คำถาม
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์หากคนๆหนึ่งซึ่งมีญูนุบ ทำการ ฆุสล์ และสัมผัสอวัยวะเพศของเขา ในขณะทำการ ฆุสล์, จะต้องทำการ วูดุอ์ หรือไม่?
นั่นขึ้นอยู่กับทัศนะที่แตกต่างของนักวิชาการ เกี่ยวกับว่า การวูดุอ์นั้นถือเป็นโมฆะ จากการสัมผัสอวัยวะเพศหรือไม่. ผู้ที่คิดว่าการวูดุอ์ถือเป็นโมฆะ กล่าวว่า มันเป็นวาญิบสำหรับเขา ในการทำวูดุอ์; ผู้ที่คิดว่ามันไม่ทำให้วูดุอ์เป็นโมฆะ ไม่ได้คิดว่ามันเป็นวาญิบสำหรับเขา ในการทำวูดุอ์.
มันถูกกล่าวไว้ใน อัช-ชัรฮ์ อัล-มุมติอ์:
บรรดานักวิชาการ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาพวกท่าน) เห็นต่างเกี่ยวกับการสัมผัสอวัยวะเพศชาย และอวัยวะเพศหญิง, และเกี่ยวกับว่า มันจะทำให้วูดุอ์ถือเป็นโมฆะหรือไม่. ซึ่งมีหลายทัศนะ:
ทัศนะแรก, ซึ่งเป็นทัศนะของ มัซฮับ อีหม่าม อะฮ์มัด, ถือว่ามันทำให้วูดุอ์เป็นโมฆะ. พวกเขาอ้างหลักฐานดังนี้:
1.ฮาดิษของ บัซเราะฮ์ บินตี ซอฟวาน, ตามที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ใครก็ตามที่สัมผัสอวัยวะเพศ, เขาก็จงทำการวูดุอ์.”
2.ฮาดิษของ อบู ฮูร็อยเราะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน): “หากคนใดในหมู่พวกท่าน วางมือบนอวัยวะเพศของเขา โดยไม่มีสิ่งกั้นระหว่างมัน, เขาก็ต้องทำการวูดุอ์.” สายรายงานอื่นกล่าวว่า “ส่วนลับ”.
3.คนๆหนึ่งอาจรู้สึกถูกกระตุ้น เมื่อสัมผัสอวัยวะเพศชายหรืออวัยวะเพศหญิง, และบางสิ่งอาจจะออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว; ในกรณีที่ คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่ วูดุอ์ อาจเป็นโมฆะ, ฮูก่มก็เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น (นั่นคือ, เขาต้องทำการ วูดุอ์), เช่นในกรณีของการนอนหลับ.
ทัศนะที่สอง ถือว่าการสัมผัสอวัยวะเพศ ไม่ทำให้เสีย วูดุอ์. พวกเขาอ้างหลักฐานดังนี้:
1.ฮาดิษของ ต็อลก์ อิบน์ อาลี, ตามที่เขาถามท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) เกี่ยวกับชายที่สัมผัสอวัยวะเพศของเขา ในขณะกำลังละหมาด : เขาต้องทำการ วูดุอ์ หรือไม่? ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ไม่; มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของท่าน.”
2.หลักการพื้นฐานคือว่า ความสะอาดยังคงมีผลอยู่ และไม่ทำให้เป็นโมฆะ, และเราจะไม่ย้ายจากหลักการพื้นฐานนี้ เว้นแต่จะมีหลักฐานบางอย่างที่ค้านกัน. ฮาดิษของ บัซเราะฮ์ และ อบู ฮูร็อยเราะฮ์ [ที่ยกไปข้างต้น] ทั้งสองนั้นดออีฟ (อ่อน). แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ ที่จะถูกต้อง, หลักการพื้นฐานคือ ความสะอาดยังคงใช้ได้. ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “เขา (คนๆหนึ่งซึ่งคิดว่าเขาอาจจะผายลม) ไม่ควรออกจากการละหมาด เว้นแต่ว่าเขาจะได้ยินเสียง หรือได้กลิ่น.” หากสิ่งนี้ถูกใช้กับเหตุผลที่สัมผัสได้, มันก็จะถูกใช้กับเหตุผลที่เป็นข้อความได้; เราไม่สามารถให้ความสนใจต่อมัน เว้นแต่มันจะถูกทราบอย่างแน่นอน.
ทัศนะที่สาม ถือว่า หากเขาสัมผัสโดยมีอารมณ์, นั่นทำให้ วูดุอ์ เป็นโมฆะ, หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็จะไม่เป็นโมฆะ. ด้วยหนทางนี้ มันเป็นไปได้ ที่จะรวมกันระหว่างฮาดิษ ของ บัซเราะฮ์ และ ฮาดิษของ ต็อลก์ อิบน์ อาลี, และหากมันเป็นไปได้ที่จะรวมระหว่างสองตัวบท, เราก็ต้องทำสิ่งนั้น (การรวมตัวบท-ผู้แปลเป็นไทย) ก่อนที่จะมองหาว่า ตัวบทไหนแข็งแรงกว่า และอาจยกเลิกตัวบทอีกอันหนึ่ง, เพราะการรวมกันระหว่างตัวบท หมายถึงการปฏิบัติตามตัวบท, แต่ว่าการมองหาว่าตัวบทไหนแข็งแรงกว่า หมายถึงการปฏิเสธตัวบทอีกอัน.
