แปลจากคำถามหมายเลข 59925

เผยแพร่เมื่อ : 07-10-2004

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

พวกเราอยู่ในรัฐอิสลาม ในเอเชียตอนใต้, ที่ซึ่งรัฐบาลบอกให้อีหม่าม ละหมาดตามมัซฮับชาฟีอี. เราสามารถตามหลังผู้ตักลีดเหล่านี้ได้หรือไม่? โปรดรู้ไว้ว่า พวกเขากูนูตในละหมาดฟัจร์ เพราะพวกเขาเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นเป็นซุนนะฮ์์ และพวกเขาจะทำการซูญูดซะฮ์วี หากว่าพวกเขาลืมอ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.ประการแรก:

มันไม่ถือเป็นซุนนะฮ์ ในการอ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์ทุกเวลา. เราได้อธิบายไว้แล้วในคำตอบของคำถามหมายเลข.20031 และ 5459.

ประการที่สอง:

การละหมาดตามอีหม่ามซึ่งอ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์นั้นถือว่าใช้ได้, แต่ถ้ามีผู้ที่ไม่อ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์ทุกเวลา, มันก็ถือเป็นการดีกว่าที่จะละหมาดตามหลังเขา, เพื่อเป็นการปฏิบัติตามซุนนะฮ์.

ชัยคุลอิสลาม อิบน์ ตัยมียะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับปัญหาอิจตีฮาด ซึ่งนักวิชาการมีความเห็นที่แตกต่างกัน, อย่างเช่น กูนูตในละหมาดฟัจร์และวิตร์:

บรรดานักวิชาการยอมรับว่า ถ้าคนๆหนึ่งทำทั้งสอง, การละหมาดของเขาถือว่าใช้ได้ และไม่มีบาปสำหรับเขา, แต่พวกเขามีความขัดแย้งกัน [?] ว่าแบบไหนถือเป็นการดีกว่า และแบบไหนคือสิ่งที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้เคยทำไว้. เกี่ยวกับปัญหาในเรื่องการอ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์และวิตร์, ปัญหาเกี่ยวกับการอ่านบิสมิลละฮ์เสียงดัง, และปัญหาเกี่ยวกับคำพูด ที่ใช้ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ และอื่นๆ … พวกเขายอมรับกันว่าถ้าคนๆหนึ่งกล่าวบิสมิลละฮ์เสียงดัง, การละหมาดของเขาถือว่าใช้ได้, และถ้าคนๆหนึ่งกล่าวเงียบๆ การละหมาดของเขาก็ถือว่าใช้ได้เช่นเดียวกัน; และถ้าคนๆหนึ่งอ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์ การละหมาดของเขาก็ถือว่าใช้ได้ และหากเขาไม่อ่านมัน การละหมาดก็ถือว่าใช้ได้, และในละหมาดวิตร์ก็เช่นเดียวกัน.

ท่านยังกล่าวอีกว่า (23/115):

จากที่เราได้ยกไป มันชัดเจนว่า กูนูตนั้นถูกอ่านเวลามีภัยอันตราย… บางคนกล่าวว่ามันเป็นส่วนที่จำเป็นของการละหมาด ซึ่งอาจมีการชดเชยด้วยการซูญูดซะฮ์วี โดยมีพื้นฐานจากความคิดที่ว่า มันถือเป็นซุนนะฮ์ ซึ่งจะต้องทำในทุกเวลา, เหมือนกับตะชะฮูด และอื่นๆ. แต่มันชัดเจนว่าไม่ใช่; มันไม่ใช่ซุนนะฮ์ที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ, และไม่ต้องซูญูดซะฮ์วีในกรณีที่ไม่ได้ทำมัน. หากบางคนเชื่อว่ามันถือเป็นซุนนะฮ์ทั่วไป โดยมีพื้นฐานจากการอิจตีฮาดของตัวเอง สิ่งนี้ถือว่าปกติ, เช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ ของปัญหาอิจตีฮาด. ดังนั้นผู้ละหมาดตามหลังอีหม่าม ควรตามอีหม่ามของเขา ในประเด็นปัญหาอิจตีฮาด. ดังนั้นถ้าอีหม่ามอ่านกูนูต เขาก็ควรอ่านมันร่วมกับอีหม่าม, และถ้าอีหม่ามไม่อ่านกูนูต เขาก็ไม่ควรอ่านมัน. ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “อีหม่ามถูกแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติตาม.” และท่านกล่าวว่า: “จงอย่าแตกต่างจากอีหม่ามของท่าน.” และมันถูกพิสูจน์ใน อัล-ซอฮิฮ์ ซึ่งท่านกล่าวว่า : “พวกเขานำละหมาดท่าน; หากพวกเขาทำถูก (รางวัล) ก็จะเป็นของท่านและพวกเขา, และถ้าพวกเขาทำผิด, (รางวัล) ก็เป็นของท่าน และ (บาป) ก็เป็นของพวกเขา.”

