แปลจากคำถามหมายเลข 111794

เผยแพร่เมื่อ : 07-09-2013

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

ในประเทศของเรา มีบริษัทฮัจญ์บางแห่ง ให้บริการรับทำฮัจญ์ อัล-บาดัล (ทำฮัจญ์แทน, นั่นคือ, การทำฮัจญ์ให้ผู้อื่น), โดยที่, เราให้เงินพวกเขา – เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายของการทำฮัจญ์ – และผู้ที่มีความรู้ก็จะทำฮัจญ์แทนเรา. สิ่งนี้ถือเป็นที่อนุญาตหรือไม่?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ.

หลายคนไม่มีความระมัดระวังเกี่ยวกับ ฮัจย์ อัล-บาดัล. ในแนวทาง, เงื่อนไขและฮูก่ม ของฮัจยฺ อัล-บาดาล. เราจะพูดถึงสิ่งที่เราสามารถทำได้, หวังว่าอัลลอฮฺจะทำให้ผู้คนได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้.

1.

ฮัจญฺ อัล-บาดัลนั้น ไม่ถูกต้องในกรณีที่ตัวแทนที่ได้รับมอบหมาย ทำฮัจย์วาญิบแทนผู้ที่มีความสามารถไปทำฮัจย์เองได้.

อิบนฺ กูดามะฮฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:

มันไม่เป็นที่อนุญาต สำหรับผู้ที่มีความสามารถทำฮัจด้วยตัวเอง ในการแต่งตั้งผู้อื่น ให้ทำฮัจญ์วาญิบแทนเขา, ตามมติเอกฉันท์. อิบนฺ อัล-มุนซิร กล่าวว่า: นักวิชาการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ถ้าคนๆหนึ่งมีความต้องการทำฮัจย์ที่วาญิบสำหรับเขา และเขามีความสามารถที่จะไปทำฮัจย์ด้วยตัวเองได้, มันไม่เป็นที่ยอมรับ สำหรับคนอื่น ที่จะทำฮัจย์แทนเขา. จบการอ้าง.

อัล-มุฆนี, 3/185

2.

ฮัจย์ อัล-บาดัล อาจทำแทนให้กับผู้ป่วย ที่หมดหวังจากการหายป่วย, หรือคนที่ร่างกายของเขาไม่มีความสามารถ, หรือคนที่ตายไปแล้ว, แต่ไม่สามารถทำแทนคนจน หรือคนที่ไม่มีความสามารถทำมันได้เนื่องจากสถานการ์ทางการเมือง หรือความมั่นคง.

อัน-นาวาวี (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:

นักวิชาการส่วนใหญ่ มีทัศนะว่า มันถือเป็นที่อนุญาต ในการแต่งตั้งให้คนอื่นทำฮัจญ์ แทนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว และคนที่ไม่มีความสามารถ และคนที่หมดหวังในการรักษาความป่วยไข้ให้หายดี. อัล-กอดี ‘อียาด ให้เหตุผล ว่าทำไมมัซฮับมาลีกี ถึงมีทัศนะที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่, นั่นคือ พวกเขาคิดว่า ฮาดิษที่เกี่ยวกับการถือศีลอด แทนผู้ที่เสียชีวิต และการทำฮัจญ์ แทนผู้ที่เสียชีวิตนั้นไม่สามารถรับฟังได้. แต่สิ่งนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง และฮาดิษนี้รับฟังได้. มันเป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้ว ถึงความสมบูรณ์ของมัน ซึ่งบันทึกโดยมุสลิม ในซอฮิฮฺของท่าน.

ชัรฮฺ อัน-นาวาวี ‘อาลา มุสลิม, 8/27

ฮาดีษของนาวาวี (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) ซึ่งบางส่วนของมัซฮับมาลีกี ถือว่ามันรับฟังไม่ได้นั้น มีดังนี้:

มันถูกเล่าจาก ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ บูรอยดะฮฺ ว่าพ่อของเขา (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : ขณะที่ฉันกำลังนั่งกับท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน), มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาท่าน และกล่าวว่า : ฉันมอบทาสหญิงให้กับแม่ของฉัน, จากนั้นท่านก็เสียชีวิต. ท่านนบีกล่าวว่า: “รางวัลของท่านนั้นแน่นอน, และเธอ (ทาสหญิงคนนั้น) กลับกลายมาเป็นของท่าน ในสถานะมรดก.” เธอกล่าวว่า : โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ, ท่าน(แม่ของผู้หญิง)ขาดการถือศีลอดเป็นเวลา 1 เดือน, ฉันควรถือศีลอดแทนท่านหรือไม่? ท่านนบีกล่าวว่า: “ถือศีลอดแทนท่านด้วย.” เธอกล่าวว่า: ท่านยังไม่เคยทำฮัจญ์, ฉันควรทำฮัจญ์แทนท่านหรือไม่? ท่านนบีกล่าวว่า : “ทำฮัจญ์แทนท่านด้วย.”

