แปลจากคำถามที่ 104727

เผยแพร่เมื่อ : 21-12-2016

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

มันเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ในการที่ฉันจะทำการซื้อขาย ที่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะทำเป็นข้อตกลง ด้วยกับการรับเงินล่วงหน้าจากลูกค้า, ก่อนที่จะจัดส่งสินค้านั้นในภายหลัง? หรือมันถือเป็นธุรกรรมที่ไม่ชัดเจน (บัย‘ อัล-ฆอร็อร)? คือว่า, สิ่งที่ฉันขายนั้น คือน้ำหอมที่มีราคาแพง. ฉันจึงขอรับเงินจากลูกค้าเต็มจำนวน ก่อนที่ฉันจะส่งมันให้ลูกค้าในภายหลัง, เพราะฉันต้องใช้เงินนี้ในการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ รวมไปถึงใช้ในการชำระค่าจัดส่ง. คือฉันต้องการบอกว่า, ฉันเป็นตัวแทนจำหน่าย, ฉันมีเงินทุนที่จำกัด และไม่สามารถจ่ายมันด้วยเงินของฉันได้, แต่มันก็ไม่มีปัญหาสำหรับลูกค้าของฉัน เพราะถ้าฉันไม่สามารถจัดส่งน้ำหอมให้กับเขาได้, ฉันก็จะคืนเงินที่รับมานั้นให้กับเขาทั้งหมด.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ

วิธีการซื้อขายแบบนี้ เป็นวิธีที่ผู้นำเข้าสินค้าหลายคน มักใช้ในการซื้อขายในปัจจุบัน; เขาจะได้รับเงินค่าสินค้าเต็มจำนวนจากลูกค้า ก่อนที่เขาจะสั่งซื้อมัน และนำเข้ามัน, จากนั้นก็จะจัดส่งให้กับลูกค้า. ข้ออนุญาตของธุรกรรมแบบนี้ มีในซุนนะฮฺ และมติเอกฉันท์ของนักวิชาการ. ซึ่งเรียกธุรกรรมแบบนี้ว่า บัย‘ อัส-สะลัม [การซื้อขายแบบสะลัม; ชำระเงินล่วงหน้า].

ได้มีคำบอกเล่าจาก อิบนฺ อับบาส (ขออัลลอฮฺทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า :  เมื่อท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) มาถึงที่มาดีนะฮฺ, ท่านเคยจ่ายล่วงหน้า 2-3 ปี ในการซื้ออินทผาลัม. ท่านกล่าวว่า : “ใครก็ตามที่จะจ่ายล่วงหน้า, ให้เขาจ่ายล่วงหน้าตามจำนวนที่ตกลงกัน และด้วยน้ำหนักที่ตกลงกัน, เพื่อที่จะจัดส่งตามเวลาที่ได้ตกลงกัน.” บันทึกโดย อัล-บูคอรี (2240) และมุสลิม (1604).

การซื้อขายแบบสะลัมนั้น มีเงื่อนไข, ซึ่งต้องปฏิบัติตามในการทำธุรกรรม เพื่อให้มันเป็นที่อนุญาตและถูกต้อง, ดังนี้:

1. ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน, ต้องไม่ให้บางส่วนของมันล่าช้า (จ่ายให้ครบ ไม่มีการจ่ายครึ่งนึงหรือบางส่วนก่อน), เพราะถ้าบางส่วนของมันถูกจ่ายล่าช้า, การทำธุรกรรมนั้นก็จะดูคล้ายกับ การขายหนี้ด้วยหนี้ (ต่างคนต่างมีหนี้ต่อกัน), ซึ่งนักวิชาการกล่าวว่า มันเป็นสิ่งต้องห้าม.

2. สินค้าจะต้องได้รับการอธิบายอย่างละเอียด, โดยระบุถึงชื่อสินค้า, ชนิด, สี, ประเทศที่ผลิต, ขนาด, จำนวน และอื่นๆ ที่เป็นคุณสมบัติสำคัญ ซึ่งมีผลต่อราคาสินค้า, เพื่อป้องกันข้อพิพาท ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในภายหลัง, เมื่อสินค้าได้ถูกจัดส่งแล้ว. ส่วนข้อมูลที่ไม่สำคัญ และไม่มีผลต่อผู้ซื้อและราคาสินค้า ก็ไม่จำเป็นต้องระบุ และไม่จำเป็นต้องตกลงกันในเรื่องนี้.

