คำถาม
อะไรคือสิ่งที่มุฮ์ริม (ผู้ครองอิฮ์รอม) ต้องหลีกเลี่ยง?
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.
สิ่งที่ถูกห้ามในอิฮ์รอม คือสิ่งที่คนๆหนึ่งต้องอดกลั้นจากการทำมัน เพราะอยู่ในการครองอิฮ์รอม. สิ่งเหล่านั้น ได้แก่:
1 – การโกนผมบริเวณศีรษะ, เพราะอัลลอฮ์กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า):
“และจงอย่าโกนศีรษะของพวกเจ้า จนกว่าสัตว์พลีนั้นจะถึงที่ของมัน”[อัล-บะกอเราะฮ์ 2:196]
บรรดานักวิชาการ ได้เพิ่ม การห้ามโกนผมบริเวณศีรษะ การห้ามโกนขนใดๆก็ตาม บนร่างกาย, และการขลิบ หรือการตัดเล็บ.
2 – การใช้น้ำหอมหลังจากครองอิฮ์รอม, ไม่ว่าจะเป็นบนเสื้อผ้า หรือร่างกายก็ตาม, หรือในอาหาร หรือในการทำความสะอาดมุฮ์ริมที่เสียชีวิต หรือในทางใดๆก็ตาม. การใช้น้ำหอมนั้น ถูกห้ามในอิฮ์รอม เพราะท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้กล่าวเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง ที่ถูกอูฐเหยียบเขาจนตาย, “จงล้างเขาด้วยน้ำ และใบบัว และห่อศพเขา ด้วยเสื้อผ้าสองชิ้นของเขา, แต่ไม่ต้องปิดศีรษะของเขา หรือพรมน้ำหอมเขาด้วยฮานูต.” ฮานูต คือ ส่วนผสมของน้ำหอม ที่ถูกใช้ตามปกติกับผู้ตาย.
3 – การมีเพศสัมพันธ์, เพราะอัลลอฮ์กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า):
“ดังนั้นผู้ใดที่ได้ให้การทำฮัจญ์จำเป็นแก่เขาในเดือนเหล่านั้นแล้ว ก็ต้องไม่มีการสมสู่ , และไม่มีการละเมิด และไม่มีการวิวาทใด ๆ ใน (เวลา) การทำฮัจญ์”[อัล-บะกอเราะฮ์ 2:197]
4 – สัมผัสภรรยาด้วยกับการมีอารมณ์, เพราะสิ่งนี้อยู่ภายใต้ ความหมายทั่วไปของประโยคที่ว่า “ก็ต้องไม่มีการสมสู่”, และเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาต สำหรับมุฮ์ริม (ผู้ที่ครองอิฮ์รอม) ที่จะแต่งงาน หรือขอแต่งงาน – ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้มากกว่า ที่มันจะไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับเขา ในการสัมผัสภรรยาด้วยกับการมีอารมณ์.
5 – การล่าสัตว์ , เพราะอัลลอฮ์กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า:
“ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่าฆ่าสัตว์ ล่าสัตว์ ในขณะที่พวกเจ้ากำลังครองอิห์รอมอยู่”
[อัล-มาอีดะอ์ 5:95]
สำหรับการตัดต้นไม้, สิ่งนั้นไม่ฮารอมสำหรับมุฮ์ริม, ยกเว้นต้นไม่ที่อยู่ใน อัมยาล, นั่นคือ, ขอบเขตของฮารอม, การตัดดังกล่าวเป็นที่ต้องห้าม ไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ในการครองอิฮ์รอม หรือไม่ก็ตาม. ดังนั้นมันจึงเป็นที่อนุญาต ที่จะตัดต้นไม้ในอารอฟะฮ์ แม้ว่าผู้นั้นจะครองอิฮ์รอมอยู่ก็ตาม (เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ฮารอม-ผู้แปลเป็นไทย), เพราะการห้ามตัดต้นไม้ นั้นเกี่ยวข้องกับฮารอม (ขอบเขตพื้นที่ฮารอม), ไม่ใช่อิฮ์รอม.
6 – ข้อห้ามที่ใช้กับผู้ชายโดยเฉพาะ คือการสวมใส่เสื้อเชิ้ต, ชุดฮู้ด, กางเกง, สารบั่น และรองเท้าแตะหนัง, เพราะท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ถูกถามเกี่ยวกับสิ่งที่มุฮฺริม ควรสวมใส่. ท่านกล่าวว่า : “เขาไม่ควรสวมใส่เสื้อเชิ้ต, ชุดฮู้ด (บุรนุส), กางเกง, สารบั่น หรือรองเท้าแตะหนัง.” แต่ท่าน (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ยกเว้นสำหรับผู้ที่ไม่สามารถหา อีซาร (เสื้อผ้าส่วนล่าง หรือเสื้อคลุมเอว)(ในเวอร์ชั่นภาษาอินโดนีเซีย ได้แปลคำนี้ว่า ผ้าสโร่ง-ผู้แปลเป็นไทย), ซึ่งอาจใส่กางเกง, และผู้ที่ไม่สามารถหารองเท้าแตะ, ซึ่งอาจสวมใส่รองเท้าแตะหนัง (ในเวอร์ชั่นภาษาอินโดนีเซีย ได้แปลคำนี้ว่า รองเท้าคุฟ-ผู้แปลเป็นไทย).
