แปลจากคำถามหมายเลข 210590

เผยแพร่เมื่อ : 17-08-2017

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

วิธีละหมาดคุซูฟนั้นมีขั้นตอนอย่างไร?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

ประการแรก:

อัลบุคอรี (1041) และมุสลิม (911) ได้รายงานว่า อบูมัสอูด อัลอันซอรี (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า: ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นั้น เป็นสัญญาณสองประการของอัลลอฮ์ โดยเป็นวิธีการที่อัลลอฮ์สร้างความหวาดกลัวให้กับบ่าวของพระองค์. พวกมันไม่ได้เกิดขึ้นจากการตายของคนใด. หากท่านเห็นสิ่งใดเกิดขึ้นกับพวกมัน, ก็จงละหมาดและวิงวอนต่ออัลลอฮ์ จนกว่าท่านจะผ่อนคลายจากสิ่งนั้น (จนกว่าสุริยคราสจะหายไป-คำแปลจากเวอร์ชั่นภาษาอินโดนีเซีย).”

อัลบุคอรี (1059) และมุสลิม (912) ได้รายงานว่า อบู มูซา (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : ดวงอาทิตย์ถูกบดบัง (เกิดสุริยุปราคา), และท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ลุกขึ้นมาด้วยความวิตกกังวล, โดยคิดว่ามันถึงเวลานั้นแล้ว (วันกียามัต-คำแปลจากเวอร์ชั่นภาษาอินโดนีเซีย). ท่านได้ไปยังมัสยิด และเริ่มละหมาด, ยืนขึ้น, รูกั๊วะอ์ และซูญูดเป็นเวลานานที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น, และท่านกล่าวว่า : “สัญญาณเหล่านี้ที่ถูกส่งมา ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการตายหรือการเกิดของใคร, แต่อัลลอฮ์ได้ส่งพวกมันมา เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับบ่าวของพระองค์. หากท่านเห็นพวกมัน, ก็จงเร่งรีบในการรำลึกถึงพระองค์, วิงวอนต่อพระองค์ และขออภัยโทษต่อพระองค์เถิด.”

ประการที่สอง:

วิธีการละหมาดสุริยคราสหรือจันทรคราสนั้น ถูกปฏิบัติดังนี้:

ให้ผู้ละหมาดกล่าวตัรบีร (ตักบีรอตุลอิฮ์รอม) และอ่านดุอาอ์เปิด (ดุอาอ์อิสติฟตะฮ์), จากนั้นก็ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ (อะอูซูบิลลาฮีมีนัชชัยตอนิรรอญีม-ผู้แปลเป็นไทย).

จากนั้นให้อ่านอัลฟาตีฮะฮ์, ตามด้วยการอ่านอายะฮ์ยาวๆ.

จากนั้นก็รูกัวะอ์, โดยทำให้มันยาวนาน.

จากนั้นก็เงยขึ้นจากรูกัวะอ์ และกล่าวว่า : ซามี อัลลอฮู ลีมัน ฮามีดะฮ์, ร็อบบะนา วะละกัลฮัมด์ (อัลลอฮ์นั้นได้ยินบรรดาผู้ที่วิงวอนต่อพระองค์; พระเจ้าของพวกเรา, พระองค์ได้รับการสรรเสริญ).

จากนั้นก็ให้อ่าน อัลฟาตีฮะฮ์ อีกครั้ง, ตามด้วยการอ่านอายะฮ์ยาวๆ แต่ไม่ยาวเท่าการอ่านครั้งแรก.

จากนั้นก็รูกัวะอ์อีกครั้ง, โดยทำให้มันยาว แต่ไม่ยาวเท่าครั้งแรก.

 จากนั้นก็เงยขึ้นจากรูกัวะอ์ และกล่าวว่า : ซามี อัลลอฮู ลีมัน ฮามีดะฮ์, ร็อบบะนา วะละกัลฮัมด์ (อัลลอฮ์นั้นได้ยินบรรดาผู้ที่วิงวอนต่อพระองค์; พระเจ้าของพวกเรา, พระองค์ได้รับการสรรเสริญ), และยืนนิ่งไว้ เป็นเวลานาน.

จากนั้นก็ทำการซูญูดสองครั้ง, โดยทำให้ซุญุดแต่ละครั้งนั้นยาวนาน, โดยมีการนั่งระหว่างสองซุญูดเป็นเวลานาน.

จากนั้นก็ขึ้นทำร็อกอะฮ์ที่สอง, และทำเหมือนกันกับร็อกอะฮ์แรก, คือการรูกัวะสองครั้ง และอื่นๆตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น, แต่ว่า แต่ละขั้นตอนจะไม่ยาวนานเท่าร็อกอะฮ์แรก. จากนั้นก็อ่านตะชะฮุด และให้สลาม.

ดูใน อัลมุฆนี โดย อิบน์ กุดามะฮ์ (3/323); อัลมัจมุอ์‘ โดย อันนะวาวี (5/48).

สิ่งนี้ถูกระบุโดยฮาดิษ ของ อะอีชะฮ์. อัลบุคอรี (1046) และมุสลิม (2129) รายงานว่า อาอีชะฮ์, ภรรยาของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : ดวงอาทิตย์ได้ถูกบดบัง ในช่วงชีวิตของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน). ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ออกไปยังมัสยิด และยืนขึ้น และกล่าวตักบีร, และผู้คนก็ตั้งแถวข้างหลังท่าน. ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้อ่านอายะฮ์อย่างยาวนาน, จากนั้นท่านก็กล่าวตักบีร และรูกัวะอ์เป็นเวลานาน. จากนั้นท่านก็กล่าว, “ซามี อัลลอฮู ลีมัน ฮามีดะฮ์  (อัลลอฮ์นั้นได้ยินบรรดาผู้ที่สรรเสริญพระองค์)”.

จากนั้นท่านก็ยืนนิ่งโดยไม่ได้ซูญูด, และอ่านอายะฮ์อย่างยาวนาน, แต่มันถูกทำให้สั้นกว่าครั้งแรก.

จากนั้นท่านก็กล่าวตักบีร และรูกัวะอ์เป็นเวลานาน, แต่มันถูกทำให้สั้นกว่าครั้งแรก.

จากนั้นท่านก็กล่าวว่า, “ซามี อัลลอฮู ลีมัน ฮามีดะฮ์, ร็อบบะนา วะละกัลฮัมด์ (อัลลอฮ์นั้นได้ยินบรรดาผู้ที่วิงวอนต่อพระองค์; พระเจ้าของเรา, พระองค์ได้รับการสรรเสริญ).”

จากนั้นท่านก็ทำการซูญูด. จากนั้นท่านก็ทำเช่นเดียวกัน ในร็อกอะฮ์สอง.

ดังนั้น ท่านได้ทำ 4 รูกัวะอ์ และ 4 ซูญูด.

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น