แปลจากคำถามหมายเลข 36532

เผยแพร่เมื่อ: 31-10-2011

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

เราควรจัดการกับเนื้ออุดฮียะฮ์อย่างไร? ควรแบ่งมันออกเป็นสามส่วน หรือสี่ส่วน?.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.มันถูกกำหนดสำหรับผู้ที่ทำกุรบ่าน ในการกินเนื้อบางส่วน, ในการให้เป็นของขวัญ และให้เป็นทาน, เพราะอัลลอฮ์กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า):

“ดังนั้นพวกเจ้าจงกินเนื้อมัน และจงให้อาหารแก่ผู้ยากจนขัดสน”

[อัล-ฮัจ 22:28]

“พวกท่านก็จงบริโภคมัน และจงแจกจ่ายเป็นอาหารแก่คนที่ไม่เอ่ยขอ และคนที่เอ่ยขอ เช่นนั้นแหละเราได้ทำให้มันยอมจำนน แก่พวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจักได้ขอบคุณอัลลอฮ์”
[อัล-ฮัจ 22:36]

มันถูกรายงานจาก ซาลามะฮ์ อิบน์ อัล-อักวา (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) ว่าท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “จงกินบางส่วน, ให้บางส่วนกับผู้อื่น และเก็บไว้บางส่วน.” บันทึกโดย อัล-บูคอรี. ให้บางส่วนกับผู้อื่น รวมทั้งการให้เป็นของขวัญ สำหรับคนรวย และให้เป็นทานแก่คนยากจน.

มันถูกรายงานจาก อาอีชะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) ว่าท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “จงกินบางส่วน, เก็บบางส่วน และให้บางส่วนเป็นทาน.” บันทึกโดยมุสลิม.

บรรดานักวิชาการ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาพวกท่าน) เห็นต่างเกี่ยวกับ จำนวนที่ควรกิน และจำนวนในการให้เป็นของขวัญ และจำนวนในการให้เป็นทาน. เรื่องนี้อยู่ในขอบเขตที่กว้าง แต่ที่ดีที่สุดคือ กิน 1 ใน 3 ส่วน, ให้เป็นของขวัญ 1 ใน 3 ส่วน และให้เป็นทาน 1 ใน 3 ส่วน. ส่วนที่อนุญาตให้กิน อาจถูกเก็บไว้, แม้จะเป็นเวลานาน, ตราบใดที่มันไม่ก่อให้เกิดอันตรายจากการกินมัน, ยกเว้นในเวลาที่เกิดความอดอยาก, เวลานั้นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บมัน เกินกว่า 3 วัน, เพราะฮาดิษของซาลามะฮ์ อิบน์ อัล-อักวา (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) ซึ่งกล่าวว่า : ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ใครก็ตามในหมู่พวกท่าน ได้ทำกุรบ่าน ไม่ควรมีอะไรเหลือไว้ในบ้านหลังจากสามวัน.” ในปีต่อมา, พวกเขากล่าวว่า , “โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮ์, เราควรทำในสิ่งที่เราทำเมื่อปีที่แล้วหรือไม่?” ท่าน (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า , “กินบางส่วน, ให้บางส่วนกับผู้อื่น และเก็บบางส่วน, สำหรับปีที่แล้วนั้น ผู้คนอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และฉันต้องการให้ท่านช่วยเหลือ (คนขัดสน).” บันทึกโดยบูคอรีและมุสลิม.

เกี่ยวกับการอนุญาตให้กิน และแจกเนื้ออุดฮียะฮ์ (เนื้อกุรบ่าน) นั้น มันไม่มีความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นกุรบ่านที่ซูนัต หรือวาญิบก็ตาม, หรือไม่ว่าจะทำในนามของผู้ที่มีชีวิต หรือผู้ที่ตายไปแล้ว, หรือในการทำตามคำสั่งเสีย, เพราะผู้ที่ทำตามคำสั่งเสีย จะเข้ามาทำหน้าที่แทนผู้สั่งเสีย, และผู้ที่สั่งเสีย ก็คงจะกิน, แจกและให้เป็นทาน. และเพราะสิ่งนี้ถือเป็นธรรมเนียมในหมู่ผู้คน, และเป็นสิ่งที่ทำกันปกติ ตามที่ได้กล่าวไป.

ในกรณีของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการเชือด, หากผู้ที่มอบหมายเขา ได้อนุญาตเขา ในการกินมัน และให้มันเป็นของขวัญ และให้เป็นทาน, หรือหากมันถูกระบุโดยการเทียบเคียง หรือโดยธรรมเนียม, เขาก็ควรทำเช่นนั้น, หรือไม่ก็ เขาควรให้มันกับผู้ที่มอบหมายเขา, หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแจกเนื้อ.

มันถือว่าฮารอมในการขาย ส่วนใดก็ตามของอุดฮียะฮ์, ไม่ว่ามันจะเป็นเนื้อ หรือส่วนอื่นใดก็ตาม, รวมถึงส่วนของหนัง. และผู้ที่ทำหน้าที่เชือดไม่ควรได้รับส่วนใดๆของมัน ในการเป็นค่าตอบแทนการทำงานของเขา หรือบางส่วนของมัน, เพราะมันเหมือนกับการขาย.

แต่หากผู้ใดมอบบางส่วนของมันให้กับคนที่ทำหน้าที่เชือดเป็นของขวัญ หรือให้เป็นทาน, เขาก็อาจจะใช้มัน ตามที่เขาต้องการ, โดยการขายมัน หรือทำอย่างอื่น, แต่เขาไม่ควรขายมันให้กับผู้ที่ให้เขา.

ใส่ความเห็น