แปลจากคำถามหมายเลข 131252

เผยแพร่เมื่อ : 22-06-2012

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

ฉันกำลังจะแต่งงาน, อินชาอัลลอฮ์, และฉันต้องการทำตามซุนนะฮ์ของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ด้วยการจัดงานเลี้ยงแต่งงาน (วาลีมะฮ์). คำถามของฉันคือ : เวลาไหนคือเวลาที่ถูกต้องในการทำมัน? จะต้องชวนคนจำนวนกี่คน? โปรดทราบว่า ในประเทศของฉัน การเชิญและการเลี้ยงอาหารนั้น จะถูกทำ ก่อนที่สัญญาแต่งงานจะถูกทำขึ้น. สิ่งนี้จะถือเป็นงานวาลีมะฮ์หรือไม่ และหน้าที่นี้จะถูกยกเลิกหรือไม่ หากคนๆหนึ่งได้ทำเช่นนั้นไปแล้ว?.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

ประการแรก:

มันถือว่าดีที่สุด ในการจัดงานเลี้ยงแต่งงาน (วาลีมะฮ์) หลังจากที่การแต่งงานได้ถูกทำให้สมบูรณ์แล้ว (สามีภรรยามีเพศสัมพันธ์กันแล้ว), ตามแบบอย่างของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน). แต่หากสิ่งนั้นเป็นไปไม่ได้, ก็ไม่มีความผิด ในการทำมันก่อนที่การแต่งงานจะถูกทำให้สมบูรณ์, หรือเมื่อสัญญาแต่งงานได้ถูกทำขึ้น, หรือหลังจากนั้น.

เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเปิดกว้าง, แต่มันเป็นการดีกว่าที่จะให้ความสนใจ ในสิ่งที่ทำกันเป็นปกติในประเทศของคุณ, เพราะไม่มีข้อความทางชัรอีย์ ที่ระบุว่ามันเป็นวาญิบ หรือมุสตะฮับ ในการทำมันในเวลาที่แน่นอน.

อัลฮาฟิซ อิบน์ ฮาญัร กล่าวว่า : สลัฟมีการเห็นต่างเกี่ยวกับเวลา (ของการจัดงานเลี้ยงแต่งงาน): ว่ามันควรจะเป็นในช่วงเวลาของการทำสัญญาแต่งงาน, หรือหลังจากนั้น, หรือก่อนการทำให้การแต่งงานนั้นสมบูรณ์ (มีเพศสัมพันธ์), หรือหลังจากนั้น; มันอาจจะเป็นเวลาใดก็ได้ ตั้งแต่เมื่อสัญญาแต่งงานได้ถูกทำขึ้น จนกระทั่งหลังจากการแต่งงานได้ถูกทำให้สมบูรณ์. มันมีหลายทัศนะของนักวิชาการ. จบการอ้าง.

ฟัตฮุลบารี, 9/230

อัซซ็อนอานี กล่าวว่า :

อัลมัรวะดี, หนึ่งในมัซฮับชาฟีอี, ระบุว่า มันควรทำก่อนที่จะทำให้การแต่งงานนั้นสมบูรณ์.

อัซซิบกี กล่าวว่า : สิ่งที่ถูกรายงาน เกี่ยวกับการกระทำของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) คือมันถูกทำ หลังจากทำให้การแต่งงานนั้นสมบูรณ์.

มันเหมือนกับว่า เขาได้อ้างถึงเรื่องราวการแต่งงานของ ซัยนับ บินต์ ญะฮ์ช, เพราะอนัส กล่าวว่า : เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น, ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้เป็นเจ้าบ่าวของซัยนับ, และท่านได้เชิญชวนผู้คน (ให้ทานอาหาร).

อัลบัยฮะกี ได้รวมฮาดิษนี้ ภายใต้หัวข้อ: บทว่าด้วย : เวลาของงานวาลีมะฮ์.

จบการอ้างจาก ซูบูลุซซาลาม, 1/154

ฮาดิษของอนัส ถูกบันทึกโดย อัลบุคอรี (4793) และมุสลิม (1428) ดังนี้ : เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้เป็นเจ้าบ่าวของซัยนับ บินต์ ญะฮ์ช, ผู้ที่ท่านได้แต่งงานในมาดีนะฮ์, และท่านได้เชิญชวนผู้คนให้ทานอาหาร ช่วงก่อนเที่ยง.

ตามอีกรายงานหนึ่งของท่านบุคอรี (5166) คือ : เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น , ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้เป็นเจ้าบ่าวของนาง, จากนั้นท่านได้เชิญชวนผู้คน และพวกเขาก็ทานอาหาร.

ชัยคุลอิสลาม อิบน์ ตัยมียะฮ์ กล่าวว่า : เวลาและคำอธิบายของงานวาลีมะฮ์ ในฮาดิษของซัยนับ ถูกระบุว่า มันเกิดขึ้นหลังจากการแต่งงานได้ถูกทำให้สมบูรณ์. จบการอ้าง.

