คำถาม
เมื่อลูกค้าได้ทำการซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์, เขาก็จะจ่ายเงินผ่านระบบรับชำระเงิน โดยมีให้เลือกทั้งบัตร หรือธนาคาร. ระบบชำระเงินก็จะได้รับเงินนั้น และได้ค่าธรรมเนียม 2% จากการทำธุรกรรม, จากนั้นระบบ (เว็บไซต์ของฉัน) ก็จะทำการส่งออเดอร์นั้น ไปยังผู้จัดจำหน่ายเพื่อดำเนินการต่อไป โดยอัตโนมัติ. ซึ่งมี 2 ตัวเลือก ในการทำธุรกิจระหว่างฉันกับผู้จัดจำหน่าย: 1) ให้ฉันฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้จัดจำหน่ายล่วงหน้า และเมื่อมีคำสั่งซื้อเกิดขึ้น เขาก็จะทำการแพ็คของ และจัดส่งไปให้ลูกค้า. 2) ผู้จัดจำหน่ายจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อเสร็จสิ้น, จากนั้นก็ให้ฉันชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ทีหลัง. การจัดส่งใช้เวลา 1-3 วันโดยประมาณ จากนั้นฉันจะต้องถอนเงิน จากผู้ให้บริการรับชำระเงินเพื่อรับเงินที่ลูกค้าจ่าย. อีกทางเลือกหนึ่ง เมื่อมีการชำระเงินของลูกค้า ก็จะมีตัวเลือก ใบแจ้งหนี้ในระบบรับชำระเงิน แทนการชำระเงินผ่านบัตรและธนาคาร. อย่างไรก็ตาม ใบแจ้งหนี้เป็นสัญญาระหว่าง ลูกค้า กับผู้รับชำระเงิน ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ ภายใน 14 วัน หรือโดยการผ่อนชำระ, แต่รีบาอฺ(ดอกเบี้ย) จะขึ้นอยู่ระหว่างข้อตกลงในสัญญาของทั้งสองฝ่าย. ผู้รับชำระเงิน จะให้เงินแก่ฉันเต็มจำนวน ถึงแม้ว่าลูกค้า ยังไม่เสร็จสิ้นการชำระเงินก็ตาม. ในทุกตัวเลือกนั้น สินค้าจะถูกส่งไปยังลูกค้าโดยตรง จากผู้จัดจำหน่าย เมื่อซื้อจากร้านค้าออนไลน์ของฉัน. ธุรกิจแบบนี้เป็นที่อนุญาตหรือไม่?
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ
ตามที่เราเข้าใจจากคำถามนี้, ธุรกรรมนี้ มี 4 ฝ่าย:
1. ผู้ซื้อ
2. เว็บไซต์ของคุณ
3. ผู้จัดจำหน่าย
4. ระบบรับชำระเงิน.
ดังนั้นเราจึงขอกล่าวว่า:
ประการแรก:
มันเป็นที่อนุญาตสำหรับผู้ซื้อ ในการชำระเงินผ่านระบบรับชำระเงิน, โดยเสียค่าธรรมเนียม 2% ของแต่ละธุรกรรม. สิ่งนี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนรับชำระเงิน ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียม,และมันไม่ถือเป็นความผิด.
ประการที่สอง:
มันไม่ถือเป็นที่อนุญาต ในการขายสินค้าก่อนที่จะได้ครอบครองมัน, และก่อนที่จะย้ายสินค้าออกจากสถานที่ของผู้จัดจำหน่าย, เพราะมีรายงาน ที่บันทึกโดย อัน-นาซาอี (4613), อบู ดาวูด (3503) และ อัต-ติรมีซี (1232) จาก ฮากีม อิบนฺ ฮีซาม, ได้กล่าวว่า : ฉันถามท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน): โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ, มีชายคนหนึ่งมาหาฉัน ต้องการที่จะซื้อบางอย่างที่ฉันไม่มีในครอบครอง, ฉันจึงขายให้เขา จากนั้นฉันก็ไปซื้อสิ่งนั้นให้เขาจากตลาด. ท่านกล่าวว่า : “จงอย่าขาย ในสิ่งที่ท่านไม่มีในครอบครอง.” ฮาดิษนี้ถูกจัดว่า ซอฮิฮฺ โดย อัล-บานี ในซอฮิฮฺ อัน-นาซาอี.
อัด-ดารอกุตนี และ อบูดาวูด (3499) เล่าจาก ซัยดฺ อิบนฺ ซาบิต ว่าท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) ห้ามการขายสินค้า ณ สถานที่ที่ซื้อมา, จนกว่าผู้นั้นจะย้ายสินค้ามายังพื้นที่ของเขา. ฮาดีษถูกจัดว่า ฮาซัน โดย อัลบานี ใน ซอฮิฮฺ อบี ดาวูด.
วิธีการแก้ไขปัญหา มีดังนี้:
1. สัญญากับลูกค้า ว่าคุณจะทำการซื้อสินค้า และครอบครองมัน, จากนั้นจึงขายให้กับเขา. เมื่อคุณได้ซื้อมันมา และได้ครอบครองมันแล้ว, ก็ทำรายการสั่งซื้อ และส่งสินค้านั้นให้กับเขา.
