คำถาม
ฉันควรทำอย่างไร?
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.ความตั้งใจ (นียัต) เป็นเรื่องที่สำคัญ, มันถือเป็นจิตวิญญาณของการงาน ซึ่งการงานจะกลายเป็นที่ถูกต้อง, ตามที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า: “การงานทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา และแท้จริงสำหรับทุกคนนั้นคือสิ่งที่เขาได้ตั้งเจตนาไว้.” บันทึกโดย อัล-บูคอรี (1) และมุสลิม (1907).
การตั้งเจตนาจะเปลี่ยนการกระทำที่อนุญาต ให้กลายเป็นอีบาดัต, ดังนั้นเราควรใส่ใจกับมัน และทำมันเพื่ออัลลอฮ์, โดยปราศจากการโอ้อวดต่อคนอื่น.
ควรทราบว่า การตั้งเจตนานั้นมี 2 ประเภท:
1 – การตั้งเจตนาที่เป็นวาญิบ, ซึ่งถ้าไม่มีการตั้งเจตนา อีบาดัตก็จะใช้ไม่ได้, เช่น การตั้งเจตนาในการทำวูดุอ์, การทำละหมาด, การจ่ายซะกาต (การบริจาคทานที่เป็นวาญิบ), การถือศีลอด และการทำฮัจญ์. การตั้งเจตนาประเภทนี้ เป็นสิ่งที่ ไม่มีใครสามารถทำได้โดยปราศจากมัน. หากคนๆหนึ่งทำการวูดุอ์เพื่อทำละหมาด, ถือมุสฮัฟ (คัมภีร์อัลกุรอ่าน) หรือเพื่อที่จะทำให้ตัวเองสะอาด (ตอฮิร), เขาก็ได้ตั้งเจตนาแล้ว. การตั้งเจตนาเพื่อละหมาด หรือการตั้งเจตนาเพื่อขจัดสิ่งสกปรก คือการตั้งเจตนาเมื่อทำการวูดุอ์.
เมื่อคนๆหนึ่งยืนขึ้นเพื่อทำละหมาด, โดยที่รู้ว่ามันคือการละหมาด ซุฮ์รี , ยกตัวอย่าง, และเขาตั้งใจที่จะละหมาด และลุกขึ้นเพื่อทำมัน, เขาก็ได้ตั้งเจตนาแล้ว. มันไม่จำเป็น – และในความเป็นจริง มันไม่ได้ถูกกำหนดไว้ – ในการกล่าวเสียงดังว่า, “ฉันตั้งใจที่จะละหมาดซุฮ์รี” ฯลฯ., ตามที่บางคนได้ทำไว้. สิ่งนี้ไม่ถูกรายงานจากท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน), และที่สำหรับการตั้งเจตนาคือหัวใจ.
เช่นเดียวกัน, หากคนๆหนึ่งตัดสินใจในตอนกลางคืนว่า เขาจะถือศีลอดในวันรุ่งขึ้น, เขาก็ได้ตั้งเจตนาในการถือศีลอดแล้ว. ในความเป็นจริง, การกินซาโฮร (การกินอาหารช่วงรุ่งสางเพื่อที่จะถือศีลอด) ของเขา แสดงถึงว่าเขาตั้งใจที่จะถือศีลอดแล้ว.
มันเป็นการยากสำหรับผู้คน ที่จะลืมตั้งเจตนาประเภทนี้.
2 – ประเภทที่ 2 ของการตั้งเจตนา คือ ประเภทที่เป็นมุสตะฮับ (เป็นสิ่งที่ส่งเสริม) เพื่อที่จะได้รับผลบุญ. สิ่งนี้คือสิ่งที่บางคนหลงลืม, ซึ่งเป็นการรักษาการตั้งเจตนาในหัวใจ เมื่อจะทำสิ่งที่อนุญาต, เพื่อที่จะเป็นการทำอีบาดัต, เช่นการกิน, ดื่ม และนอนหลับ ด้วยความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงของผู้นั้น ในการทำอีบาดัต, ตามที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ท่านจะไม่ใช้เวลาไปกับสิ่งใด ที่ท่านได้ใช้ไปเพื่ออัลลอฮ์, เว้นแต่ท่านจะได้รับรางวัลสำหรับมัน, แม้แต่อาหารอันโอชะ ที่ท่านป้อนมันใส่ปากภรรยา.” บันทึกโดย อัล-บูคอรี (56).
มูอาซ (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : ฉันนอนหลับและตื่นขึ้น (เพื่อละหมาดยามค่ำคืน), และฉันแสวงหารางวัลสำหรับการนอนหลับของฉัน เฉกเช่นที่ฉันแสวงหารางวัลสำหรับการตื่นขึ้น. บันทึกโดย อัล-บูคอรี (4088).
ท่าน (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) แสวงหารางวัล สำหรับการนอนหลับของเขา เช่นเดียวกับที่เขาแสวงหารางวัล สำหรับการตื่นขึ้นเพื่อละหมาดยามค่ำคืน, เพราะเขาตั้งใจที่จะนอนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการทำอีบาดัต.
อัล-ฮาฟิซ อิบน์ ฮาญัร กล่าวไว้ใน อัล-ฟัตฮ์ : สิ่งนี้หมายความว่า เขาแสวงหารางวัล โดยการพักผ่อน เช่นเดียวกับที่เขาแสวงหารางวัลโดยความมุ่งมั่น, เพราะหากการตั้งเจตนาในการพักผ่อน คือการทำให้คนหนึ่งสามารถทำอีบาดัตได้, ผู้นั้นก็จะได้รับรางวัล. จบการอ้าง.
สิ่งที่จะช่วยรักษาการตั้งเจตนานี้ไว้ในหัวใจ คือการใคร่ครวญ, การคิด และการไม่รีบร้อน. ดังนั้นคุณควรคิดถึงสิ่งที่คุณตั้งใจจะทำ, สำรวจตัวคุณเอง ก่อนที่จะทำมัน, ใช้ความคิด ว่ามันฮาลาล หรือฮารอม (เป็นที่อนุญาต หรือไม่อนุญาต), จากนั้นก็ดูที่ความตั้งใจของคุณ : ว่าสิ่งที่คุณต้องการจากสิ่งนี้คืออะไร? ทุกเวลาที่คุณสำรวจตัวเอง และคิดก่อนทำ, สิ่งนี้จะย้ำเตือนคุณ เกี่ยวกับการตั้งเจตนา, จนกระทั่งมันกลายเป็นนิสัยที่สอง และนิสัยหนึ่งที่คุณนำมาใช้, เพื่อที่คุณจะไม่เข้าหรือออก, กินหรือดื่ม, ให้หรือไม่ให้, โดยปราศจากการตั้งเจตนา ในการทำเช่นนั้น; ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ของคุณ จะกลายเป็นเวลาของการทำอีบาดัต.
เราขอต่ออัลลอฮ์ให้ช่วยเหลือพวกเรา และท่านในการทำสิ่งนี้.
และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.