บันทึกโดยมุสลิม, 1149

อัล-ฮาฟิส อิบนฺ ฮาญัร (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:

ผู้ที่ถือว่า เป็นที่อนุญาตในการแต่งตั้งคนอื่นให้ทำฮัจญ์แทนนั้น ต่างก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่ามันไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับการทำฮัจญ์แทน นอกจากการทำฮัจญ์แทนผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือผู้ที่เป็นอัมพาต. และไม่รวมถึงผู้ที่ป่วย, เพราะยังมีหวังที่จะรักษาให้หายได้; หรือผู้ที่เสียสติ, เพราะยังมีความหวังว่าจะกลับมาเป็นคนปกติได้; หรือผู้ที่ถูกจำคุก, เพราะยังมีหวังที่จะได้รับการปล่อยตัว; หรือคนยากจน, เพราะยังมีหวังที่จะหาเลี้ยงตนได้.

จบการอ้างจาก ฟัตฮฺ อัล-บารี, 4/70

นักวิชาการจากคณะกรรมการถาวรฯ ถูกถามว่า:

มันถือเป็นที่อนุญาตหรือไม่ สำหรับมุสลิม ที่ได้เคยทำฮัจญ์แล้ว จะทำฮัจญ์แทนญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน, เพราะเขา(ญาติพี่น้อง)ไม่สามารถเดินทาง มาประกอบพิธีฮัจญ์ได้?

พวกท่านตอบว่า:

มันถือเป็นที่อนุญาตสำหรับมุสลิมที่เคยทำฮัจญ์ของตัวเองแล้ว จะทำฮัจญ์แทนคนอื่น, ถ้าคนอื่นที่ว่านั้น ไม่มีความสามารถทำฮัจญ์สำหรับตัวเองได้ เพราะเขาแก่แล้ว, หรือป่วย ด้วยโรคที่ไม่สามารถจะรักษาให้หายได้แล้ว, หรือเพราะเขาได้เสียชีวิตแล้ว, เพราะฮาดิษที่ซอฮิฮฺ ได้กล่าวไว้เช่นนั้น. กรณีผู้ที่จะได้รับการทำฮัจญ์แทนนั้น เขามีความต้องการที่จะทำฮัจญ์ แต่ไม่สามารถทำฮัจญ์ได้ เพราะเหตุผลบางอย่างชั่วคราว ซึ่งมีความหวังว่าจะผ่านมันไปได้, เช่นความเจ็บป่วย ที่หวังว่าจะรักษาให้หายได้, เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง, หรือเส้นทางในการเดินทางไม่มีความปลอดภัย และอะไรทำนองนั้น, กรณีหลังนี้ไม่เป็นที่อนุญาตในการทำฮัจญ์แทน. จบการอ้าง.

ชัยคฺ ‘อับดุลอาซีซ อิบนฺ บาซ, ชัยคฺ ‘อับดุลร็อซซาก ‘อาฟีฟี, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ กออูด

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/51

3.

การทำฮัจญ์แทน (ฮัจญ์ อัล-บาดาล) ไม่สามารถทำแทนสำหรับผู้ที่มีเงินทอง (แต่ไม่สามารถไปประกอบพิธีฮัจญ์ได้), เพราะฮัจญ์วาญิบนั้น มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ยากจนเท่านั้น. และการทำฮัจญ์แทนนั้น ค่อนข้างที่จะต้องทำด้วยตัวเองสำหรับผู้ที่มีความสามารถทางร่างกาย.

นักวิชาการในคณะกรรมการถาวรฯ ถูกถามว่า:

มันถือเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ที่บางคนจะทำ ‘อุมเราะฮฺ หรือ ฮัจญ์ แทนญาติพี่น้องของเขา ผู้ที่อยู่ห่างไกลจากมักกะฮฺ และไม่มีวิธีการ(เงินทอง)ที่จะเดินทางมาทำฮัจญ์ได้, แม้ว่า (ร่างกายของเขา) มีความสามารถที่จะทำการตอวาฟได้ (การเดินวนรอบกะบะฮฺ)?

พวกท่านตอบว่า:

ญาติพี่น้องของคุณไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำฮัจญ์ ตราบใดที่พวกเขาไม่สามารถจ่ายได้(ไม่มีเงินทอง). มันไม่ถูกต้อง ที่จะทำฮัจญ์ หรือ อุมเราะฮฺ แทนพวกเขา, เพราะร่างกายของพวกเขา ยังมีความสามารถที่จะทำทั้งสองอย่างได้ หากเขาได้มาอยู่ ณ ที่ทำฮัจญ์. ที่ถูกต้อง ที่จะทำแทนพวกเขาได้นั้น คือสำหรับพวกเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว หรือพวกเขาที่ไม่มีความสามารถทางร่างกาย ที่จะประกอบพิธีฮัจญ์ได้. จบการอ้าง.

ชัยคฺ ‘อับดุลอาซีซ อิบนฺ บาซ, ชัยคฺ ‘อับดุลร็อซซาก ‘อาฟีฟี, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ ฆ็อดยาน

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/52

4.