สิ่งนี้ได้รับการสนับสนุน โดยคำพูดของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน): “มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของท่าน.” นั่นก็เพราะหากคุณสัมผัสอวัยวะเพศชายของคุณ โดยที่มันไม่กระตุ้นอารมณ์, มันก็เหมือนการสัมผัสส่วนอื่นในร่างกายของคุณ; ในกรณีนั้น มันไม่ทำให้เสีย วูดุอ์. แต่หากคุณสัมผัสมันโดยมีอารมณ์ มันก็ทำให้ วูดุอ์ เป็นโมฆะ, เพราะเหตุผลสำหรับฮูก่ม นั้นเหมาะสมในกรณีนี้, ซึ่งมีความเป็นไปได้ ที่บางสิ่งจะถูกปล่อยออกมา ซึ่งทำให้เสีย วูดุอ์ โดยที่คุณไม่รู้ตัว. ดังนั้น หากคนๆหนึ่งสัมผัสมันโดยมีอารมณ์, มันก็ถือว่าจำเป็นในการทำ วูดุอ์, แต่หากไม่มีอารมณ์, ก็ไม่จำเป็นต้องทำการ วูดุอ์; นั่นก็เพราะการสัมผัสมัน ในหนทางนี้ (ด้วยกับการมีอารมณ์) นั้นไม่เหมือนกับการสัมผัสร่างกายส่วนอื่นๆ.
บางส่วนของนักวิชาการ ได้รวมระหว่างทั้งสอง โดยระบุถึง คำแนะนำให้ทำการ วูดุอ์ ในฮาดิษของ บัซเราะฮ์ อยู่ในความรู้สึกว่า มันเป็น มุสตะฮับ, และคำแนะนำที่ว่าไม่ต้องทำมัน ในฮาดิษของ ต็อลก์ อยู่ในความรู้สึกที่ว่า มันไม่วาญิบ, ตามความจริงที่ว่า เขาถามว่า มันจำเป็นหรือไม่, และเขากล่าวว่า “เขาต้องทำ…?”, และความหมายที่ชัดเจน ของประโยคที่แปลในที่นี้คือ “เขาต้องทำ…” ซึ่งบ่งชี้ถึง มันเป็นวาญิบ.
ทัศนะที่สี่, ซึ่งถูกสนับสนุน โดย ชัยคุล อิสลาม อิบน์ ตัยมียะฮ์, ถือว่าการทำ วูดุอ์ หลังจากสัมผัสอวัยวะเพศชาย นั้นเป็นมุสตะฮับ (และไม่เป็นวาญิบ) ในทุกกรณี, แม้ในกรณีของการมีอารมณ์ก็ตาม.
หากเรากล่าวว่า มันถือเป็น มุสตะฮับ, ก็จะหมายถึงว่า มันถูกกำหนด และมีผลบุญสำหรับการทำมัน, และมันถือเป็นการดีกว่าที่จะทำมัน, เพื่อความปลอดภัย. สำหรับข้ออ้างที่ว่า ฮาดิษของ ต็อลก์ อิบน์ อาลี นั้นถูกยกเลิก, เพราะเขามาถึงท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) เมื่อท่านกำลังสร้างมัสยิดของท่าน ในตอนต้นของการฮิจเราะฮ์, และเขาไม่ได้กลับมาหาท่าน หลังจากนั้น, สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง, ด้วยกับเหตุผลดังต่อไปนี้:
1.เราจะไม่มองไปที่การยกเลิก เว้นแต่มันจะเป็นไปไม่ได้ ที่จะรวมกันระหว่างตัวบทรายงาน, แต่การรวมกันระหว่างมันนั้น สามารถทำได้ในกรณีนี้.
2.ในฮาดิษของ ต็อลก์ มีเหตุผลที่ไม่สามารถหยุดการใช้ได้ (ของวูดุอ์-ผู้แปลเป็นไทย), และหากการฮูก่มเกี่ยวข้องกับ เหตุผลที่ไม่สามารถหยุดการใช้ได้, ฮูก่มก็จะไม่สามารถหยุดการใช้ได้(เช่นเดียวกัน-ผู้แปลเป็นไทย), เพราะฮูก่มนั้นเกี่ยวข้อง กับเหตุผลสำหรับมัน. เหตุผลในกรณีนี้ก็คือ คำพูดที่ว่า “มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของท่าน.” มันเป็นไปไม่ได้ที่อวัยวะเพศของผู้ชาย จะถูกกล่าวว่า มันไม่เป็นส่วนหนึ่งของเขา, ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่สิ่งนี้จะถูกยกเลิก.
