แปลจากคำถามหมายเลข 170072

เผยแพร่เมื่อ : 31-10-2011

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

บางครั้งในละหมาด ตอนรูกั๊วะ แทนที่จะกล่าวว่า “ซุบฮานาร็อบบียัลอาซีม ” ฉันกลับกล่าวว่า “ซุบฮานาร็อบบียัลอะลา ” , แต่ฉันรู้ตัวก่อนที่จะกล่าวจบ หรือบางครั้งหลังจากที่ได้กล่าวไป และฉันก็แก้ไขมัน , และเช่นกัน ในตอนซูญูด ฉันกล่าวตรงกันข้าม และเช่นเดียวกับตอนนั่งระหว่าง 2 ซูญูด ? ฉันต้องซูญูดซะฮ์วีหรือไม่? ถ้าใช่ จะต้องซูญูดก่อนหรือหลังให้สลาม?.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.ประการแรก:

หากคนๆหนึ่งหลงลืม และกล่าวในตอนรูกั๊วะว่า “ซุบฮานาร็อบบียัลอะลา” ด้วยความผิดพลาด, หรือเขากล่าวในตอนซูญูดว่า, “ซุบฮานาร็อบบียัลอาซีม”, นั้นมี 2 สถานการณ์ :

(1)เขานึกขึ้นได้ว่า เขาไม่ได้กล่าวซีเกรในที่ที่ถูกต้อง (นึกขึ้นได้ตอนที่ยังอยู่ในขั้นตอนนั้น-ผู้แปลเป็นไทย), ในกรณีนี้เขาควรกล่าว “ซุบฮานาร็อบบียัลอาซีม” ก่อนเงยขึ้นจากรูกั๊วะ, และเขาควรกล่าวในตอนซูญูดว่า “ซุบฮานาร็อบบียัลอะลา” ก่อนยืนขึ้น.

ในกรณีนี้เขาไม่ต้องซูญูดซะฮ์วี, เพราะเขาไม่ได้ละทิ้งสิ่งที่เป็นวาญิบ; ค่อนข้างที่มันจะเป็นที่ส่งเสริมสำหรับเขา ในการซูญูดซะฮ์วี, เพราะเขาไม่ได้กล่าวซีเกรในที่ที่ถูกต้อง.

(2)เขาจำไม่ได้ว่า เขาไม่ได้กล่าวซีเกรในที่ที่ถูกต้อง จนกระทั่งหลังจากเงยขึ้นจากรูกั๊วะ หรือซูญูด.

ในกรณีนี้เขาจะต้องซูญูดซะฮ์วี เพราะเขาละทิ้งสิ่งที่เป็นวาญิบ.

ในกรณีนี้ การซูญูดซะฮ์วีควรจะทำก่อนสลาม.

เราได้กล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้เกี่ยวกับปัญหานี้ ในคำตอบของคำถามหมายเลข. 7743

เชค อิบน์ อูซัยมีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : หากคนๆหนึ่ง ได้กล่าวคำที่ถูกกำหนด ในที่ที่ผิด, มันถือเป็นข้อกำหนดสำหรับเขาในการซูญูดซะฮ์วี, เช่น หากเขากล่าวว่า “ซุบฮานาร็อบบียัลอะลา” ในขณะรูกั๊วะ, จากนั้นเขานึกขึ้นได้และกล่าวว่า “ซุบฮานาร็อบบียัลอาซีม” ในกรณีนี้, เขาได้กล่าวคำที่ถูกกำหนด, นั่นก็คือ “ซุบฮานาร็อบบียัลอะลา”, แต่ความจริงแล้วมันถูกกำหนดให้กล่าว “ซุบฮานาร็อบบียัลอะลา” ในตอนซูญูด. ดังนั้น หากเขากล่าวมันในรูกั๊วะ, เราก็ขอกล่าวว่า : คุณได้กล่าวสิ่งที่ถูกกำหนด ในที่ที่ผิด, ดังนั้นการซูญูด (ซูญูดซะฮ์วี) ถือเป็นซุนนะฮ์ในกรณีของคุณ.