มันไม่เป็นที่อนุญาต สำหรับใครก็ตามที่จะทำฮัจญ์แทนผู้อื่น เว้นแต่ว่าเขาได้เคยทำฮัจญ์ในส่วนของตัวเองแล้ว. ถ้าเขายังไม่เคยทำฮัจญ์สำหรับตัวเอง, ฮัจญ์ที่ทำแทนนั้นก็จะถือเป็นฮัจญ์ของเขาเอง ไม่ใช่ของคนที่เขาทำแทนให้.

นักวิชาการ จากคณะกรรมการถาวรฯ กล่าวว่า:

มันไม่เป็นที่อนุญาต ที่จะทำฮัจญ์แทนผู้อื่น ก่อนที่เขาจะทำฮัจญ์สำหรับตัวเองก่อน. หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งนี้ คือรายงานที่เล่าโดย อิบนฺ อับบาส (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่าน), ตามที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) ได้ยินชายคนหนึ่งพูดว่า, ลับบัยกฺ อัน‘ชุบรูมะฮฺ (ฉันมาแล้ว (โอ้อัลลอฮฺ, สำหรับการทำฮัจญ์นี้) แทนชุบรูมะฮฺ). ท่านนบีกล่าวว่า: “ท่านเคยทำฮัจญ์สำหรับตัวของท่านเองแล้วหรือยัง?” เขากล่าวว่า: ยังครับ. ท่านนบีกล่าวว่า: “จงทำฮัจญ์สำหรับตัวของท่านเอง, จากนั้นจึงทำแทนชุบรูมะฮฺ.” จบการอ้าง.

ชัยคฺ ‘อับดุลอาซีซ อิบนฺ บาส, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ ฆ็อดยาน

ฟาตาวาอัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/50

5.

มันถือเป็นที่อนุญาตสำหรับผู้หญิงในการทำฮัจญ์แทนผู้ชาย, และสำหรับผู้ชายที่จะทำฮัจญ์แทนผู้หญิง.

นักวิชาการในคณะกรรมการถาวรฯ กล่าวว่า:

การทำฮัจญ์ในนามของบุคคลอื่น ถือเป็นที่อนุญาต, ถ้าผู้ที่ทำแทนนั้น ได้เคยทำฮัจญ์สำหรับตัวเองแล้ว. เช่นเดียวกับการจ่ายเงินให้ผู้หญิง ทำฮัจญ์แทนแม่ของเธอ, เพราะมันเป็นที่อนุญาตสำหรับผู้หญิง ที่จะทำฮัจญ์แทนผู้หญิง หรือแทนผู้ชาย. ซึ่งมีหลักฐานจากท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) เกี่ยวกับสิ่งนี้. จบการอ้าง.

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/52

6.

มันไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับใครก็ตาม ที่จะทำฮัจญ์แทน คน 2 คน หรือมากกว่านั้น ใน 1 ฮัจญ์, แต่มันเป็นที่อนุญาต ที่จะทำ ‘อุมเราะฮฺสำหรับเขาเอง – หรือทำอุมเราะฮฺแทนคนอื่น – และทำฮัจญ์แทนบุคคลอื่นอีกคนหนึ่ง.

นักวิชาการในคณะกรรมการถาวรฯ กล่าวว่า:

มันเป็นที่อนุญาตที่จะทำฮัจญ์ แทนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว และคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีความสามารถที่จะทำฮัจญ์ได้. แต่มันไม่เป็นที่อนุญาต สำหรับคนที่จะทำฮัจญ์ใน 1 ฮัจญ์ และทำมันในนามของคนที่สองด้วย. ฮัจญ์สามารถทำได้ในนามของ 1 คนเท่านั้น, และเช่นเดียวกันกับ ‘อุมเราะฮฺ. แต่ถ้ามีบางคนทำฮัจญ์ ในนามของอีกคนหนึ่ง และเขาได้ทำ ‘อุมเราะฮฺ ในนามของบุคคลอื่นอีกคนหนึ่งในปีเดียวกัน, สิ่งนี้เป็นที่ยอมรับ ตราบใดที่ ผู้ที่เป็นคนทำฮัจญ์ ได้เคยทำฮัจญ์ และ ‘อุมเราะฮฺ ในนามของเขาเองแล้ว. จบการอ้าง.

ชัยคฺ ‘อับดุลอาซีซ อิบนฺ บาซ, ชัยคฺ ‘อับดุลร็อซซาก ‘อาฟีฟี, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ ฆ็อดยาน, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ กออูด

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/58

7.

มันไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับใครก็ตาม ที่มีจุดมุ่งหมายในการหารายได้ จากการทำฮัจญ์แทนบุคคลอื่น; จุดมุ่งหมายของเขาควรจะเป็น การทำฮัจญ์ และการได้ไปถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น, และทำการประกอบพิธีด้วยความเมตตาต่อพี่น้องของเขา ด้วยการทำฮัจญ์ในนามของพี่น้องเขา.

