แปลจากคำถามหมายเลข 112090

เผยแพร่เมื่อ : 24-07-2015

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

ฉันมีบริษัทนำเข้า-ส่งออก; ฉันนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และขายมันให้กับตัวแทนจำหน่ายในประเทศของฉัน. อะไรคือฮูก่ม ของบทลงโทษที่กำหนดให้ลูกค้าต้องจ่ายค่าชดเชย หากเขาล่าช้าในการชำระเงินค่าสินค้า, และเขายังต้องจ่ายค่าชดเชย สำหรับกำไรที่คาดหวังว่าจะได้ ในบางกรณี? และหากฉันถูกบังคับ ให้ต้องปฏิบัติตามบทลงโทษนี้, มันจะถือเป็นที่อนุญาตสำหรับฉันหรือไม่ ในการกำหนดมันกับลูกค้าของฉันด้วย?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.บทลงโทษในสัญญาทางการเงินเป็นที่อนุญาต, นอกจากสัญญาที่ เป้าหมายเดิมนั้น อยู่ในรูปแบบของเครดิต (หนี้). จะไม่ถือเป็นที่อนุญาต, ยกตัวอย่างเช่น , กำหนดให้คนที่ซื้อสินค้าโดยการผ่อนชำระ ต้องจ่ายบางอย่างเพิ่มเติมจากราคาสินค้า หากเขาชำระเงินล่าช้า, เพราะราคาที่เพิ่มเติมนี้ อยู่นอกเหนือจากหนี้ที่เขาติดอยู่ (ราคาสินค้าที่เขายังไม่จ่าย-ผู้แปลเป็นไทย), และมันถือเป็นรีบาอ์อย่างชัดเจน. นอกเหนือจาก หนี้ในเรื่องที่เกี่ยวกับภาระผูกพัน มันถือเป็นที่อนุญาตในการกำหนดบทลงโทษ โดยกำหนดค่าชดเชย ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง. มันถูกกล่าวไว้ ในแถลงการณ์ของสภาฟิกฮ์อิสลาม เกี่ยวกับบทลงโทษดังกล่าวว่า :

1.

บทลงโทษดังกล่าวตามกฎหมาย คือข้อตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย ที่ได้ทำสัญญาในการจ่ายค่าชดเชยของผู้หนึ่ง ต่อผู้ที่กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าชดเชยที่ควรได้รับ จากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเขา,หากอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันที่ได้ทำไว้, หรือล่าช้าในการปฏิบัติมัน.

2.

สภายืนยันในคำแถลงก่อนหน้า เรื่องที่เกี่ยวกับบทลงโทษดังกล่าว ในคำแถลงเกี่ยวกับการขายด้วยเครดิต (หมายเลข. 85, 9/2) กล่าวว่า, “มันไม่เป็นที่อนุญาตในการกำหนดโทษ กรณีล่าช้าในการชำระเงินค่าสินค้า ที่ซื้อด้วยเครดิต, เพราะเครดิตถือเป็นรูปแบบของเงินกู้, และมันไม่เป็นที่อนุญาตในการกำหนดการชำระเงินเพิ่มเติม กรณีล่าช้าในการจ่ายเงินกู้”; ในคำแถลงเกี่ยวกับการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อ (หมายเลข. 65, 3/7), กล่าวว่า, “มันถือเป็นที่อนุญาตสำหรับการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อ ในการที่จะมีบทลงโทษ โดยระบุสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน, เว้นแต่จะเกิดสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขา”; คำแถลงเกี่ยวกับการขายแบบผ่อนชำระ (หมายเลข. 51, 2/6), กล่าวว่า : “หากผู้ซื้อ (ผู้ที่ซื้อด้วยเครดิต)  ล่าช้าในการผ่อนชำระ และไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด, มันไม่เป็นที่อนุญาตในการบังคับเขา – ไม่ว่าจะโดยเงื่อนไขก่อนหน้า หรืออื่นๆ – เพื่อจ่ายสิ่งใดๆ เกินกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระ, เพราะมันอยู่ภายใต้รีบาอ์, ซึ่งเป็นที่ฮารอม.”

3.

มันถือเป็นอนุญาต สำหรับบทลงโทษที่จะถูกเพิ่มเติมจากสัญญาเดิม, หรือจะถูกพิจารณาในข้อตกลงภายหลัง, โดยตกลงกัน ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น.

4.

มันถือเป็นที่อนุญาตที่จะกำหนดบทลงโทษ ในทุกสัญญาทางการเงิน, เว้นแต่สัญญาที่ ข้อผูกพันเดิมนั้น คือสัญญาเงินกู้, เพราะมันอยู่ภายใต้รีบาอ์ที่ชัดเจน.

บนฐานนี้, ข้อนี้ถือเป็นที่อนุญาต – ยกตัวอย่างเช่น ข้อตกลงที่ทำกับผู้รับเหมา, สัญญานำเข้าสำหรับผู้นำเข้า, คำสั่งผลิตสินค้าสำหรับผู้ผลิต (ผู้จัดจำหน่าย), หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพัน หรือล่าช้าในการปฏิบัติ.