ห้าสิ่งเหล่านี้ ถูกอธิบายโดยบรรดานักวิชาการว่า คือการสวมใส่เสื้อผ้าตัดเย็บ, ดังนั้น คนทั่วไปจึงจินตนาการว่า การสวมใส่เสื้อผ้าตัดเย็บ หมายถึงการสวมใส่เสื้อผ้า ที่มีการตัดเย็บในตัวของมัน, แต่นั่นไม่ใช่กรณี. สิ่งที่นักวิชาการหมายถึงคือ การใส่เสื้อผ้า ที่ได้รับการตัดให้พอดีกับตัว หรือบางส่วนของมัน, เช่น เสื้อเชิ้ต และกางเกง. นี่คือสิ่งที่พวกเขาหมายถึง. ดังนั้น หากคนๆหนึ่งจะสวมใส่ รีดาอ์ (เสื้อผ้าส่วนบน) หรืออีซาร (เสื้อผ้าส่วนล่าง) ที่มีการปะบนมัน, สิ่งนั้นโอเค, แต่หากเขาสวมใส่ เสื้อทอที่ไม่มีการเย็บ, สิ่งนั้นฮารอม.
7 – หนึ่งในข้อห้ามของอิฮ์รอม ที่ใช้กับผู้หญิงโดยเฉพาะคือ นิกอบ หมายถึงผ้าคลุมหน้าที่ปิดหน้า และปล่อยส่วนของตาไว้ ไม่ปิดมัน, เพราะท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ห้ามสิ่งนั้น. ข้อห้ามที่คล้ายกันคือในส่วนของบุรกา. เมื่อผู้หญิงครองอิฮ์รอม, เธอไม่ควรใส่นิกอบ หรือบุรกา. มันเป็นข้อกำหนดสำหรับเธอ ในการปล่อยใบหน้าของเธอ ไม่ปิดมัน เว้นแต่เมื่อผู้ชายที่ไม่ใช่มะฮ์รอม เดินผ่านเธอ, เมื่อเธอต้องปิดใบหน้าของเธอ และมันไม่สำคัญว่า การปิดนี้จะสัมผัสกับใบหน้าของเธอหรือไม่.
เกี่ยวกับผู้ที่กระทำสิ่งต้องห้ามเหล่านี้ ด้วยความหลงลืม หรือความไม่รู้ หรือเพราะเขาถูกบังคับให้กระทำเช่นนั้น, เขาก็ไม่จำเป็นต้องเสนอการชดเชยใดๆ, เพราะอัลลอฮ์กล่าวว่า:
“และไม่เป็นที่น่าตำหนิแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าผิดพลาดในเรื่องนั้น เว้นแต่สิ่งที่จิตใจของพวกเจ้ามีความมุ่งหมายต่างหาก”
[อัล-อะฮ์ซาบ 33:5]
และอัลลอฮ์ได้กล่าวเกี่ยวกับ การฆ่าหรือการล่า, ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกห้ามในการครองอิฮ์รอม (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า):
“ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่าฆ่าสัตว์ ล่าสัตว์ ในขณะที่พวกเจ้ากำลังครองอิห์รอมอยู่, และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าได้ฆ่ามันโดยเจตนาแล้วไซร้ , การชดเชย คือการเสนอ, นำไปสู่กะอ์บะฮ์, ซึ่งสัตว์ที่กินได้ (นั่นคือ แกะ, แพะ, วัว) ซึ่งเท่าเทียมกันกับสิ่งที่เขาฆ่า”[อัล-มาอีดะฮ์ 5:95]
ข้อความเหล่านี้ บ่งชี้ว่า ใครก็ตามที่ทำสิ่งที่ต้องห้าม ด้วยความหลงลืม หรือความไม่รู้ เขาไม่จำเป็นต้องเสนอการชดเชยใดๆ.
เช่นเดียวกัน หากเขาถูกบังคับให้กระทำมัน, เพราะอัลลอฮ์กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า):
“ผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์หลังจากที่เขาได้รับศรัทธาแล้ว(เขาจะได้รับความกริ้วจากอัลลอฮ์) เว้นแต่ผู้ที่ถูกบังคับทั้งๆ ที่หัวใจของเขาเปี่ยมไปด้วยศรัทธา แต่ผู้ใดเปิดหัวอกของเขาด้วยการปฏิเสธศรัทธา พวกเขาก็จะได้รับความกริ้วจากอัลลอฮ์และสำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างมหันต์”[อัน-นัฮล์ 16:106]
หากนั่นคือสิ่งที่กล่าวเกี่ยวกับ การถูกบังคับให้ทำกุฟร์ (ปฏิเสธศรัทธา), มันก็เป็นไปได้มากกว่า ที่การไม่ต้องจ่ายชดเชย จะถูกนำมาใช้ เกี่ยวกับเรื่องที่ร้ายแรงน้อยกว่า.
แต่ถ้าคนๆหนึ่งหลงลืม, เขาต้องหยุดกระทำสิ่งต้องห้าม, และหากผู้ที่ไม่รู้เกี่ยวกับมัน ได้รับรู้แล้ว, เขาก็ต้องหยุดกระทำสิ่งต้องห้าม, และหากความรุนแรงได้ถูกยก จากผ้ที่ถูกบังคับแล้ว, เขาก็ต้องหยุดกระทำสิ่งต้องห้าม. ยกตัวอย่าง เช่น, หากมุฮ์ริม ได้ทำการปิดหัวของเขา เพราะเขาหลงลืม, เมื่อเขานึกขึ้นได้, เขาก็ถอดออก, และเมื่อเขาล้างมือด้วยกับน้ำหอม แล้วเขานึกขึ้นได้, เขาก็ต้องล้างมันจนกว่าน้ำหอมจะถูกขจัดไป, และอื่นๆ.