ชัยคฺ มูฮัมหมัด อิบนฺ ซอลิฮฺ อัล-อูซัยมีน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า :

การทำฮัจญ์ในนามของบุคคลอื่น คือสิ่งที่มีกล่าวถึงในซุนนะฮฺ. ผู้หญิงคนหนึ่งได้ถามท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน): คำสั่งของอัลลอฮฺต่อบ่าวของพระองค์ ในเรื่องการทำฮัจญ์นั้น ได้มาในตอนที่ พ่อของฉันแก่ชราแล้ว และไม่สามารถที่จะนั่งบนอานม้าได้อย่างมั่นคง; ฉันสามารถทำฮัจญ์แทนท่าน(พ่อ)ได้หรือไม่? ท่านนบีกล่าวว่า: “ได้.” ในกรณีการทำฮัจญ์แทนบุคคลอื่น เพื่อรับเงินตอบแทนนั้น, หากมีเป้าหมายคือการรับเงินตอบแทน, ชัยคุลอิสลาม [อิบนฺ ตัยมียะฮฺ] (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : ผู้ที่ทำฮัจญ์โดยทำเพื่อการหาเลี้ยงชีพ จะไม่มีส่วนแบ่งใดๆในปรโลก; สำหรับผู้ที่ได้รับเงินในการทำฮัจญ์นั้น, มันไม่มีความความผิดสำหรับสิ่งนี้. แต่ถ้าคนๆหนึ่งได้รับเงินเพื่อการทำฮัจญ์ ในนามของบุคคลอื่น เขาควรมีเจตนาใช้เงินที่เขาได้รับ ในการช่วยทำฮัจญ์แทนบุคคลอื่น, และเขาก็ควรมีความตั้งใจ ในการตอบสนองความต้องการของผู้ที่ขอให้ทำแทน, เพราะคนที่ขอให้เขาทำฮัจญ์แทนในนามของตัวเองนั้น มีความต้องการ และมีความสุขที่ได้พบกับคนที่จะทำแทนตัวเองได้. ดังนั้น ผู้ทำฮัจญ์แทน ควรมีความตั้งใจ ในการประกอบพิธีด้วยความเมตตา ต่อคนที่เขาทำแทน ในการทำฮัจญ์แทน ในนามของคนนั้น. จากนั้นความตั้งใจของเขาก็จะเป็นการดี. จบการอ้าง.

ลีกออาต อัล-บาบ อัล-มัฟตุฮ, 89, คำถามที่ 6

และท่าน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) ยังได้กล่าวว่า:

มันถือเป็นความโชคร้าย ที่หลายคนทำฮัจญ์ในนามของบุคคลอื่น โดยทำเพื่อที่จะได้รับเงินเท่านั้น. สิ่งนี้ถือว่าฮารอมสำหรับพวกเขา, เพราะมันไม่เป็นที่อนุญาต ที่จะทำอีบาดัต ด้วยความตั้งใจที่จะได้รับปัจจัยทางโลก. อัลลอฮฺซุบฮานาฮูวาตาอาลา, กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า):

“ผู้ใดปรารถนาการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้และความเพริศแพร้วของมัน เราก็จะตอบแทนให้พวกเขาอย่างครบถ้วน ซึ่งการงานของพวกเขาในโลกนี้เท่านั้น และพวกเขาจะไม่ถูกริดรอนในการงานนั้นแต่อย่างใด.

ชนเหล่านั้น พวกเขาจะไม่ได้รับการตอบแทนอันใดในโลกอาคิเราะฮ์ นอกจากไฟนรกและสิ่งที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ในโลกดุนยาก็จะไร้ผลและสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ก็จะสูญเสียไป”

[ฮูด 11:15-16]

“ในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้กล่าวว่า โอ้พระเจ้าของเรา โปรดประทานให้แก่พวกเราในโลกนี้เถิด และเขาจะไม่ได้รับส่วนดีใด ๆ ในปรโลก”

[อัล-บากอเราะฮฺ 2:200].