3. จะต้องมีการระบุวันเวลาที่จะจัดส่งสินค้า ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ และข้อตกลงดังกล่าว จะต้องไม่มีข้อพิพาทระหว่างกัน.

หลักฐานสำหรับเงื่อนไขต่อไปนี้ อยู่ในฮาดิษของ อิบนฺ อับบาส ซึ่งกล่าวว่า : “ใครก็ตามที่จะจ่ายล่วงหน้า, ให้เขาจ่ายล่วงหน้าตามจำนวนที่ตกลงกัน และด้วยน้ำหนักที่ตกลงกัน, เพื่อที่จะจัดส่งตามเวลาที่ได้ตกลงกัน.”

มันถูกกล่าวไว้ใน สภาฟิกฮฺอิสลามี (หมายเลข. 107):

สัญญานำเข้าสินค้า คือสัญญาที่ฝ่ายหนึ่ง ได้สัญญาว่า จะจัดส่งสินค้าที่ได้ตกลงกันไว้, โดยจะจัดส่งสินค้าให้ในภายหลัง, ซึ่งทำเป็นประจำ, ในช่วงเวลาที่กำหนด, เพื่อให้ได้รับเงินจำนวนหนึ่งจากอีกฝ่าย, ทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งจะจ่ายในภายหลัง.

ถ้าสัญญาที่ทำนั้น เกี่ยวกับสินค้าที่ยังไม่ถูกผลิต , มันก็จะตกอยู่ใน ‘อิสติสนาอฺ‘ (สัญญาจ้างทำของ) และจะต้องตกอยู่ในฮูก่มนี้. ปัญหาเกี่ยวกับสัญญาจ้างทำของ ถูกกล่าวถึงใน แถลงการณ์ของสภา หมายเลข. 65 (3/7). และเราได้กล่าวถึงแถลงการณ์นี้ในคำตอบ ของคำถามหมายเลข 2146.

แต่ถ้าการนำเข้าสินค้าดังกล่าว เกี่ยวกับสินค้าที่ ไม่จำเป็นต้องมีการผลิต และได้อธิบายไว้ในสัญญา ถึงสิ่งที่ฝ่ายหนึ่งจะต้องจัดส่ง, จากนั้นเขาก็จะต้องทำการจัดส่งสินค้าให้อีกฝ่าย ในเวลาที่ตกลงกัน, ซึ่งอาจทำ 2 วิธี:

(a) ผู้นำเข้า อาจรับเงินเต็มจำนวนในวันที่ได้ทำสัญญา. สิ่งนี้อยู่ภายใต้ฮูก่มของธุรกรรมแบบสะลัม, และมันเป็นที่อนุญาต หากเงื่อนไขถูกต้องตามหลักชารีอะฮฺ, ตามแถลงการณ์ของสภา หมายเลข. 85 (9/2).

(b) ถ้าผู้นำเข้า ไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนในวันที่ทำสัญญา, สิ่งนี้ไม่เป็นที่อนุญาต, เพราะเป็นไปตามสัญญาที่มีผลผูกพันกันระหว่างทั้งสองฝ่าย. แถลงการณ์ของสภาหมายเลข. 40 และ 41 ได้กล่าวว่า สัญญาดังกล่าว จะคล้ายกับการขายหนี้ด้วยหนี้(ต่างคนต่างมีหนี้ต่อกัน), ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้าม.

แต่ถ้าสัญญานั้น ไม่ได้มีผลผูกพันกับทั้งสองฝ่าย, มันก็เป็นที่อนุญาต, โดยมีเงื่อนไขว่า การทำธุรกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นจากข้อตกลงใหม่ ณ เวลาที่จัดส่ง. และอัลลอฮฺรู้ดีที่สุด. จบการอ้าง.

ประการที่สาม:

หากปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดที่กล่าวมา, สัญญาก็จะมีผลต่อทั้งสองฝ่าย และมันไม่เป็นที่อนุญาต ในการที่ฝ่ายหนึ่งจะยกเลิกมัน เว้นแต่ว่าจะได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย; มันมีผลผูกพันสำหรับคุณ ที่จะต้องส่งสินค้าที่ได้กล่าวถึงในคำถาม ให้กับผู้ซื้อ และถ้ามันเสียหายระหว่างทาง คุณก็จะต้องเป็นคนรับผิดชอบ และจะต้องจัดส่งสินค้าที่เหมือนกันให้ลูกค้าใหม่อีก ในเวลาที่ได้ตกลงกัน.

และอัลลอฮฺรู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น