แปลจากคำถามหมายเลข 22885

เผยแพร่เมื่อ : 20-06-2008

แปลโดย บัง อัน นัส


คำถาม

คนคนหนึ่งบริจาคตอนยังมีชีวิตอยู่ กับอีกคนสั่งเสียเอาไว้ (وصيته) ว่าจะบริจาคหลังจากที่เสียชีวิต อย่างไหนดี/ประเสริฐกว่า (هل الأفضل)?

คำตอบ

الحمد لله

และนี้คือ คุณค่าของการให้ทาน-บริจาค (الصدقة) ขณะที่คนคนนึงยังมีชีวิตอยู่

ได้มีรายงานจาก อบู ฮุร็อยรอฮฺ رضي الله عنه ว่า
ชายคนนึงมายังท่าน รสุลลุลลอฮฺ ﷺ และกล่าวว่า
“ญา รสุลุลลฮฮฺ บริจาคอย่างไหน ที่ได้รางวัลตอบแทนดียิ่งกว่า (أي الصدقة أعظم أجرا؟) ?

ท่านนบียฺ ﷺ ตอบ คือ การที่ท่านให้ทาน-บริจาคยามที่สุขภาพดี, ยังเสียดายเงิน-กลัวจน และปรารถนาความร่ำรวย แต่ท่านก็ (ยอมบริจาคไป) ไม่เพิกเฉยรอจนเมื่อ (ความตาย) ถึงลูกกระเดือก ค่อยกล่าวว่า คนนั้นให้เท่านี้ คนนี้ให้เท่านั้น”

[อัลบุคอรียฺ 1330 และ มุสลิม 1713]

อิมาม อัลนะวาวียฺ رحمه الله กล่าวว่า อัลค็อฏฏอบี อธิบายว่า หะดีษนี้หมายถึง :
ความตระหนี่ถี่เหนียวจะมีมากยามที่คนคนนึงสุขภาพดี แต่ถ้าเขาตระหนี่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งการบริจาคอยู่ — เจตนาของเขา (نِيَّته) นั้นก็ยิ่งบริสุทธิ์ใจกว่า และผลตอบแทน (ผลบุญ) ก็จะยิ่งใหญ่ตามไปด้วย (เพราะบริจาคไปทั้งที่ใจก็ไม่ได้อยาก – ผู้แปล)

ต่างจากผู้ซึ่ง ความตายกำลังใกล้เข้ามาแล้ว มีความหวังน้อยที่จะมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นเขาจึงเริ่มนึกถึงคนนั้นคนนี้ ว่าจะเอาทรัพย์ตนไป การบริจาคเช่นนี้ด้อยผลบุญกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการบริจาคของคนซึ่งมีสุขภาพดี

ความหวงแหนในทรัพย์สิน วางอยู่บนความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อ และกลัวความยากจน….”

อัลฮาฟิซ อิบนุ ฮะญัร رحمه الله อธิบายว่า:
หะดีษนี้ ระบุว่า การจ่ายหนี้สิน และการบริจาคขณะคนคนนั้นมีสุขภาพดี ย่อมดีกว่าทำเช่นนั้นหลังตาย หรือเมื่อตอนกำลังป่วย อ้างถึงคำพูด
รสุลลุลลอฮฺ ﷺ ที่กล่าวว่า ..”(บริจาค) ขณะท่านสุขภาพดี ยับยั่งชั่งใจ และหวังจะร่ำรวย”
อันเนื่องมาจาก เมื่อคนคนนึงสุขภาพดี มันเปนเรื่องยากกว่าสำหรับเขาที่จะบริจาค เพราะชัยฏอนทำให้เขากลัว (ความจน) และมันได้สร้างความคิดขึ้นในหัวเขาว่าจะมีชีวิตอยู่ไปอีกนาน และจำเป็นต้องใช้เงิน

อัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอะลา ตรัสว่า
الشَّيْطَان يَعِدكُمْ الْفَقْر
ชัยฏอนนั้น มันจะขู่พวกเจ้าด้วยกับความยากจน
[สูเราะฮฺ อัลบะกอเราะฮฺ 2:268]

สะลัฟบางท่าน กล่าวถึง คนร่ำรวย (บางคน) ว่า
“พวกเขาฝ่าฝืนอัลลอฮฺ ในเรื่องบริจาคทั้งสองครั้ง คือยามมีทรัพย์ก็ตระหนี่ถี่เหนียว
แต่ยามใกล้ตาย ก็กลับฟุ่มเฟือย (รีบจ่ายออก) เมื่อมันจะหายไปจากมือเขาแล้ว (คือ คนตายจะไม่ได้ใช้มันอีกแล้ว)

อัตตริมิซียฺ รายงานอิสนาดว่าหะสัน, ให้สถานะศอฮีฮฺโดยอิบนุ ฮิบบาน ว่า อบูดัรดาอฺ กล่าวในรายงานที่ มัรฟัวะอฺ ว่า
“ผู้ที่ปล่อยทาส และบริจาคยามใกล้ตาย ก็เหมือนกันกับ ผู้ซึ่งแบ่งอาหารกับคนอื่น หลังจากที่ตัวเองกินอิ่มก่อนแล้ว”

อบูดาวุด รายงานในหะดีษมัรฟัวะอฺ จาก อบูสอีด อัลคุดรียฺ ให้สถานะศอฮีฮฺโดย อิบนุฮิบบาน, กล่าวว่า
“ชายคนนึงบริจาคแค่ หนึ่งดิรฮัมยามมีชีวิตอยู่ และสุขภาพดี ย่อมดีกว่าเขาบริจาคเป็นร้อยดิรฮัม ยามที่กำลังจะตาย”

ใส่ความเห็น