อัลลอฮฺไม่ตอบรับอีบาดัตต่างๆ ที่ไม่ได้ทำไปเพื่อพระองค์, และท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติละความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) ห้ามการรับเงิน ในสถานที่ทำอีบาดะฮฺ. ท่านนบี (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ถ้าท่านเห็นใครก็ตาม ที่ได้ทำการซื้อขายในมัสยิด, จากนั้นท่านนบีก็กล่าวว่า: ขออัลลอฮฺ ไม่ทำให้การค้าของเขามีกำไร.” ถ้าสิ่งนี้ถูกทำโดยคนหนึ่ง ผู้ที่ทำให้สถานที่อีบาดัต เป็นสถานที่สำหรับการรับความมั่งคั่ง, เขาจะต้องถูกขอดุอาอฺต่อต้าน, ขอให้อัลลอฮฺไม่ทำให้การค้าของเขามีกำไร, ดังนั้นจะเป็นอย่างไร สำหรับคนที่ทำอีบาดัต ของเขาเอง เพื่อให้ได้รับปัจจัยทางโลก, ทำราวกับว่าฮัจญ์นั้นเป็นสินค้า หรืออาชีพ? คุณจะพบคนที่ถูกขอให้ทำฮัจญ์แทน ได้ขอเพิ่มเติม และเจรจาต่อรองราคา, กล่าวว่า: มันน้อยมาก; มันไม่พอหรอก; ให้ฉันเพิ่มอีกสิ, สำหรับสิ่งนั้น สำหรับสิ่งนี้ ให้ฉันเท่านั้น ให้ฉันเท่านี้, หรือเสนอให้ฉันอย่างนั้นเสนอให้ฉันอย่างนี้ เท่านั้นเท่านี้, และคำพูดอื่นๆ ที่ทำให้การอีบาดัต กลายเป็นอาชีพ. ด้วยเหตุนี้ ฟุกอฮะในมัซฮับฮันบาลี’ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาพวกท่าน) มีระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การจ้างคนให้ทำฮัจญ์แทน ในนามของบุคคลอื่นนั้น ไม่ถูกต้อง. ชัยคฺ อัล-อิสลาม อิบนฺ ตัยมียะฮฺ กล่าวว่า: คนๆหนึ่งที่ทำฮัจญ์ เพื่อที่จะได้รับเงิน จะไม่มีส่วนแบ่งใดๆในปรโลก. แต่ถ้าเขาทำหน้าที่ในการทำฮัจญ์แทนผู้อื่น เพื่อจุดประสงค์ทางศาสนา, เช่น ถ้าเขาตั้งใจให้ผลประโยชน์กับพี่น้อง โดยการทำฮัจญ์ในนามของพี่น้องของเขา, หรือถ้าเขาตั้งใจทำอีบาดัตอื่นๆที่มากกว่าพิธีฮัจญ์ เช่น , ดูอา และซิเกร ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์(แผ่นดินฮารอม), ก็ไม่มีความผิดสำหรับสิ่งนั้น และมันก็ถือเป็นเจตนาที่ดี.

ใครที่ทำหน้าที่ในการ ทำฮัจญ์แทน ในนามของผู้อื่น ควรตั้งเจตนาทั้งหมดเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานาฮูวาตาอาลา, และความตั้งใจของเขา ควรตอบสนองความต้องการของผู้ที่ขอให้ทำแทน เพื่ออีบาดัตรอบๆบ้านของอัลลอฮฺ, ระลึกถึงพระองค์ และเรียกร้องต่อพระองค์, เท่าที่จะเติมเต็มความต้องการของพี่น้องด้วยการทำฮัจญ์ในนามของเขา. พวกเขาควรออกห่างจาก ความตั้งใจทางโลก ในการได้รับเงิน. หากพวกเขาไม่มีความตั้งใจอื่นเลยในใจของเขา นอกเหนือจากการรับเงิน, ในกรณีนี้ มันไม่ถือเป็นที่อนุญาต ในการทำหน้าที่ ทำฮัจญ์แทนคนอื่น. ถ้าบุคคลที่ทำฮัจญ์แทน ในนามของบุคคลอื่น ด้วยเจตนาที่เหมาะสม, เงินที่เขาได้รับ ก็ถือเป็นของเขาทั้งหมด, เว้นแต่จะมีการระบุว่า เขาจะต้องคืนเงินส่วนที่เหลือจากการทำฮัจญ์. จบการอ้าง.

อัด-ดียา’ อัล-ลามี‘ มิน อัล-คูต็อบ อัล-จาวามี‘, 2/477, 478

8.

ถ้ามุสลิมเสียชีวิตลง โดยที่ไม่ได้ทำฮัจญ์, และเขามีเงื่อนไขครบทั้งหมด ในการทำฮัจญ์, ก็ถือเป็นวาญิบที่จะต้องทำฮัจญ์ ในนามของเขา จากเงินของเขาที่เหลือไว้, ไม่ว่าเขาจะได้เคยสั่งเสียให้ทำฮัจญ์แทนหรือไม่ก็ตาม.

นักวิชาการในคณะกรรมการถาวรฯ กล่าวว่า:

ถ้ามุสลิมคนหนึ่งได้เสียชีวิต โดยที่ไม่ได้ทำฮัจญ์, และเขามีเงื่อนไขครบทั้งหมด ที่วาญิบจะต้องทำฮัจญ์, ก็ถือเป็นวาญิบที่จะทำฮัจญ์ในนามของเขา จากเงินของเขาที่เหลือไว้, ไม่ว่าเขาจะได้เคยสั่งเสียไว้หรือไม่ก็ตาม. ถ้าบางคนที่เคยทำฮัจญ์ในส่วนของเขาแล้ว ได้ทำฮัจญ์แทนในนามของผู้ตาย, ฮัจญ์ที่ทำในนามของผู้ตายนั้นถูกต้อง และเป็นที่ยอมรับ ในการทำสิ่งที่วาญิบ. จบการอ้าง.

