คำถาม
คำถามของฉันนั้น เกี่ยวกับการละหมาดขอต่ออัลลอฮฺในสิ่งที่ต้องการ. ฉันรู้มาว่า มันเรียกว่าการละหมาดฮายะฮฺ. กี่เวลาที่คนๆหนึ่งจะละหมาด และเมื่อไหร่ที่คนๆหนึ่งควรละหมาด. มันถูกต้องหรือไม่ที่จะละหมาดในเวลาที่ ดูอาอฺจะถูกตอบรับ
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ.
มันเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้สำหรับชาวมุสลิม ในเรื่องของการละหมาดเพื่ออัลลอฮฺ ซึ่งได้ปรากฎในคัมภีร์ของพระองค์, และได้รับการพิสูจน์จากท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน). หลักการเกี่ยวกับการละหมาด คือเตากีฟ[นั่นคือ., ปฏิบัติตามสิ่งที่มีในกุรอ่าน และซุนนะฮฺที่ซอฮิฮฺ(ถูกต้อง); โดยไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัว]. และเราไม่สามารถที่จะพูดได้ว่า นั่นคือหนึ่งในการละหมาดที่ได้กำหนดไว้ เว้นแต่ว่ามันจะมีหลักฐานที่ซอฮิฮฺ(ถูกต้อง).
และสิ่งที่เรียกว่าละหมาดฮายะฮฺนั้น ถูกรายงานจากหลักฐานที่ดออีฟ (อ่อน) หรือมุงกัร (มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าดออีฟ) – เท่าที่เรารู้ – ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการละหมาดได้.
ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮฺ อัด-ดาอีมะฮฺ, 8/162
ฮาดีษที่รายงานเกี่ยวกับการละหมาดฮายะฮฺ ความว่า:
“จาก อับดุลลอฮฺ อิบนฺ อบี เอาฟา อัล-อัสลามี, ได้กล่าวว่า: ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) ได้ออกมาหาเราและกล่าวว่า: ‘ใครก็ตามที่มีความต้องการบางสิ่งบางอย่างจากอัลลอฮฺ หรือบางสิ่งบางอย่างจากสิ่งที่พระองค์สร้าง, เขาก็จงอาบน้ำละหมาด และละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ, และให้เขากล่าวว่า, “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ, ผู้ทรงขันติ(อดทน), ผู้ทรงใจกว้าง. มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺ, พระเจ้าแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่. มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก. โอ้ อัลลอฮฺ, ฉันขอความเมตตาต่อพระองค์ และการให้อภัย และฉันขอจากพระองค์ในสิ่งที่ดี และความปลอดภัยจากบาปทั้งมวล. ฉันขอต่อพระองค์อย่าละทิ้งบาปของฉัน โดยที่ไม่อภัยโทษมัน, หรือความทุกข์ทรมานใดๆ โดยที่ไม่บรรเทามัน, หรือความต้องการใดๆซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงพอใจ โดยไม่สนองความต้องการนั้นต่อฉัน.” และเขาจงขอต่ออัลลอฮฺ สำหรับอะไรก็ตามบนโลกใบนี้ หรือปรโลก ที่เขาต้องการ, เพื่อที่มัน(ความต้องการ)จะถูกตอบรับ.”
(รายงานโดย อิบนฺ มาญะฮฺ, อีกอมัต อัซ-ซอละฮฺ วัล-ซุนนะฮฺ, 1374)
อัล-ติรมีซี กล่าวว่า: นี่คือฮาดีษฆอรีบ [แปลก] , และเกี่ยวกับอิสนาด(สายรายงาน) เขากล่าวว่า: ฟาอิด อิบนฺ ‘อับดุล เราะฮฺมาน นั้นอ่อน ในฮาดิษ.
อัล-อัลบานี กล่าวว่า: มันค่อนข้างจะดออีฟญิดดัน (อ่อนมาก). อัล-ฮากิม กล่าวว่า: ฮาดิษที่รายงานโดย อบู เอาฟา นั้น เมาดูอฺ’ (ฮาดีษที่แต่งขึ้น).
มิชกาต อัล-มาซอบิฮฺ, เล่มที่. 1, หน้าที่. 417
ผู้เขียน อัล-ซูนัน วัล-มุบตาดาอาต กล่าวว่า, เมื่อพูดถึงสิ่งที่ อัล-ติรมีซี กล่าว เกี่ยวกับ ฟาอิด อิบนฺ อับดุลเราะฮฺมาน: อะฮฺหมัดกล่าวว่า เขานั้นมัตรูก (นั่นคือ, ฮาดีษของเขาไม่ถูกยอมรับ), และ อิบนฺ อัล-อารอบี อธิบายว่าเขาดออีฟ (อ่อน).
และเขากล่าวว่า: ท่านรู้ถึงสิ่งที่เกี่ยวกับฮาดีษนี้. มันถือว่าดีกว่าและสมบูรณ์กว่า และปลอดภัยกว่าสำหรับท่าน ที่จะขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ ในยามค่ำคืน และระหว่างอาซาน และอีกอมะฮฺ และเมื่อเสร็จสิ้นการละหมาดก่อนให้สลาม; และในวันศุกร์, นั่นคือเวลาที่ดูอาอฺจะถูกตอบรับ;และเมื่อละศีลอด. พระผู้เป็นเจ้าได้กล่าว (ซึ่งมีใจความว่า):
‘จงร้องขอต่อข้า [นั่นคือเชื่อในความเป็นเอกภาพของข้า (การนับถือพระเจ้าองค์เดียวของอิสลาม) และขอต่อข้าสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง] ข้าจะตอบรับ (การร้องขอของเจ้า)’[ฟุสซีลัต 40:60]
‘และเมื่อบ่าวของข้าได้ถามเจ้า (โอ้ มูฮัมมัด) เกี่ยวกับข้า, ก็จง (ตอบพวกเขา) ว่า, ฉันนั้นอยู่ใกล้ (ใกล้พวกเจ้าโดยความรู้ของข้า). ข้าจะตอบรับการร้องขอของผู้ร้องขอ เมื่อเขาเรียกหาข้า (โดยไม่มีสื่อกลางหรือผู้อ้อนวอนใดๆ)’[อัล-บากอเราะฮฺ 2:186]
‘และอัลลอฮฺนั้นมีบรรดาพระนามที่สวยงาม, ดังนั้นพวกเจ้าจงเรียกพระองค์ด้วยพระนามเหล่านั้นเถิด’[อัล-อะอฺรอฟ 7:180].”อัล-ซูนัน วัล-มุบตาดาอาต โดย อัล-ชูก็อยรี, หน้าที่. 124