อัลอิคติยาร็อต อัลอิลมิย์ยะฮ์, หน้า. 346

อัลฮาฟิซ อิบน์ ฮาญัร กล่าวว่า : ฮาดิษของอนัสนั้นระบุชัดเจนว่า มันมาหลังจากการทำให้การแต่งงานนั้นสมบูรณ์, เพราะเขากล่าวว่า : “เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น, ท่านได้เป็นเจ้าบ่าวของซัยนับ และท่านได้เชิญชวนผู้คน …”

บางส่วนของมัซฮับมาลีกี ถือว่ามันเป็นมุสตะฮับสำหรับมัน ที่จะถูกทำก่อนทำให้การแต่งงานสมบูรณ์, ซึ่งควรมาหลังจากมัน, และนี่คือสิ่งที่ผู้คนทำกันในปัจจุบัน. จบการอ้าง.

ฟัตฮุลบารี, 9/231

อัลมัรดาวี กล่าวว่า : มันเป็นการดีกว่า ที่จะกล่าวว่า เวลาที่ส่งเสริมนั้นเปิดกว้าง; มันอาจจะเป็นเวลาใดก็ตาม ตั้งแต่เมื่อสัญญาแต่งงานถูกทำขึ้น จนกระทั่งสิ้นสุดวันของการแต่งงาน.

นั่นก็เพราะ มีรายงานที่สนับสนุนสิ่งนั้น, และเพราะความสุขที่ยิ่งใหญ่หลังจากการทำให้มันสมบูรณ์. แต่ธรรมเนียมในปัจจุบันคือ การทำมันในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะทำให้การแต่งงานสมบูรณ์. จบการอ้าง.

อัลอินซ็อฟ, 8/317

อัลบุคอรี กล่าว : ในบทว่าด้วย หน้าที่ในการตอบรับคำเชิญงานเลี้ยงแต่งงาน ; เกี่ยวกับคนๆหนึ่งที่จะจัดงานวาลีมะฮ์เจ็ดวัน และอะไรทำนองนั้น ; ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ไม่ได้มีการกำหนดไว้ ว่ามันควรเป็นเวลาหนึ่งวันหรือสองวัน.

อัลฮาฟิซ กล่าวว่า : นั่นคือ, ท่านไม่ได้มีการ กำหนดเวลาเฉพาะเจาะจงสำหรับงานวาลีมะฮ์ หรือกล่าวว่ามันเป็นวาญิบ หรือมุสตะฮับ; มันอาจถูกเข้าใจจากความหมายโดยทั่วไปของฮาดิษ.

อัดดามีรี กล่าวว่า : บรรดาฟุกอฮะไม่ได้มีการกำหนดเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับงานเลี้ยงแต่งงาน, แต่ทัศนะที่ถูกต้องคือ มันควรเป็นหลังจากการทำให้การแต่งงานนั้นสมบูรณ์. ท่านเชค (นั่นคือ, อัซซิบกี) กล่าวว่า : มันเป็นที่อนุญาตในการทำมัน ก่อนหรือหลัง ; เรื่องดังกล่าวนั้นเปิดกว้าง และมันอาจถูกทำในเวลาใดก็ตาม หลังจากสัญญาแต่งงานได้ถูกทำขึ้น, ตามที่ถูกระบุโดย อัลบะฆอวี

อันนัจม์ อัลวะฮ์ฮาจ, 7/393

อิบน์ ตูลูน กล่าวว่า : ทัศนะที่ถูกต้องกว่าคือ คนๆหนึ่งควรอ้างถึงสิ่งที่เป็นประเพณี.

จบการอ้าง จาก ฟาซ อัลคอวาติม ฟีมา กีลา ฟิล-วะลาอิม, หน้า. 44

เชต ซอและฮ์ อัลเฟาซาน กล่าวว่า : เวลาสำหรับการจัดงานเลี้ยงแต่งงานนั้นเปิดกว้าง, เริ่มตั้งแต่เวลาของการทำสัญญาแต่งงาน จนกระทั่งสิ้นสุดวันของการแต่งงาน.

จบการอ้างจาก อัลมุลัคค็อซ อัลฟิกฮี, 2/364

ประการที่สอง:

ไม่มีการกำหนดจำนวนแขกที่จะถูกเชิญ; แต่สิ่งนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของคนๆนั้น.

อิบน์บัตต็อล กล่าวว่า : งานวาลีมะฮ์ (งานเลี้ยงแต่งงาน) นั้นวาญิบ, ตามทรัพย์สินของคนๆนั้น. ไม่มีจำนวนขั้นต่ำของผู้คนที่จะต้องถูกชวน.

จบการอ้าง จาก ชัรฮ์ ซอฮิฮ์ อัลบุคอรี, 13/283

และท่านกล่าวว่า :

ยิ่งคุณเพิ่มมันมากขึ้น (จำนวนของแขก) ในงานเลี้ยงแต่งงาน นั้นก็ถือเป็นการดีกว่า, เพราะสิ่งนั้นจะช่วยในการประกาศการแต่งงานได้กว้างขวางกว่า และเพิ่มการวิงวอนขอความจำเริญ ต่อครอบครัว และทรัพย์สินของคุณ.

จบการอ้างจาก ชัรฮ์ ซอฮิฮ์ อัลบุคอรี, 13/282.

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น