แปลจากคำถามหมายเลข 37683

แปลจากคำถามหมายเลข : 17-11-2002

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

มีมุสลิมจำนวนหนึ่ง ในช่วงเดือนรอมาดอน พวกเขาจะอ่านอัลกุรอ่าน และเมื่อได้อ่านจบเล่ม จะเรียกกันว่า “ฮาตัม” สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติของผู้คนในอินเดีย.สิ่งที่ฉันอยากทราบคือ “ฮาตัม” ถือเป็นซุนนะฮฺหนึ่งของท่านเราะซูลหรือไม่??หรือมันถือเป็นบิดอะฮฺ??. การ “ฮาตัม” นั้น อีหม่ามมักจะเป็นผู้ทำ,ซึ่งเขาจะอ่านดุอาลงไปในอาหาร ซึ่งจะมีการกิน และแจกจ่ายให้กับผู้คน. โปรดให้คำตอบด้วย เพราะสิ่งนี้ถูกทำขึ้น เมื่อมีผู้เสียชีวิต และในทุกๆเย็นวันพฤหัส.หากมีฮาดิษเกี่ยวกับการทำสิ่งนี้ โปรดยกมาให้ฉันด้วย?.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ.ดุอาสำหรับการอ่านอัลกุรอ่านจบเล่ม ในลักษณะที่ถูกถาม ถือเป็นการอุตริกรรมที่น่ารังเกียจ (บิดอะฮฺ), ซึ่งไม่เคยถูกทำโดยท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน) หรือโดยบรรดาซะลัฟผู้ทรงธรรม (ขออัลลอฮฺทรงพอใจพวกท่าน). หากมันเป็นสิ่งที่ดี, พวกเขาก็ย่อมที่จะทำมันก่อนเรา.

มีรายงานจากซะลัฟ ในการทำการดุอาหลังอ่านอัลกุรอ่านจบเล่ม, ซึ่งไม่มีบทดุอาที่เจาะจง หรือวิธีการที่เฉพาะเจาะจงในการทำมัน. ดังนั้น เมื่อมุสลิมได้อ่านอัลกุรอ่านจบเล่ม, ไม่ว่าจะเป็น ในเดือนรอมาดอน หรือเดือนใดก็ตาม, มันถือเป็นที่ส่งเสริมให้ทำสำหรับเขา ในการยกมือและเรียกอัลลอฮ์, ขอต่อพระองค์ในสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนี้และปรโลก.

ชัยค์ อิบน์ บาส (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) ได้ถูกถามว่า :

มีดุอาที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่ เมื่อได้อ่านอัลกุรอ่านจบเล่ม?

ท่านตอบว่า :

มันไม่มีหลักฐาน ว่ามีดุอาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับสิ่งนี้ เท่าที่ฉันทราบ. ดังนั้นมันจึงเป็นที่อนุญาตสำหรับคนๆหนึ่ง ในการทำการดุอา ตามที่เขาต้องการ และในการเลือกการวิงวอนที่เป็นประโยชน์ เช่นการขอดุอาให้ได้รับการอภัยโทษ, การขอให้ได้เข้าสวรรค์ และการขอให้รอดพ้นจากไฟนรก, ขอต่ออัลลอฮ์ให้รอดพ้นจากฟิตนะฮ์ (สิ่งยั่วยุ, ภัยพิบัติ), ขอให้มีความเข้าใจในอัลกุรอ่าน ขอต่ออัลลอฮ์ในลักษณะนั้น และในการปฏิบัติตามมัน และในการจดจำมัน, ฯลฯ., เพราะมีหลักฐานจากอะนัส (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) เคยรวมตัวกับครอบครัวของท่าน เมื่อได้อ่านอัลกุรอ่านจบเล่ม และได้ทำการขอดุอา.

มัจมุอ์’ ฟาตาวา อิบน์ บาส, 11/358.

เกี่ยวกับการอ่านมันลงไปในอาหาร และแจกจ่ายมัน, และทำมันเมื่อมีคนตาย และในวันพฤหัส, ทั้งหมดนี้ถือเป็นบิดอะฮ์ (อุตริกรรม).

ท่านศานทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้สั่งใช้เรา ในการปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของท่าน และแนวทางของคอลีฟะฮ์แห่งทางนำ, และท่านได้สั่งห้ามเรา ในการทำอุตริกรรมในศาสนา. ท่านได้บอกเราว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลงผิด, และบิดอะฮ์นั้นจะถูกปฏิเสธ และถูกโยนกลับไปยังผู้ที่ได้ทำมัน, และเขาจะไม่ได้รับรางวัลจากการทำมัน.

อาบู ดาวุด (4607) รายงานจาก อัล-อิรบาด อิบน์ ซารียะฮ์ ว่าท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ใครก็ตามในหมู่พวกท่าน มีชีวิตอยู่หลังจากที่ฉันได้จากไป จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างใหญ่หลวง. ฉันขอสั่งใช้พวกท่านให้ปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของฉัน และแนวทางของคอลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรม. ยึดมั่นในมันอย่างมั่นคง. และจงระวังสิ่งใหม่ในศาสนา, ทุกๆสิ่งใหม่ในศาสนาถือเป็นบิดอะฮ์, และทุกๆบิดอะฮ์นั้นนำไปสู่การหลงผิด.” ให้สถานะซอฮิฮ์โดย อัล-อัลบานี ใน ซอฮิฮ์ อาบี ดาวุด, 3851.

ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ใครก็ตามที่ทำในสิ่งที่ไม่สอดคล้อง กับเรื่องของเรา (อิสลาม) สิ่งนั้นจะถูกปฏิเสธ.” บันทึกโดย มุสลิม, 1718.

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น