แปลจากคำถามหมายเลข 111127

เผยแพร่เมื่อ : 24-03-2013

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

เมื่อข้อตกลงแต่งงานถูกทำขึ้น, ตรงตามเงื่อนไขทั้งหมด ด้วยกับการมีพยานสองคน และวะลี (ผู้ปกครอง), แต่เมื่อข้อตกลงการแต่งงานเสร็จสมบูรณ์, สิ่งต่อไปนี้ได้เกิดขึ้น : มือของฉันถูกวางลงบนมือของผู้ปกครองเจ้าสาว, แต่เขาได้อ่านคำตกลงแต่งงาน จากแผ่นกระดาษ, กล่าวคือ “เซาวัจตุกา… (ฉันแต่งงานท่าน…)”, และเขาได้เอ่ยชื่อของนาง แต่เขาไม่ได้กล่าวถึงมะฮัร. ฉันตอบกลับเขาด้วยกับคำว่า “กอบิลตุ (ฉันตอบรับ)”, แต่หลังจากนั้น ฉันได้ตกลงกับเจ้าสาว ด้วยกับเงินจำนวนเล็กน้อยมาก. สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าถูกต้องหรือไม่ และข้อตกลงแต่งงานใช้ได้หรือไม่?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

หากข้อตกลงแต่งงานถูกทำขึ้น โดยไม่ได้กล่าวถึงมะฮัร, ข้อตกลงแต่งงานถือว่าใช้ได้ และภรรยามีสิทธิ์ในการได้รับมะฮัร เหมือนกันกับคนรอบข้างของนาง.

อิบน์กุดามะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวใน อัล-มุฆนี (7/182): การแต่งงานถือว่าใช้ได้ โดยไม่ต้องระบุสินสอด ตามทัศนะของนักวิชาการส่วนมาก. สิ่งนั้นถูกระบุโดยโองการของอัลลอฮ์, พระองค์ได้รับการยกย่อง, กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า): “ไม่มีบาปสำหรับเจ้า, หากเจ้าหย่าผู้หญิง โดยที่ยังไม่ได้สัมผัส (มีเพศสัมพันธ์) กับนาง, หรือยังไม่ได้กำหนดมะฮัรใดๆแก่พวกนาง (เงินเจ้าสาว ที่ถูกมอบให้โดยสามี ให้กับภรรยาของเขา ในเวลาของการแต่งงาน)” [อัล-บะกอเราะฮ์ 2:236]. มันถูกรายงานว่า อิบน์ มัสอูด ถูกถาม เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่ได้ระบุสินสอดของนางว่าจะเป็นอย่างไร (ไม่ได้ระบุมะฮัรของนาง), และเขาไม่ได้ทำให้การแต่งงานกับนางสมบูรณ์ (ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับนาง) ก่อนเขาเสียชีวิต. อิบน์ มัสอูด กล่าวว่า : นางมีสิทธิ์ในสินสอด เหมือนกันกับคนรอบข้างของนาง, โดยไม่เกินกว่า หรือน้อยกว่า, นางต้องสังเกตอิดดะฮ์ และนางมีสิทธิ์ได้รับมรดก. มะอ์กิล อิบน์ ซีนาน อัลอัชญะอี ยืนขึ้นและกล่าวว่า : ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ออกคำตัดสินเกี่ยวกับ บิรวะ บินต์ วาชิค, ผู้หญิงคนหนึ่งของเรา, ซึ่งคล้ายกันกับคำตัดสินของท่าน.

บันทึกโดย อบูดาวูด และ อัตติรมีซี, ท่านกล่าวว่า : ฮาดิษฮาซันซอฮิฮ์. จบการอ้าง.

การแต่งงานโดยไม่ได้ระบุมะฮัร นั้นมีสองประเภท. ประเภทแรกคือมะฮัรไม่ได้ถูกกล่าวถึงเลย, และชายคนนั้นให้ลูกสาวแต่งงาน โดยไม่มีมะฮัรเลย, เขากล่าวว่า : ฉันให้ลูกสาวของฉันในการแต่งงาน, และเจ้าบ่าวก็กล่าวว่า : ฉันตอบรับ – โดยไม่ได้พูดถึงมะฮัรเลย, ตามที่เกิดขึ้นในกรณีของคุณ.

ประเภทที่สอง คือมะฮัรถูกกล่าวถึง โดยไม่ได้ระบุจำนวนของมัน, อย่างเช่น เจ้าบ่าวกล่าวกับวะลีว่า : ฉันจะให้ท่านในมะฮัรที่ท่านต้องการ, หรือวะลีกล่าวกับเจ้าบ่าวว่า : จงให้สิ่งใดก็ตามที่ท่านเห็นว่าเหมาะสม, และอื่นๆ.

ภรรยาจะได้รับมะฮัร เหมือนกันกับคนรอบข้างของนาง ทั้งสองกรณี.

มะฮัรของคนรอบข้างของนาง จะถูกกำหนดโดยกอดี (ผู้พิพากษา), เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง. แต่ถ้าพวกเขาเห็นด้วยเกี่ยวกับบางสิ่ง โดยไม่ต้องเสนอกอดี, ก็ไม่มีความผิดสำหรับสิ่งนั้น, เพราะพวกเขามีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น.

มันถูกกล่าวไว้ใน ซาด อัลมุสตักนี : มันถือว่าใช้ได้ในการทำข้อตกลงแต่งงาน โดยไม่ได้กล่าวถึงมะฮัร หรือกล่าวถึงแต่ไม่เจาะจง. ภรรยามีสิทธิ์ที่จะได้รับมะฮัร เหมือนกันกับคนรอบข้างของนาง โดยอาศัยข้อตกลงการแต่งงาน, และจำนวนของมันจะถูกกำหนดโดยผู้พิพากษา. หากพวกเขาเห็นด้วยในบางสิ่ง ก่อนหน้านั้น, สิ่งนั้นก็เป็นที่อนุญาต. จบการอ้าง.

เชค อิบน์ อุซัยมีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : คำพูดที่ว่า “หากพวกเขาเห็นด้วยในบางสิ่ง ก่อนหน้านั้น, สิ่งนั้นก็เป็นที่อนุญาต” หมายถึง : หากพวกเขาเห็นด้วยกับมัน โดยไม่ต้องเสนอผู้พิพากษา, พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น. ในคำพูดอื่นๆ, ก็ไม่มีความผิดสำหรับสิ่งนั้น. ดังนั้น หากพวกเขากล่าวว่า : ทำไมเราควรไปหากอดีล่ะ? ให้เราตกลงกันเองระหว่างพวกเราดีกว่า, และสามีได้เสนอมะฮัรจำนวนหนึ่งพัน, และนางขอเป็นสองพัน, และมีบางคนเข้ามาแทรกแซง และได้เสนอเป็นหนึ่งพันห้าร้อย, และอื่นๆ, ก็ไม่มีความผิดสำหรับสิ่งนั้น, เพราะพวกเขามีสิทธิ์ในข้อตกลงที่บรรลุ.

จบการอ้างจาก อัชชัรฮ์ อัลมุมติ, 12/315

ดังนั้น คุณจะเห็นว่าข้อตกลงแต่งงานนั้นถูกต้อง และมะฮัรที่คุณตกลงไว้ก็ใช้ได้เช่นกัน, หากภรรยาบรรลุศาสนภาวะและมีสติครบถ้วน.

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น