แปลจากคำถามหมายเลข 22006

เผยแพร่เมื่อ : 06-04-2008

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

บางครั้งฉันได้รับเชิญไปทานอาหาร หรืองานเลี้ยง. ฉันควรทำอย่างไร หากการร่วมงานเหล่านี้ นั้นเต็มไปด้วยการนินทา, การใส่ร้าย, การโอ้อวด และการแข่งขันกันเรื่องเสื้อผ้า, ที่ซึ่งพวกเขาสนุกสนานกันกับผู้ที่ใส่เสื้อผ้าเชยๆ (เช่นฉัน)? ผู้นั้นอาจจะถูกนินทาด้วย, และฉันมีงานบ้านที่ต้องทำ (ฉันไม่ต้องการจ้างคนรับใช้, แต่เกือบทุกคน ที่เข้าร่วมงานเลี้ยงเหล่านี้ นั้นมีคนรับใช้ ดังนั้นพวกเธอจึงมีเวลาว่าง).

สามีของฉัน และบ้านของฉันนั้น ต้องการฉัน, และทุกๆช่วงเวลานั้น ฉันใช้ไปกับเรื่องของบ้าน อินชาอัลลอฮ์. สิ่งนี้คือภารกิจหลักของฉัน. ฉันยังต้องการเวลาพิเศษในการอ่านกุรอ่าน หรือหนังสือที่มีประโยชน์. ฉันไม่ต้องการการรวมตัวกันในทางโลก ซึ่งมีอันตราย, ตามที่ฉันเห็นมัน, เมื่อเทียบกับประโยชน์ – หากว่ามันมีประโยชน์. โปรดให้คำแนะนำฉัน, ฉันควรจัดการเรื่องนี้อย่างไร? มีข้อแก้ตัวที่เหมาะสมที่ฉันจะไม่เข้าร่วมอย่างไร, หากฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่เข้าร่วม?

ฉันควรทำอย่างไร หากผู้จัดงานเลี้ยง ดูถูกฉัน และสนุกกับการเห็นฉันอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอาย และพูดเกี่ยวกับฉัน? ฉันต้องตอบรับคำเชิญของเธอหรือไม่?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

มันถูกบันทึกในซอแฮะฮ์ อัล-บูคอรี (1164) และ ซอแฮะฮ์ มุสลิม (4022) ว่า อบู ฮูร็อบเราะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : “ฉันได้ยินท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : ‘สิทธิของมุสลิม เหนือคนมุสลิมของเขานั้น มีห้า : การตอบรับสลาม, การเยี่ยมผู้ป่วย, การเข้าร่วมการฝังศพ, การตอบรับคำเชิญ, และการกล่าว ยัรฮามูกัลลอฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) เมื่อเขาจาม.’”

นักวิชาการได้แบ่งคำเชิญ ซึ่งมุสลิมถูกสั่งใช้ให้ตอบรับ เป็น 2 ประเภท :

1 – คำเชิญงานเลี้ยงแต่งงาน (วาลีมะฮ์). นักวิชาการส่วนใหญ่กล่าวว่า มันเป็นสิ่งวาญิบในการตอบรับคำเชิญดังกล่าว, เว้นแต่จะมีข้อแก้ตัวที่ถูกต้องตามหลักชารีอะฮ์ – ข้อแก้ตัวบางอย่าง จะถูกกล่าวด้านล่างนี้, อินชาอัลลอฮ์. หลักฐาน (ดาลีล) ว่ามันเป็นสิ่งวาญิบในการตอบรับคำเชิญเหล่านี้คือ ฮาดิษที่บันทึกโดย อัล-บูคอรี (4779) และมุสลิม (2585) จาก อบูฮูร็อยเราะฮ์, ว่าท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “อาหารที่เลวร้ายที่สุด คืออาหารของงานเลี้ยงแต่งงาน ที่ถูกระงับไว้จากผู้ที่จะมา และผู้คนที่ได้รับคำเชิญปฏิเสะมัน. ใครก็ตามที่ไม่ตอบรับคำเชิญ เขานั้นได้ฝ่าฝืนอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์.”

