แปลจากคำถามหมายเลข 220914

เผยแพร่เมื่อ : 26-04-2017

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

มันเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ที่จะรวมการเนียต เมื่อละหมาดนาฟิล (ละหมาดซูนัต) , เช่น ละหมาดสองร็อกอะฮ์ ด้วยกับเนียตละหมาดนาฟิล รวมกับละหมาดสองร็อกอะฮ์หลังอาบน้ำละหมาด และละหมาดซุนนะฮ์หลังมัฆริบ?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์

การรวมการทำอีบาดัต แบ่งออกเป็นสองประเภท:

ประเภทแรก:

ประเภทแรก ประกอบไปด้วย การทำอีบาดะฮ์ ที่มันถือว่าถูกต้องในการรวม.ข้อแนะนำเกี่ยวกับสิ่งนั้นคือ หนึ่งในสองอีบาดะฮ์นั้น จะต้องเป็นอีบาดะฮ์ที่ไม่มีเป้าหมายโดยตัวของมัน. ในกรณีนี้มันถือเป็นที่อนุญาต ในการรวมพวกมัน, ดังนั้นหนึ่งอีบาดะฮ์จะถูกนับเป็นสอง.

ตัวอย่างของสิ่งนั้นคือ สองร็อกอะฮ์ของ “ละหมาดให้เกียรติมัสยิด” (ละหมาดตะฮียาตุลมุสญิด) และสองร็อกอะฮ์หลังอาบน้ำละหมาด, และการละหมาดที่คล้ายกัน ที่ไม่ได้มีเป้าหมายโดยตัวของมัน. ดังนั้นมันจึงเป็นที่อนุญาต สำหรับคนๆหนึ่ง ในการละหมาดสองร็อกอะฮ์ ด้วยกับการเนียตละหมาดสองร็อกอะฮ์หลังอาบน้ำละหมาด และละหมาดซุนนะฮ์ของมัฆริบ, ตามที่ผู้ถามได้กล่าวถึง, เพราะเป้าหมายของสองร็อกอะฮ์หลังอาบน้ำละหมาดนั้นคือ เพื่อให้มุสลิมละหมาดต่อเนื่อง หลังจากที่ได้อาบน้ำละหมาด, ไม่ว่าจะเป็นในเวลาละหมาดประจำของเขา หรือละหมาดดูฮา หรือละหมาดอื่นๆ.

ตัวอย่างอื่นๆของสิ่งนั้นคือ “ละหมาดให้เกียรติมัสยิด” (ตะฮียะตุลมัสญิด), เพราะเป้าหมายของละหมาดนี้คือ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามัสยิด ไม่นั่งลงจนกว่าจะทำการละหมาดเสียก่อน.

ชัยค์ คอลิด อัล-มูชัยกิฮ์ กล่าวว่า : “ละหมาดให้เกียรติมัสยิด” ไม่ใช่ละหมาดที่มีเป้าหมายโดยตัวของมัน, ดังนั้นมันจึงอาจรวมกับละหมาดอื่นๆได้, เช่น ละหมาดซุนนะฮ์ประจำ (ละหมาดซุนนะฮ์ของละหมาดฟัรดู-ผู้แปลเป็นไทย). ดังนั้น หากคุณเข้ามัสยิดเพื่อที่จะละหมาดซุฮ์รี, คุณก็สามารถละหมาดสองร็อกอะฮ์ ด้วยกับการเนียตละหมาดซุนนะฮ์ประจำ และด้วยกับเนียตละหมาดให้เกียรติมัสยิด. หากคุณเนียตละหมาดให้เกียรติมัสยิด และละหมาดซุนนะฮ์ประจำ, คุณก็จะได้รับรางวัลของสองละหมาด ในการละหมาดเพียงสองร็อกอะฮ์. หากคุณอาบน้ำละหมาดและมาถึงมัสยิด ด้วยกับเนียตละหมาดซุนนะฮ์ประจำ และให้เกียรติมัสยิด และละหมาดสองร็อกอะฮ์หลังอาบน้ำละหมาด, คุณก็จะได้รับรางวัลของสามละหมาด ในการละหมาดเพียงสองร็อกอะฮ์. นี่คือประโยชน์ของการตั้งเจตนา (เนียต). เช่นเดียวกัน, หากคนๆหนึ่งได้อาบน้ำละหมาดเพื่อละหมาดดูฮา, จากนั้นก็ละหมาดสองร็อกอะฮ์, โดยเนียตละหมาดสองร็อกอะฮ์หลังอาบน้ำละหมาด และสองร็อกอะฮ์ของดูฮา, เขาก็จะได้รางวัลของสองละหมาด ในการละหมาดเพียงสองร็อกอะฮ์.

