คำถาม
พวกเราเป็นชาวอเมริกาเหนือ ซึ่งอาศัยในเมืองบาร์เซโลน่า. พวกเราจะต้องออกซะกาตอย่างไร?.
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ.
มันได้รับการพิสูจน์จากศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ว่าท่านได้สั่งใช้ให้มุสลิมออกซะกาต อัล-ฟิตร์, จำนวน 1 ศออ์’ ของอินทผาลัม หรือจำนวน 1 ศออ์ ของข้าวบาร์เลย์, และท่านได้สั่งใช้ว่า จะต้องให้ซะกาตก่อนที่ผู้คนจะออกไปละหมาดอีดกัน.ใน อัล-ซอฮีฮีน มันถูกรายงานว่า อะบู ซะอีด อัล-คุดรี (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : ในสมัยของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) พวกเราเคยให้จำนวน 1 ศออ์ ของอาหาร, หรือจำนวน 1 ศออ์ของอินทผาลัม, หรือจำนวน 1 ศออ์ของข้าวบาร์เลย์, หรือจำนวน 1 ศออ์ของลูกเกด.
นักวิชาการบางท่านตีความคำว่า “อาหาร” (ตออาม) ในฮะดีษนี้ ว่าหมายถึงข้าวสาลี; ท่านอื่นๆตีความว่า มันหมายถึงอาหารหลักของแต่ละประเทศ, หมายถึงอะไรก็ตาม, ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาลี, ข้าวโพด, ลูกเดือยหรืออะไรก็ตาม. นี่คือทัศนะที่ถูกต้อง, เพราะซะกาตนั้นถือเป็นความช่วยเหลือจากคนรวยสู่คนจน, และมุสลิมไม่สามารถที่จะช่วยเหลือกันได้ นอกจากอาหารหลักของประเทศพวกเขา. ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ข้าวคืออาหารหลัก ในดินแดนของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง (ซาอุดีอาระเบีย) และมันถือเป็นอาหารที่ดี และมีคุณค่า; มันถือว่าดีกว่าข้าวบาร์เลย์ ที่กล่าวถึงในข้อความ. ดังนั้นจึงรู้กันว่าไม่ถือเป็นความผิด ในการออกซะกาตอัลฟิตร์ด้วยข้าว.
ที่จะต้องได้รับคือ 1 ศออ์ของชนิดอาหารหลัก, นั่นคือ, 1 ศออ์ของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน), คือ 4 กอบมือเต็มๆ แต่ละกอบมือก็คือการใช้ทั้งสองมือ(ในการตัก-ผู้แปลเป็นไทย), ตามที่ระบุ ในอัล-กอมูส และที่อื่นๆ. ในมาตรวัดการชั่งสมัยใหม่ สิ่งนี้เทียบได้ประมาณ 3 กิโลกรัม. หากมุสลิมคนหนึ่ง ให้ข้าวจำนวน 1 ศออ์ หรืออาหารหลักชนิดอื่นของประเทศของเขา, นั่นก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แม้ว่ามันไม่ใช่หนึ่งในชนิดอาหาร ที่ถูกยกในฮะดีษ, ตามทัศนะที่ถูกต้องกว่า จากสองทัศนะของนักวิชาการ. ไม่ถือว่าเป็นความผิด ในการให้โดยเทียบน้ำหนัก, ซึ่งก็คือ ประมาณ 3 กิโลกรัม.
ซะกาต อัล-ฟิตร์นั้น จำเป็นต้องออกสำหรับมุสลิมทุกคน, คนหนุ่ม และคนแก่, ผู้ชาย และผู้หญิง, คนที่เป็นไทและคนที่เป็นทาส. ส่วนทารกในครรภ์นั้น, ไม่ถือว่าวาญิบ ในการออกซะกาตสำหรับเขา ตามมติเอกฉันท์ของนักวิชาการ, แต่มันถือเป็นที่ส่งเสริม, เพราะท่านอุษมาน (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) ได้ปฏิบัติไว้.