จบการอ้างจาก อัช-ชัรฮ์ อัล-มุมติอ์‘, 3/359

เชค อิบน์ ญิบรีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : หากเขากล่าวคำที่ถูกกำหนด ในที่ที่ผิด ด้วยความผิดพลาด, มันไม่ได้ทำให้การละหมาดเป็นโมฆะ… ดังนั้น หากเขาอ่านกุรอ่าน ในตอนที่เขานั่ง หรืออ่านตะชะฮูด ในตอนที่เขายืนขึ้น, หรือเขากล่าว “ซุบฮานาร็อบบียัลอะลา” ในตอนรูกั๊วะ หรือ “ซุบฮานาร็อบบียัลอาซีม” ในตอนซูญูด, นั่นคือ, เขาได้ทำบางสิ่งที่เป็นซุนนะฮ์ ในที่ที่ผิด แม้ว่ามันคือสิ่งที่ถูกกำหนดก็ตาม, ก็ถือเป็นซุนนะฮ์สำหรับเขา ในการซูญูดซะฮ์วี, แต่มันไม่ถือเป็นวาญิบ, เพราะคำกล่าวเหล่านี้ทั้งหมดนั้น อยู่ในหัวข้อ อัซการ อัซ-ซอละฮ์ (ซีเกรที่ถูกอ่านในตอนละหมาด), ดังนั้นการละหมาดจะไม่ถือเป็นโมฆะ จากการกระทำดังกล่าว.  จบการอ้างจาก ชัรฮ์ อักซ็อร อัล-มุคตะซอร็อร

ประการที่สอง:

หากผู้ละหมาด ได้ละหมาดตามหลังอีหม่าม และได้ทำบางสิ่งที่ได้ยกไปข้างต้น, เขาก็ควรซูญูดซะฮ์วี ในตอนท้ายของการละหมาด, ในกรณีที่เขามาร่วมละหมาดล่าช้า. (แต่-ผู้แปล) หากเขาทันการละหมาดทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้นพร้อมอีหม่าม, เขาก็ควรกล่าวสลามพร้อมอีหม่าม และเขาไม่ต้องซูญูดซะฮ์วี.

เชค อิบน์ อูซุยมีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : หากคนๆหนึ่ง ผู้ซึ่งละหมาดตามหลังอีหม่าม ได้ทำผิดพลาดในละหมาดของเขา, และเขาไม่ได้มาร่วมละหมาดล่าช้า, นั่นคือ, เขาได้ทำทุกๆร็อกอะฮ์พร้อมกับอีหม่าม, เช่น หากเขาลืมกล่าว “ซุบฮานาร็อบบียัลอาซีม” ในตอนรูกั๊วะ, เขาก็ไม่ต้องซูญูดซะฮ์วี, เพราะอีหม่ามได้ทำแทนเขาแล้ว. แต่ถ้าเราสันนิษฐานว่า คนๆหนึ่ง ซึ่งละหมาดตามหลังอีหม่าม ได้ทำผิดพลาด ที่ทำให้ หนึ่งร็อกอะฮ์กลายเป็นโมฆะ, เช่น หากเขาลืมอ่าน อัล-ฟาตีฮะฮ์, ในกรณีนี้, เมื่ออีหม่ามกล่าวสลาม, เขาต้องยืนขึ้น และทำร็อกอะฮ์ ที่เป็นโมฆะนั้น เพราะความผิดพลาดของเขา, จากนั้น เขาก็ควรอ่านตะชะฮุด, กล่าวสลาม และซูญูดซะฮ์วีหลังสลาม.

แต่หากคนๆหนึ่ง ผู้ซึ่งละหมาดตามหลังอีหม่าม ได้ทำผิดพลาดในละหมาดของเขา และเขาได้มาร่วมละหมาดล่าช้า, เขาก็ควรซูญูดซะฮ์วี, แม้ว่าความผิดพลาด จะเกิดขึ้นในตอนที่เขาละหมาดพร้อมอีหม่าม หรือหลังจากที่เขา ยืนขึ้นทำร็อกอะฮ์ที่เขาพลาด, เพราะหากเขาซูญูด ก็ไม่ถือเป็นการค้านอีหม่ามของเขา, เพราะอีหม่ามของเขา ได้ละหมาดเสร็จสิ้นไปแล้ว. จบการอ้าง.

ดูใน : รีซาละฮ์ ฟี อะฮ์กาม ซูญูด อัซ-ซะฮ์วี, โดย เชค อิบน์ อูซัยมีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน). และยังสามารถดูในคำตอบของคำถามหมายเลข. 35909.

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น