2. อนุญาตให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับผู้จัดจำหน่ายได้, ขายสินค้าให้เขาแล้วรับเงินค่าคอมมิชชั่น, หรือทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้กับผู้ซื้อ, ซื้อสินค้าให้เขาในราคาปกติ, และตกลงกันเรื่องค่าธรรมเนียมที่จะได้ จากการทำสิ่งนั้น.
3. นอกจากนี้ก็ยังมีทางเลือกที่สาม, ด้วยธุรกรรมแบบสะลัม(ซื้อขายล่วงหน้า). หมายถึงการขายสินค้าให้กับลูกค้า ด้วยการอธิบายและกำหนดไว้อย่างชัดเจน, ในลักษณะที่ไม่มีข้อพิพาท, ซึ่งคุณจะต้องส่งมอบสินค้าให้กับเขาในเวลาที่กำหนด, บนเงื่อนไขที่ว่า คุณได้รับเงินจากเขา ในตอนที่ทำสัญญากับเขา, แม้ว่าจะเป็นการฝากเงินเข้าบัญชีของคุณก็ตาม, เพราะมันก็เหมือนกับการรับมันด้วยมือ, ในเงื่อนไขของฮูก่ม. แต่มันไม่ถูกต้อง ที่เงินจะอยู่ในระบบรับชำระเงิน.
เราได้อธิบายเกี่ยวกับตัวเลือกทั้งสามไว้ในคำตอบของคำถามหมายเลข 254652.
ดังนั้น คุณจะรู้ว่าปัญหาคือ คุณไม่มีสินค้าไว้ในครอบครอง ก่อนที่จะขายมันให้กับลูกค้า.
ปัญหานี้แก้ได้ ด้วยวิธี 1 ใน 3 ของวิธีที่ได้ยกไปข้างต้น, แต่วิธีที่ 1 ไม่เหมาะกับกรณีของคุณ, เพราะคุณไม่ได้ครอบครองสินค้านั้น ก่อนที่จะขายมัน.
การทำหน้าที่เป็นตัวแทน และรับผลตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียมนั้น ถูกต้องในกรณีของคุณ, ถ้าผู้จัดจำหน่ายยอมรับมัน และให้คุณเป็นตัวแทนของเขา, โดยคุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นที่เขาจ่ายให้คุณ. แต่ในอีกกรณี, มันไม่ถูกต้องสำหรับคุณ ที่จะฝากเงินเข้าไปในบัญชีของผู้จัดจำหน่ายล่วงหน้า, เพราะคุณเป็นตัวแทนของเขา และทำหน้าที่แทนเขา; คุณไม่ได้เป็นผู้ซื้อสินค้าจากเขา.
แต่ตัวเลือกที่ 2 ที่คุณยกมานั้นถูกต้อง, ซึ่งเป็นการที่คุณถอนเงินของผู้ซื้อออกมา จากระบบชำระเงิน แล้วส่งมันไปให้ผู้จัดจำหน่าย, ในกรณีนี้ถือว่าคุณทำหน้าที่เป็นตัวแทน, สำหรับผู้จัดจำหน่าย, ด้วยการขายและรับเงินจากการขายสินค้าของเขา, หรือจากผู้ซื้อ, ด้วยการซื้อให้เขา และจ่ายเงินแทนเขา. แต่สิ่งนี้อยู่บนเงื่อนไขที่ว่า ควรมีการตกลงกัน ระหว่างคุณและผู้ที่แต่งตั้งคุณให้เป็นตัวแทน, และควรระบุค่าธรรมเนียม ในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้กับเขา.
สำหรับธุรกรรมแบบสะลัมนั้น, มันไม่ถูกต้องในกรณีของคุณ, เพราะเงื่อนไขที่อนุญาต นั่นคือ คุณต้องได้รับเงินเต็มจำนวนในตอนที่ทำสัญญา, และเงินนั้นไม่ควรอยู่ในระบบรับชำระเงิน.
สรุปแล้ว : ตราบใดที่คุณไม่มีสินค้าในครอบครอง และคุณไม่สามารถที่จะครอบครอง มันก่อนขายได้, หรือไม่สามารถได้รับเงินเต็มจำนวนจากผู้ซื้อ, คุณก็ทำได้เพียง ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้จัดจำหน่าย.
ประการต่อมา:
ที่คุณยกมา เกี่ยวกับการผ่อนชำระของลูกค้าผ่านระบบรับชำระเงินนั้น ไม่เป็นที่อนุญาต, และมันตกอยู่ในรีบาอฺ ตามที่คุณได้ยกมา, เพราะถ้าคนๆหนึ่งได้ชำระเงิน ในนามของผู้ซื้อ, จากนั้นก็ขอรับชำระเงินเพิ่มจากผู้ซื้ออีก, สิ่งนี้ถือเป็นรีบาอฺ.
สิ่งที่ได้รับอนุญาตคือ ลูกค้าจ่ายเงินให้เขา (ตัวแทน), แล้วเขาก็สามารถส่งเงินนั้นไปให้ผู้จัดจำหน่าย, จากนั้นก็ รับคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทน; ในกรณีดังกล่าว เขาจะทำหน้าที่เป็นตัวแทน และได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าธรรมเนียม, ตามที่ได้กล่าวไป.
ดูคำตอบในคำถามหมายเลข. 102744.
และอัลลอฮฺรู้ดีที่สุด.