มันยังถือเป็นวาญิบ ในการออกซะกาตก่อนละหมาดอีด, และมันไม่อนุญาตที่จะทำให้มันล่าช้า จนกระทั่งหลังละหมาดอีด. มันไม่ถือเป็นความผิด ในการที่จะออกซะกาต 1 หรือ 2 วันก่อนวันอีด. ดังนั้นจึงเป็นที่รู้กันว่า เวลาที่เร็วที่สุด ที่มันจะถูกออก, ตามทัศนะที่ถูกต้องกว่า จากสองทัศนะของนักวิชาการ, คือคืนที่ 28 ของเดือนรอมาดอน, เพราะในหนึ่งเดือนอาจจะมี 29 หรือ 30 วัน. บรรดาสหายของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้เคยออกซะกาต 1 หรือ 2 วันก่อนอีด.
ผู้ที่ควรได้รับซะกาตคือ คนยากจนและคนขัดสน. มันถูกพิสูจน์ว่า อิบน์ อับบาส (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) กล่าวว่า : ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กำหนดซะกาตอัลฟิตร์ เพื่อเป็นการทำให้บริสุทธิ์ สำหรับผู้ที่ถือศีลอด จากสิ่งที่ไร้สาระ และคำพูดที่หยาบคาย, และเพื่อเลี้ยงอาหารแก่คนยากจน. ใครก็ตามที่ให้มันก่อนละหมาด, มันก็คือซะกาตอัลฟิตร์, และใครก็ตามที่ให้มันหลังละหมาด, มันก็ถือเป็นการบริจาค. สิ่งนี้ถูกรายงานจาก อะบู ดาวูด และให้สถานะฮาซัน โดย อัล-อัลบานี ในซอฮิฮ์อะบี ดาวูด.
มันไม่ถือเป็นที่อนุญาต ที่จะจ่ายมันด้วยเงิน, ตามทัศนะส่วนใหญ่ของนักวิชาการ; ทัศนะนี้มีหลักฐานที่แข็งแรงกว่า. ค่อนข้างที่จะต้องออกซะกาตด้วยอาหาร, ตามที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและคามจำเริญจากอลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) และบรรดาสหายของท่าน (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจพวกท่าน) ได้ทำไว้. สิ่งนี้ยังถือเป็นทัศนะส่วนใหญ่ของอุมมะฮ์. เราขอต่ออัลลอฮ์ให้ช่วยเหลือพวกเรา และบรรดามุสลิมทั้งหมด ในการเข้าใจศาสนาอย่างถูกต้อง และยึดมั่นมันไว้อย่างมั่นคง, และในการนำทางพวกเรา, สำหรับพระองค์ผู้ทรงใจกว้าง, และมีเมตตาที่สุด.
มัจมุอ์’ ฟาตาวา อัล-ชัยค์ อิบน์ บาส, 14/200.
นี่คือการประมาณของ ชัยค์ อิบน์ บาส (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน), ซึ่งถือว่า น้ำหนักของซะกาตอัลฟิตร์นั้น ประมาณ 3 กิโลกรัม.
สิ่งนี้ยังเป็นการประมาณของนักวิชาการ ของคณะกรรมการถาวรฯ อีกด้วย (9/371).
ชัยค์ อิบน์ อุษัยมีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ได้ประมาณไว้เป็นกรัม นั่นคือ 2100 กรัม, ตามที่กล่าวไว้ใน ฟาตาวา อัล-ซะกาฮ์, หน้า. 274-276.
ความคลาดเคลื่อนนี้เกิดขึ้นเพราะ ศออ์ นั้น ถือเป็นการวัดปริมาตร, ไม่ใช่น้ำหนัก.
นักวิชาการคิดออกมาเป็นน้ำหนัก เพื่อให้มันง่ายขึ้นในการออกซะกาต. มันเป็นที่รู้กันว่า น้ำหนักของแต่ละธัญพืชนั้นต่างกัน; บางอย่างก็เบา บางอย่างก็หนัก, และบางอย่างก็กลางๆ. ในความเป็นจริง น้ำหนักของ 1 ศออ์ ของธัญพืชชนิดเดียวกัน ก็อาจจะต่างกัน, และธัญพืชใหม่ก็จะหนักกว่าธัญพืชเก่า. ดังนั้นถ้าผู้คนทำผิดพลาดไปในด้านความระมัดระวัง และให้มันมากกว่า, นั่นก็ถือเป็นการดีกว่า.
ดูใน อัล-มุฆนี, 4/168, ที่กล่าวถึงสิ่งที่คล้ายกัน เกี่ยวกับการออกนิศอบของพืช ด้วยน้ำหนัก.
และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.