จบการอ้างจาก อัล-อักด์ อัซ-ซะมีน (หน้า. 161).

ประเภทที่สอง:

ประเภทที่สอง ประกอบไปด้วย กรณีที่รวมอีบาดะฮ์ ที่ไม่อนุญาต. นั่นคือ หากทั้งสองอีบาดะฮ์นั้น มีเป้าหมายโดยตัวของมัน. ในกรณีนี้ ไม่สามารถที่จะรวมสองเนียต สำหรับหนึ่งการกระทำได้.

ชัยค์ อิบน์ อูซัยมีน ได้ยกตัวอย่างของสิ่งนั้น. ท่านกล่าวว่า : คนๆหนึ่งได้พลาดละหมาดซุนนะฮ์ของฟัจร์, จนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น และเวลาละหมาดดูฮาก็ได้มาถึง. ในกรณีนี้,ละหมาดซุนนะฮ์ฟัจร์นั้น ไม่เพียงพอสำหรับการละหมาดดูฮา, และละหมาดดูฮานั้นก็ไม่เพียงพอสำหรับฟัจร์, และทั้งสองละหมาดไม่สามารถรวมกันได้, เพราะละหมาดซุนนะฮ์ฟัจร์นั้นแยกกัน ละละหมาดซุนนะฮ์ดูฮานั้นก็แยกกัน. การละหมาดหนึ่งในทั้งสอง นั้นไม่เพียงพอสำหรับอีกละหมาดหนึ่ง.

เช่นเดียวกัน, หากหนึ่งในละหมาดนั้น มีความเชื่อมต่อกับอีกหนึ่งละหมาดที่มาก่อนมัน, มันก็ไม่สามารถที่จะรวมกันได้. หากมีคนกล่าวว่า : ฉันต้องการเนียตรวมละหมาดฟัจร์ และละหมาดซุนนะฮ์ฟัจร์, เราก็จะกล่าวว่า : สิ่งนั้นไม่ถูกต้อง, เพราะการละหมาดซุนนะฮ์ประจำ นั้นมีความเชื่อมต่อกับการละหมาดประจำ (ละหมาดฟัรดู), ดังนั้นการทำหนึ่งในสองละหมาดนั้น ไม่เพียงพอสำหรับอีกละหมาดหนึ่ง.

และท่านได้กล่าวว่า : อีกหนึ่งตัวอย่างที่คล้ายกันคือ ละหมาดซุนะฮ์หลังตอวาฟ และละหมาดซุนนะฮ์ฟัจร์. ยกตัวอย่างเช่น , หากคนๆหนึ่งเสร็จสิ้นจากการตอวาฟ หลังจากการอาซานเข้าเวลาละหมาดฟัจร์ และก่อนที่จะอีกอมัต, และเขารวมเนียตละหมาดซุนนะฮ์ตอวาฟ ด้วยกับละหมาดซุนนะฮ์ฟัจร์, สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง, เพราะการทำหนึ่งในสองละหมาดดังกล่าว นั้นไม่เพียงพอต่ออีกละหมาดหนึ่ง, เพราะละหมาดซุนนะฮ์ตอวาฟ นั้นมีเป้าหมายโดยตัวของมัน, และละหมาดซุนนะฮ์ฟัจร์ ก็มีเป้าหมายโดยตัวของมัน.

จบการอ้างจาก ลีกออาต อัล-บาบ อัล-มัฟตุฮ์.

อัส-ซูยูตี กล่าวว่า , อ้างถึง อัน-นะวาวี: … หากหนึ่งในสองซุนนะฮ์ ไม่ได้บอกเป็นนัยกับสิ่งอื่น, การเนียตของมันก็ไม่ควรรวมกับอีกหนึ่งการกระทำ, เช่น ละหมาดซุนนะฮ์ดูฮา และการละหมาดซุนนะฮ์ฟัจร์ชดใช้. สิ่งนี้ไม่เหมือนกับการละหมาดให้เกียรติมัสยิด และละหมาดซุนนะฮ์ซุฮ์รี, ยกตัวอย่าง, เพราะการละหมาดให้เกียรติมัสยิด อาจมีนัย และรวมอยู่ในซุนนะฮ์ของซุฮ์รี.

จบการอ้างจาก อัล-อัชบะฮ์ วัน-นาซออิร (หน้า. 23).

ดูใน : อัล-มัจมุอ์ ชัรฮ์ อัล-มูฮาซับ (5/75)

หนึ่งในผู้ที่อธิบายหลักการนี้อย่างละเอียดคือ อัล-อาลามะฮ์ อิบน์ รอญับ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ในหนังสือ อัล-กอวาอิด ของท่าน (หน้า. 23)

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น