2 – คำเชิญชนิดอื่นๆ ที่นอกเหนือจากงานเลี้ยงแต่งงาน. นักวิชาการส่วนใหญ่กล่าวว่า การตอบรับคำเชิญเหล่านี้ถือเป็นสิ่งมุสตะฮับ (ส่งเสริม-ผู้แปลเป็นไทย), และไม่มีใครเห็นต่างจากสิ่งดังกล่าว นอกเหนือจากบางส่วนของมัซฮับชาฟีอี และซอฮีรี, ซึ่งกล่าวว่า มันเป็นสิ่งวาญิบ. หากเรากล่าวว่ามันเป็นสิ่งที่ส่งเสริมอย่างยิ่ง นั้นก็ใกล้เคียง. และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

แต่นักวิชาการได้กำหนดเงื่อนไข สำหรับการตอบรับคำเชิญ; หากเงื่อนไขเหล่านี้นั้นไม่มี มันก็จะไม่เป็นที่วาญิบ หรือมุสตะฮับ ในการตอบรับคำเชิญ, ค่อนข้างที่มันอาจเป็นที่ฮารอมในการเข้าร่วม. เงื่อนไขเหล่านี้ ถูกสรุป โดย ชัยค์ มูฮัมมัด อิบน์  อูซัยมีน, ซึ่งกล่าวว่า :

1-ไม่ควรมีสิ่งที่น่ารังเกียจ (มุงกัร) ในสถานที่ซึ่งงานเลี้ยง ฯลฯ. จะจัดขึ้น. หากมีบางสิ่งที่น่ารังเกียจ และมันเป็นไปได้ที่จะกำจัดมันออก, มันก็เป็นวาญิบในการเข้าร่วม สำหรับ 2 เหตุผล : ในการตอบรับคำเชิญ และในการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่น่ารังเกียจ. หากมันเป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดมันออก มันก็เป็นที่ฮารอมในการเข้าร่วม.

2-บุคคลซึ่งเชิญเขา ไม่ควรเป็นผู้ที่วาญิบ หรือซุนนะฮ์ ในการละทิ้ง (เช่น ผู้ที่ทำความผิดหรือทำบาป อย่างเปิดเผย, ที่การละทิ้งเขา อาจเป็นประโยชน์ อันจะนำไปสู่การกลับตัวของเขา).

3-บุคคลซึ่งเชิญเขา ควรเป็นมุสลิม. หากเขาไม่ใช่มุสลิม, มันก็ไม่วาญิบในการตอบรับคำเชิญ, เพราะท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “สิทธิของมุสลิม เหนือมุสลิม นั้นมีห้า…”

4-อาหารที่นำเสนอ ควรเป็นอาหารที่เป็นที่อนุญาตสำหรับเราในการกินมัน.

5-การตอบรับคำเชิญ ไม่ควรนำไปสู่การละเลยหน้าที่ที่สำคัญกว่า; หากเป็นกรณีเช่นนั้น มันก็เป็นที่ฮารอมในการตอบรับคำเชิญ.

6-มันไม่ควรทำให้เกิดปัญหาใดๆ กับผู้ซึ่งถูกเชิญ. ยกตัวอย่างเช่น, หากเขาต้องเดินทาง หรือต้องทิ้งครอบครัวซึ่งต้องการเขา, และอื่นๆ. (อัล-เกาล์ อัล-มูฟีด, 3/111).

นักวิชาการบางท่านได้เพิ่มเติมว่า:

7-หากผู้จัดงานเลี้ยง ออกคำเชิญทั่วไป, โดยบอกว่า ยินดีต้อนรับทุกคน, มันก็ไม่เป็นที่วาญิบ ในการตอบรับคำเชิญ.