3.บรรดานักวิชาการกล่าวว่า ช่วงเวลาของฮาดิษ ไม่สามารถเกี่ยวข้องกับเวลา เมื่อผู้รายงานกลายเป็นมุสลิม หรือจากเวลาที่เขารายงานมัน, เพราะมันอาจเป็นไปได้ว่า ผู้รายงานฮาดิษ ได้ยินมัน จากซอฮาบะฮ์คนอื่น.
หมายความว่า หากซอฮาบะฮ์สองคน รายงานสองฮาดิษ ที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน, และหนึ่งในนั้นได้เข้ารับอิสลาม หลังจากอีกคน, เราไม่สามารถสรุปได้ว่า ฮาดิษของคนหนึ่ง ซึ่งเข้ารับอิสลามภายหลัง ยกเลิกฮาดิษของคนหนึ่ง ซึ่งเข้ารับอิสลามก่อนเขา, เพราะมันเป็นไปได้ที่ เขาจะรายงานจากซอฮาบะฮ์อีกคนหนึ่ง, หรือที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวถึงมันหลังจากนั้น.
สรุปคือ : หากคนๆหนึ่งสัมผัสอวัยวะเพศของเขา, มันถือเป็นมุสตะฮับสำหรับเขา ในการทำวูดุอ์ในทุกกรณี, ไม่ว่าจะมีอารมณ์หรือไม่ก็ตาม. หากเขาสัมผัสมันโดยมีอารมณ์, ทัศนะที่ว่าวาญิบก็ถือว่าแข็งแรงมาก, แต่ฉันไม่สามารถยืนยันได้เกี่ยวกับมัน. อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย เขาควรทำการ วูดุอ์. จบการอ้าง.
ใน ชัรฮ์ บูลูฆ อัล-มารอม (1/259), ท่านชัยค์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การสัมผัสอวัยวะเพศโดยมีอารมณ์ ทำให้เสีย วูดุอ์, แต่การสัมผัสโดยไม่มีอารมณ์นั้น ไม่เสีย.
ตามทัศนะนี้, ใครก็ตามที่สัมผัสอวัยวะเพศของเขาโดยมีอารมณ์ ขณะทำการ ฆุสล์ สำหรับ ญานาบะฮ์ ก็ต้องทำการวูดุอ์ หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการทำ ฆุสล์, แต่หากเขาสัมผัสมันโดยไม่มีอารมณ์, เขาก็ไม่ต้องทำการวูดุอ์.
ประการที่สอง:
การสัมผัสก้น ไม่ทำให้เสียวูดุอ์; ความแตกต่างของทัศนะนักวิชาการ มีเพียงเกี่ยวกับการสัมผัสทวารหนักเท่านั้น, เพราะอีกรายงานหนึ่ง ในฮาดิษของ บัซเราะฮ์ บิน ซอฟวาน กล่าวว่า : “ใครก็ตามที่สัมผัส ส่วนลับ ของเขา, เขาก็จงทำการวูดุอ์.” บันทึกโดย อัน-นาซาอี (444) และ อิบน์ มาญะฮ์ (481); ให้สถานะ ซอแฮะฮ์ โดย อัล-อัลบานี ใน ซอแฮะฮ์ อัน-นาซาอี.
ความเห็นต่างของทัศนะ เกี่ยวกับการสัมผัสทวารหนัก นั้นเหมือนกับความเห็นต่างของทัศนะเกี่ยวกับการสัมผัสอวัยวะเพศ.
เกี่ยวกับพื้นที่รอบๆ, การสัมผัสมันนั้น ไม่ทำให้เสีย วูดุอ์, เช่น การสัมผัสอัณฑะ หรือก้น.
อีหม่าม อัชชาฟีอี (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวไว้ใน อัล-อุม (1/34): หากเขาสัมผัสอัณฑะ หรือก้น หรือเข่า, แต่เขาไม่ได้สัมผัสอวัยวะเพศของเขา, ก็ไม่ต้องทำการวูดุอ์. จบการอ้าง.
อัน-นาวาวี (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวไว้ใน อัล-มัจมุอ์ (2/42): สหายของเรากล่าวว่า : สิ่งที่หมายถึงด้านหลัง คือจุดที่ออก (ทวารหนัก); สำหรับสิ่งอื่นจากนั้น, ระหว่างก้น, มันไม่ทำให้เสียวูดุอ์ และไม่มีความเห็นต่างของทัศนะนักวิชาการ เกี่ยวกับจุดนี้. จบการอ้าง.
อิบน์ กูดามะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : วูดุอ์นั้นไม่เสีย โดยการสัมผัสสิ่งใดก็ตาม ของทั้งร่างกาย อื่นจากส่วนลับ, เช่นพื้นที่รอบๆส่วนลับ หรือรอบๆทวารหนัก, และอัณฑะ, ตามนักวิชาการส่วนใหญ่, เพราะไม่มีข้อความ ที่กล่าวถึงสิ่งนั้น และพวกมันไม่อยู่ภายใต้เรื่องเดียวกัน ตามที่กล่าวในข้อความ, ดังนั้น ฮูก่มจึงไม่ถูกใช้สำหรับพวกมัน.
จบการอ้างจาก อัล-มุฆนี (1/119).
และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.