ชัยคฺ อับดุลอาซีซ อิบนฺ บาส, ชัยคฺ ‘อับดุลร็อซซาก ‘อาฟีฟี, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ ฆ็อดยาน, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ มูนัยยี‘

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/100

9.

ผู้ที่ทำฮัจญ์แทนคนอื่น จะได้รับผลบุญเต็ม และจะได้รับการล้างบาป (ล้างบาป) เหมือนกับตอนที่คลอดออกมาจากครรภ์มารดาด้วยหรือไม่?

นักวิชาการจากคณะกรรมการถาวรฯ กล่าวว่า:

เกี่ยวกับผลบุญที่ได้จากการทำฮัจญ์ สำหรับผู้ที่ทำฮัจญ์แทนคนอื่นนั้น, ไม่ว่ามันจะได้ผลบุญเหมือนกับฮัจญ์ที่เขาทำเพื่อตัวเอง, หรือได้น้อยกว่า หรือมากกว่า, สิ่งนี้นั้น อัลลอฮฺซุบฮานาฮูวาตาอาลาเท่านั้นที่รู้. จบการอ้าง.

ชัยคฺ ‘อับดุลอาซีซ อิบนฺ บาซ, ชัยคฺ ‘อับดุลร็อซซาก ‘อาฟีฟี, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ ฆ็อดยาน, ชัยคฺ ‘อับดุลลอฮฺ อิบนฺ มูนัยยี‘

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/100

และพวกท่านยังกล่าวว่า:

ถ้าคนๆหนึ่งทำฮัจญ์ หรืออุมเราะฮฺ แทนผู้อื่น, โดยที่ไม่รับเงิน, ผลบุญสำหรับฮัจญ์ หรือ อุมเราะฮฺ นั้นก็จะได้แก่ผู้ที่เขาทำให้, แต่ก็หวังว่า เขา(ผู้ทำแทน)จะได้รับผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่เช่นกัน, ซึ่งเป็นไปตามความจริงใจของเขา และความปรารถนาที่จะทำความดีของเขา. สำหรับทุกคนที่ได้มาถึง มัสยิดอัลฮารอม และทำสิ่งที่ดีต่างๆมากมาย ในอาม้าลอีบาดัต, หวังว่าเขาจะได้รับความดีอย่างมากมาย ถ้าการกระทำของเขานั้นมีความจริงใจเพื่ออัลลอฮฺ. จบการอ้าง.

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/77, 78

อีหม่าม อิบนฺ ฮัซมฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:

มีรายงานจาก ดาวูด ซึ่งท่านกล่าวว่า: ฉันกล่าวกับ สะอีด อิบนฺ อัล-มูซัยยับ: โอ้ อบู มูฮัมมัด, สำหรับใครหรือ ที่จะได้รับรางวัล, ผู้ที่เป็นคนทำฮัจญ์ หรือผู้ที่เขาทำให้? สะอีด กล่าวว่า: อัลลอฮฺซุบฮานาฮูวาตาอาลาจะให้รางวัล, แก่ทั้งสอง.

อิบนฺ ฮัซมฺ กล่าวว่า: สะอีด (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) พูดความจริง.

อัล-มูฮัลลา, 7/61

ความดีต่างๆ ที่ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำไป อื่นจากพิธีฮัจญ์, เช่นการละหมาดในมัสยิดฮารอม, การอ่านอัลกุรอ่าน, และอื่นๆ, รางวัลหรือผลบุญของสิ่งนั้น จะได้กับเขา(ผู้ทำ) ไม่ใช่ผู้ที่มอบหมายให้เขาทำฮัจญ์.

เชค มูฮัมมัด อิบนฺ ซอลิฮฺ อัล-อูซัยมีน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:

รางวัลสำหรับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการทำฮัจญ์ จะได้รับไปอย่างครบถ้วน สำหรับผู้ที่มอบหมายให้เขาทำฮัจญ์; เกี่ยวกับรางวัลที่ได้จากการละหมาด และการตอวาฟ ที่เขาได้ทำไปโดยสมัครใจ อื่นจากพิธีฮัจญ์, และการอ่านกุรอ่านนั้น, (รางวัลของเขา) จะได้กับผู้ที่เป็นคนทำฮัจญ์แทน, ไม่ใช่ผู้ที่มอบหมายเขาให้ทำฮัจญ์แทน. จบการอ้าง.

อัด-ดียา’ อัล-ลามี‘ มิน อัล-คูต็อบ อัล-จาวามี‘, 2/476

10.

ที่ดีที่สุดคือ ลูกชายทำฮัจญ์แทนพ่อของเขา, และสำหรับญาติพี่น้อง ทำฮัจญ์แทนญาติพี่น้องของเขา, แต่ถ้าเขาจ้างคนอื่นให้ทำ, มันก็ถือเป็นที่อนุญาต.