จากที่กล่าวไปข้างต้น มันควรจะชัดเจนกับคุณ ว่าคุณไม่จำเป็นต้องตอบรับคำเชิญดังกล่าว, ค่อนข้างที่มันอาจเป็นที่ฮารอมสำหรับคุณในการทำเช่นนั้น, หากคุณไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่น่าประณาม (มุงกัร) หรือหากการร่วมงานเลี้ยงของคุณ จะมีผลกระทบกับหน้าที่ของคุณ ต่อสามีของคุณและลูกๆ และขัดขวางคุณจากการดูแลพวกเขา อย่างที่คุณควรทำ. ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะไม่ปลอดภัย จากความชั่วร้าย และความอันตรายของพวกเขา. นี่คือข้อแก้ตัวที่ปลดปล่อยคุณ จากการต้องตอบรับคำเชิญที่คุณจำเป็นต้องตอบรับ, นับประสาอะไร กับสิ่งซึ่งไม่จำเป็นเลย.

ผู้หญิงควรทราบด้วยว่า พวกเธอต้องขออนุญาตสามี ในการออกไปงานเลี้ยง ฯลฯ. ที่พวกเธอได้รับคำเชิญ. คุณควรให้คำแนะนำพี่น้องเหล่านี้ ในการพยายามใช้เวลาให้คุ้มค่า และการรวมตัวของพวกเธอในรูปแบบที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเธอ ทั้งในทางศาสนา หรือในทางโลก. สำหรับศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้เตือนเราถึงผลที่จะตามมา ของการรวมตัวหรือร่วมชุมนุมในสิ่งที่อัลลอฮ์นั้นไม่ได้กล่าวไว้. ท่าน (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ไม่มีผู้คนนั่งรวมตัวกัน ซึ่งพวกเขาไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮ์ หรือขอความจำเริญแด่ศาสนทูตของพวกเขา, เว้นแต่พวกเขาจะเสียใจ, หากพระองค์ประสงค์ พระองค์ก็จะลงโทษพวกเขา และหากพระองค์ประสงค์ พระองค์ก็จะอภัยโทษพวกเขา.” (บันทึกโดย อัล-ติรมีซี, 3302; ท่านกล่าวว่า , สิ่งนี้เป็นฮาดิษซอแฮะฮ์ฮาซัน. มันยังถูกให้สถานะซอแฮะฮ์โดย อัล-อัลบานี ในซอแฮะฮ์ อัล-ติรมีซี, 3/140)

ใน สุนัน อบี ดาวูด (4214) และที่อื่นๆ มันถูกรายงานว่า อบู ฮูร็อยเราะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : “ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : ‘ผู้คนที่ลุกออกจากที่ชุมนุม ซึ่งพวกเขาไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮ์ ก็จะเหมือนกับพวกเขาได้ลุกขึ้นจากซากของลา, และมันจะเป็นสาเหตุของความเศร้าโศกสำหรับพวกเขา.” (ให้สถานะซอแฮะฮ์ โดย อัล-นาวาวี ใน รียาตุสซอลีฮีน, 321, และโดย อัล-อัลบานี).

จงถ่ายทอดคำแนะนำนี้ให้กับพวกเธอ, ทั้งทางการพูดและการเขียน. นอกจากนี้, คุณสามารถเชิญพวกเขามาที่บ้านของคุณ และใช้โอกาสนี้ให้มากที่สุด ในการจัดวงซิกร์ (การลำลึกถึงอัลลอฮ์-ผู้แปลเป็นไทย), นอกเหนือจากการทำบางสิ่งที่เป็นที่อนุญาต ที่พวกเขาจะชอบ. บางทีอัลลอฮ์อาจทำให้คุณเป็นผู้ริเริ่ม แนวโน้มที่ดีของการมีประโยชน์ จากการรวมตัวดังกล่าว. และอัลลอฮ์คือที่มาของพลังอำนาจ.

ใส่ความเห็น