บทลงโทษที่ไม่เป็นที่อนุญาต, ยกตัวอย่างเช่น, ในกรณีที่ขายสินค้าโดยการผ่อนเป็นงวด, หากลูกหนี้ (ผู้ซื้อ) ล่าช้าในการชำระเงินงวดที่เหลือ, ไม่ว่าจะเกิดจากความยุ่งยากทางการเงิน หรือล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน. พวกเขาไม่ได้รับอนุญาต ในสัญญาการผลิตสำหรับผู้ซื้อ, หากเขา (ผู้ซื้อ-ผู้แปลเป็นไทย) ล่าช้าในการชำระเงิน.

5.

ความเสียหายที่อนุญาตในการจ่ายค่าชดเชยนั้น รวมถึงความเสียหายทางการเงินที่เกิดขึ้นจริง และสิ่งที่ ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมีการสูญเสียที่แท้จริง และสิ่งที่เขาพลาดไปจากรายได้บางอย่าง. แต่ไม่รวมถึงความเสียหายที่จับต้องไม่ได้.

6.

บทลงโทษดังกล่าว จะไม่ถูกนำมาใช้ ถ้ามันได้รับการพิสูจน์ว่า ผู้ที่ถูกกำหนดสำหรับเขานั้น ไม่สามารถปฏิบัติตามเนื่องจากเหตุผลที่อยู่เหนือการควบคุมของเขา, หรือมันได้รับการพิสูจน์ว่า ผู้ที่กำหนดเงื่อนไขนั้น ไม่ได้รับความเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญา.

7.

มันถือเป็นที่อนุญาตสำหรับศาล, ตามคำขอของหนึ่งในสองฝ่าย, ในการแก้ไขจำนวนเงินชดเชย, หากมีเหตุผลให้ทำเช่นนั้น หรือในกรณีที่กำหนดจำนวนเงินเกินความเป็นจริง.

จบการอ้างจาก กอรอร็อต อัล-มัจมะอ์‘ (หน้า. 371), จัดพิมพ์โดย กระทรวงเอากอฟ ของกาตาร์.

บางสิ่งที่คล้ายกันนี้ก็ถูกระบุโดยสภานักวิชาการอาวุโส ในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย, ตามที่กล่าวไว้ใน มาญัลลัต อัล-บูฮูซ อัล-อิลมิยยะฮ์ (2/143), หลังการอภิปรายเกี่ยวกับบทลงโทษดังกล่าว :

สภามีมติเป็นเอกฉันท์ว่า บทลงโทษดังกล่าวที่บางครั้งรวมอยู่ในสัญญานั้นถือว่าถูกต้อง และจะต้องปฏิบัติตาม, เว้นแต่มีข้อแก้ตัวในการที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่มีน้ำหนักตามชารีอะฮ์; ในกรณีนี้ ข้อแก้ตัวก็จะกลายเป็นเหตุผล ในการยกเลิกข้อผูกพันในเงื่อนไขนี้ จนกว่าข้อแก้ตัวจะไม่มีอีกต่อไป. หากบทลงโทษดังกล่าว กำหนดค่าชดเชยมากเกินไป กว่าธรรมเนียมปกติ, เพราะมันมีจุดประสงค์ในการเป็นภัยคุกคามทางการเงิน, และมันห่างไกลกับแนวทางชารีอะฮ์, ดังนั้น เรื่องนี้ควรได้รับการตรวจสอบ ในแง่ของความเท่าเทียมและความยุติธรรม, บนพื้นฐานของสิ่งที่พลาดผลประโยชน์ หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย. ในกรณีที่มีข้อพิพาท, การวินิจฉัยนั้น ควรได้รับการส่งต่อไปยังผู้พิพากษาชัรอีย์ ผ่านผู้ที่มีประสบการณ์ และมีความเข้าใจ, ในการปฏิบัติตามโองการซึ่งอัลลอฮ์, ซุบฮานาฮูวาตาอาลา, กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า): “และเมื่อพวกเจ้าตัดสินระหว่างผู้คน พวกเจ้าก็จะต้องตัดสินด้วยความยุติธรรม” [อัน-นีซาอ์’ 4:58] และ “และจงอย่าให้การเกลียดชังพวกหนึ่งพวกใด ทำให้พวกเจ้าไม่ยุติธรรม จงยุติธรรมเถิด มันเป็นสิ่งที่ใกล้กับความยำเกรงยิ่งกว่า” [อัล-มาอีดะฮ์ 5:8], และคำพูดของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ที่ว่า : “ต้องไม่สร้างความเสียหายต่อตัวเอง และความเสียหายต่อผู้อื่น.” วาบิลลาฮีเตาฟีก; ขออัลลอฮ์ทรงมอบความสันติและความจำเริญแด่มูฮัมมัด และครอบครัวของท่าน และสหายของท่าน. จบการอ้าง.

ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่า ผู้ซื้ออาจกำหนดบทลงโทษ ในกรณีที่เกิดความล่าช้าของคุณ ในส่วนของการจัดส่งสินค้าตามเวลาที่ตกลงกัน, และคุณไม่มีสิทธิ์กำหนดเงื่อนไขนี้กับเขา หากเขาล่าช้าในการชำระเงินที่ค้างชำระ. แต่คุณก็สามารถระบุบทลงโทษนี้ กับบริษัทที่ส่งออกสินค้าถึงคุณ, หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสัญญา ตามที่ตกลงกันกับคุณ.

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด

ใส่ความเห็น