ชัยคฺ ‘อับดุลอาซีซ อิบนฺ บาซ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) ถูกถามว่า:

แม่ของฉันเสียชีวิตเมื่อฉันยังเด็ก, และท่านได้จ้างคนที่มีความน่าเชื่อถือ ให้ทำฮัจญ์แทนท่าน. พ่อของฉันก็เสียชีวิตแล้วเช่นกัน, และฉันได้ยินจากญาติพี่น้องของฉันบางคน ว่าพ่อเคยทำฮัจญ์แล้ว.

มันถือเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ในการจ้างคนให้ทำฮัจญ์ แทนแม่ของฉัน, หรือฉันจะต้องทำฮัจญ์แทนแม่ของฉันด้วยตัวฉันเอง? แล้วก็, ฉันควรทำฮัจญ์แทนพ่อของฉันด้วยหรือไม่ ในเมื่อฉันได้ยินว่าท่าน(พ่อ)ได้เคยทำฮัจญ์แล้ว?

ท่านตอบว่า:

ถ้าคุณทำฮัจญ์แทนพวกเขาด้วยตัวของคุณเอง, และพยายามอย่างหนัก ในการทำฮัจญ์ให้สมบูรณ์ ในลักษณะที่กำหนดไว้ในหลักการอิสลาม, สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีกว่า. แต่ถ้าคุณจ้างคนอื่น ซึ่งเป็นผู้ที่เคร่งครัดในศาสนา มีความมุ่งมั่น และน่าเชื่อถือ ในการทำฮัจญ์แทนพวกเขา, มันก็ไม่ถือเป็นความผิด.

แต่ที่ดีที่สุดคือ ตัวคุณเองทำฮัจญ์ และอุมเราะฮฺ ในนามของพวกเขา(พ่อแม่). แต่คุณก็อาจจะจ้างบางคน ให้ทำฮัจญ์ และอุมเราะฮฺ ในนามของพวกเขาได้. นี่เป็นส่วนหนึ่ง ของการเคารพพวกเขาของคุณ และทำให้พวกเขาด้วยความเมตตา. ขออัลลอฮฺตอบรับ (การงานที่ดี) จากเรา และจากคุณ. จบการอ้าง.

ฟาตาวา อัช-ชัยคฺ อิบนฺ บาซ, 16/408

11.

มันไม่ได้ระบุไว้ ว่าคนที่ทำฮัจญ์ในนามของคนอื่น ควรจะรู้ชื่อของคนที่เขาทำแทน; ค่อนข้างจะเพียงพอสำหรับเขาแล้ว ที่จะมีความตั้งใจในการทำฮัจญ์ในนามของคนอื่น (เนียตว่าจะทำแทนคนอื่น เนียตถึงคนนั้น โดยที่ไม่ระบุชื่อของพวกเขาเพราะไม่รู้ ก็ถือว่าทำได้-ผู้แปลเป็นไทย).

นักวิชาการในคณะกรรมการถาวรฯ ถูกถามว่า:

ฉันมีญาติพี่น้องประมาณ 4 คน ที่เสียชีวิตไปแล้ว คือบรรดาลุงของฉัน และป้า และปู่ย่าตายาย, ทั้งชายและหญิง. แต่ฉันไม่รู้ชื่อของบางคนจากพวกเขา. ฉันต้องการส่งคนไปทำฮัจญ์ ในนามของพวกเขาแต่ละคน ด้วยค่าใช้จ่ายของฉันเอง.

พวกท่านได้ให้คำตอบว่า:

หากเป็นไปตามที่ได้อธิบายไว้,ในส่วนของคนที่คุณรู้ชื่อ, ทั้งชายและหญิง, มันไม่มีปัญหา. ในส่วนของคนที่คุณไม่รู้ชื่อ, มันเพียงพอสำหรับคุณ ที่จะตั้งใจทำฮัจญ์ในนามของทั้งชายและหญิง ในบรรดาญาติฝ่ายพ่อของคุณและญาติฝ่ายแม่ของคุณ ลุงและป้าของคุณ, ตามวัยของพวกเขาและรายละเอียดของพวกเขา, และมันก็ถือเป็นการเพียงพอแล้ว ในการมีความตั้งใจทำสิ่งนั้น, แม้ว่าคุณจะไม่รู้ชื่อของเขาก็ตาม. จบการอ้าง.

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/172

12.

มันไม่เป็นที่อนุญาต สำหรับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำฮัจญ์ในนามของคนอื่น ที่จะแต่งตั้งผู้อื่นอีกคน ให้ทำฮัจญ์แทน ยกเว้นจะต้องได้รับความยินยอมจากคนแรกที่แต่งตั้งเขา.

ชัยคฺ มูฮัมมัด อิบนฺ ซอลิฮฺ อัล‘อูซัยมีน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:

มันไม่เป็นที่อนุญาต สำหรับคนที่ได้รับมอบหมาย ในการทำฮัจญ์แทน ในนามของคนอื่น ที่จะแต่งตั้งคนอื่นอีกคน ให้ทำฮัจญ์แทน, ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินที่น้อยหรือมากก็ตาม, ยกเว้นว่า ได้รับความยินยอม จากผู้ที่แต่งตั้งเขา. จบการอ้าง.