ชัยค์ อิบน์ อูซัยมีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ถูกถามว่า : เรามีอีหม่ามที่อ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์ทุกเวลา; เราควรตามเขาหรือไม่? เราควรจะกล่าวอามีนในดูอากูนูตของเขาหรือไม่?

ท่านตอบว่า:

ใครก็ตามที่ละหมาดตามหลังอีหม่าม ที่อ่านกูนูตในละหมาดฟัจร์, ก็ให้เขากูนูตในละหมาดฟัจร์ตามอีหม่าม, และกล่าวอามีนในดูอากูนูตของเขา. สิ่งนี้ถูกระบุโดย อีหม่าม อะฮ์มัด (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน).

มัจมุอ์’ ฟาตาวา อิบน์ ‘อูซัยมีน, 14/177

คณะกรรมการถาวรถูกถามว่า : มันถือเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ในการละหมาดตามหลังอีหม่าม ที่ปล่อยแขนไว้ข้างตัวในละหมาดของเขา และอ่านกูนูตทุกครั้งในร็อกอะฮ์สุดท้ายของละหมาดฟัจร์?

พวกเขาตอบว่า : การวางมือขวาบนมือซ้ายในละหมาดนั้น ถือเป็นซุนนะฮ์, และการปล่อยแขนไว้ข้างๆนั้น ตรงข้ามกับซุนนะฮ์. การอ่านกูนูตทุกครั้งในร็อกอะฮ์สุดท้ายของละหมาดฟัจร์, นั้นมีบางส่วนของมัซฮับมาลีกี และมัซฮับชาฟีอีได้ปฏิบัติ, มันถือว่าตรงข้ามกับซุนนะฮ์ เพราะไม่มีข้อพิสูจน์ว่าท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ทำมัน. ค่อนข้างที่ท่านจะอ่านกูนูตในเวลาที่มีภัยอันตราย, และท่านได้เคยอ่านกูนูตในละหมาดวิตร์. หากอีหม่ามปล่อยแขนของเขาไว้ข้างๆในตอนละหมาด และอ่านกูนูตทุกครั้งในละหมาดฟัจร์, ตามที่กล่าวในคำถาม, ผู้ที่มีความรู้ก็ควรจะแนะนำเขา และตักเตือนเขาให้ปฏิบัติตามซุนนะฮ์. หากเขาตอบรับ, ก็อัลฮัมดูลิลละฮ์, แต่ถ้าเขาปฏิเสธ และเป็นไปได้ที่จะเสนอให้ละหมาดญามาอะฮ์ตามหลังคนอื่น, คุณก็ควรละหมาดตามหลังคนอื่นที่ยึดมั่นในซุนนะฮ์. แต่ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ คุณก็ควรละหมาดตามหลังเขา เพื่อรักษาญามาอะฮ์ไว้. การละหมาดถือว่าใช้ได้ทั้งสองกรณี.

ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮ์ อัด-ดาอีมะฮ์, 7/366

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น