรรย์ของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน): ท่านได้พูดถึงสิ่งที่ยังไม่เคยเกิด และสิ่งที่ผ่านมาแล้ว.

เราขออัลลอฮฺ ทำให้เราแน่วแน่ ในการยึดมั่นในศาสนาของพระองค์ จนกว่าเราจะได้พบพระองค์.

และอัลลอฮฺรู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น