อัด-ดียาอฺ’ อัล-ลามี‘ มิน อัล-คูต็อบ อัล-จาวามี‘, 2/478

13.

มันถือเป็นที่อนุญาตหรือไม่ในการแต่งตั้งตัวแทน สำหรับพิธีฮัจญ์นาฟีละฮฺ?

มีทัศนะที่ต่างกันของนักวิชาการ เกี่ยวกับเรื่องนี้. ชัยคฺ อิบนฺ ‘อูซัยมีน (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) เลือกทัศนะที่ถือว่าไม่อนุญาตในการแต่งตั้งตัวแทนให้ทำฮัจญ์ ยกเว้นฮัจญ์ที่วาญิบ.

ท่านชัยคฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:

ถ้าคนๆหนึ่งทำฮัจญ์วาญิบแล้ว และต้องการแต่งตั้งบางคน ให้ทำฮัจญ์นาฟิล หรืออุมเราะฮฺในนามของเขา,มีทัศนะที่ต่างกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหมู่นักวิชาการ. บางท่านกล่าวว่า มันถือว่าอนุญาต และบางท่านก็กล่าวว่า มันไม่เป็นที่ยอมรับ. สิ่งที่ถูกต้องมากกว่าในทัศนะของฉัน คือไม่เป็นที่ยอมรับ, และมันไม่เป็นที่อนุญาต สำหรับใครก็ตามที่จะแต่งตั้งบางคน ให้ทำฮัจญ์ หรือ อุมเราะฮฺ ในนามของเขา ถ้ามันคือกรณีของฮัจญ์นาฟิล, เพราะหลักการพื้นฐาน เกี่ยวกับการอีบาดัตคือ พวกเขาควรทำมันด้วยตัวเอง. เหมือนในกรณีไม่สามารถแต่งตั้งคนอื่นให้ถือศีลอดแทนในนามของเขา – ถึงแม้ว่าเขาตาย มันก็ยังถือว่าเขาขาดการถือศีลอด, ทายาทของเขา ควรถือศีลอดแทนเขา – เช่นเดียวกับการทำฮัจญ์; ฮัจญ์ถือเป็นอีบาดะฮฺ ที่จะต้องปฏิบัติด้วยตัวเอง และมันไม่ใช่การบริจาคการกุศลแก่ผู้อื่น.หากเป็นอีบาดัตที่ต้องกระทำด้วยตัวเอง, มันก็ไม่ถูกต้องสำหรับคนอื่น ที่จะทำแทนในนามของเขา ยกเว้นกรณีที่ถูกกล่าวถึงในซุนนะฮฺ, และมันไม่มีรายงานในซุนนะฮฺ เกี่ยวกับใครก็ตาม ที่จะทำฮัจญ์นาฟิล ในนามของคนอื่น. นี่คือ 1 ใน 2 ทัศนะ รายงานจากอะฮฺมัด, นั่นคือ, มันไม่อนุญาตสำหรับคนๆหนึ่ง ที่จะแต่งตั้งคนอื่น ให้ทำฮัจญ์นาฟิล หรืออุมเราะฮฺในนามของเขา, ไม่ว่าเขาจะมีความสามารถหรือไม่มีความสามารถในการทำด้วยตัวเองก็ตาม.

โดยการแสดงทัศนะนี้นั้น, เราต้องการส่งเสริม ผู้ที่มีความสามารถทางร่างกาย ในการทำฮัจญ์ด้วยตัวของพวกเขาเอง, เพราะบางคนปล่อยเวลาผ่านไปหลายปี โดยที่ไม่ได้ทำฮัจญ์, พวกเขาพึ่งพาทัศนะที่อนุญาตส่งคนไปทำฮัจญ์ในนามของพวกเขาทุกๆปีได้, ดังนั้นพวกเขาจึงพลาดจากการทำฮัจญ์ เนื่องจากพวกเขาแต่งตั้งคนอื่นให้ทำฮัจญ์ในนามของพวกเขา. จบการอ้าง.

14.

ควรที่จะแสวงหา, คนที่มีความจริงใจ และคนที่เชื่อถือได้ คนที่มีความรู้เกี่ยวกับการทำฮัจญ์ ในการมอบหมายให้ทำฮัจญ์แทน (ฮัจญ์ อัล-บาดาล).

นักวิชาการในคณะกรรมการถาวรฯ กล่าวว่า:

คนที่ต้องการแต่งตั้งใครสักคนให้ทำฮัจญ์แทน ในนามของเขา ควรหาคนที่เคร่งศาสนา มีความตั้งใจ และมีความน่าเชื่อถือ, เพื่อที่จะได้มั่นใจว่า เขาจะทำฮัจญ์แทนอย่างสมบูรณ์และถูกต้อง. จบการอ้าง.

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 11/53

และอัลลอฮฺรู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น