
แปลจากคำถามหมายเลข 180503
แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ
คำถาม
มันเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ในการมอบเนื้อจากการทำอุฎฮิย์ยะฮ์ (กุรบาน, กุรบ่าน) ให้กับเพื่อนบ้านที่ไม่ใช่มุสลิม? ฉันหวังว่าคุณจะตอบคำถามของฉันตามกุรอานและซุนนะฮ์พร้อมด้วยหลักฐาน ฉันมีผู้ร่วมงานชาวคริสต์ที่ปฏิเสธการรับเนื้ออุฎฮิย์ยะฮ์จากฉัน และเขากล่าวว่า เพราะคัมภีร์ไบเบิลที่พวกเขามีนั้น ไม่อนุญาตพวกเขาให้ทำเช่นนั้น
คำตอบโดยสรุป
ไม่มีความผิดสำหรับการมอบเนื้ออุฎฮิย์ยะฮ์ให้กับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพวกเขาเป็นญาติ หรือเพื่อนบ้าน หรือคนยากจน
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ศาสนทูตของอัลลอฮ์
ไม่มีความผิดสำหรับ การมอบเนื้ออุฎฮิย์ยะฮ์ให้กับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพวกเขาเป็นญาติ หรือเพื่อนบ้าน หรือคนยากจน
สิ่งนี้ถูกบ่งชี้โดยโองการที่อัลลอฮ์ ตะอาลา กล่าว (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า) :
“อัลลอฮ์ไม่ได้ห้ามพวกเจ้า ในการปฏิบัติอย่างยุติธรรมและเมตตา ต่อบรรดาผู้ที่ไม่ได้ต่อต้านพวกเจ้าในเรื่องศาสนา และไม่ได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากบ้านของพวกเจ้า แท้จริง อัลลอฮ์นั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ปฏิบัติอย่างยุติธรรม” (อัลมุมตะฮะนะฮ์ 60:8)
การมอบเนื้ออุฎฮิย์ยะฮ์ให้กับพวกเขานั้น เข้าข่ายการปฏิบัติอย่างยุติธรรมและเมตตาต่อพวกเขา ซึ่งอัลลอฮ์ได้อนุญาตพวกเราให้ทำได้
มุญาฮิดได้รายงานว่า แกะตัวหนึ่งถูกเชือดสำหรับอับดุลลอฮ์ อิบน์อัมร์ โดยสมาชิกในครอบครัวของเขา และเมื่อเขาได้มา เขาก็กล่าวว่า : คุณได้มอบมันบางส่วนให้กับเพื่อนบ้านชาวยิวของพวกเราแล้วหรือยัง คุณได้มอบมันบางส่วนให้กับเพื่อนบ้านชาวยิวของพวกเราแล้วหรือยัง? เพราะฉันได้ยินศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “ญิบรีลได้กำชับฉันอย่างต่อเนื่อง ในการปฏิบัติต่อเพื่อนบ้านอย่างเมตตา จนกระทั่งฉันคิดว่า เขาจะทำให้เพื่อนบ้านมีสิทธิ์รับมรดกได้” (บันทึกโดยอัตติรมิษี (1943) ให้สถานะเศาะเฮียห์โดย อัลอัลบานี)
อิบน์กุดามะฮ์ กล่าวว่า :
“มันเป็นที่อนุญาตในการมอบบางส่วนของมันให้กับผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ เพราะมันเป็นการบริจาคที่สมัครใจ ซึ่งสามารถมอบมันให้กับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมที่อยู่ภายใต้กฎหมายของมุสลิม และผู้ที่เป็นเชลยสงครามได้ เช่นเดียวกับการบริจาคภาคสมัครใจอื่น ๆ” (อัลมุฆนี 9/450)
ในฟะตาวา อัลลัจญ์นะฮ์ อัดดาอิมะฮ์ (11/424) กล่าวว่า :
“มันเป็นที่อนุญาตสำหรับพวกเรา ในการมอบเนื้ออุฎฮิย์ยะฮ์ให้กับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม ที่มีสนธิสัญญากับชาวมุสลิม และผู้ที่เป็นเชลยสงคราม และมันเป็นที่อนุญาตในการมอบมันให้เขา บนฐานที่เขาเป็นคนยากจน หรือเป็นญาติ หรือเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อโน้มเอียงหัวใจของพวกเขามาสู่อิสลาม เนื่องจากความหมายทั่วไปของโองการของอัลลอฮ์ ตะอาลา ที่กล่าว (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า) :
“อัลลอฮ์ไม่ได้ห้ามพวกเจ้า ในการปฏิบัติอย่างยุติธรรมและเมตตา ต่อบรรดาผู้ที่ไม่ได้ต่อต้านพวกเจ้าในเรื่องศาสนา และไม่ได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากบ้านของพวกเจ้า แท้จริง อัลลอฮ์นั้นทรงรักบรรดาผู้ที่ปฏิบัติอย่างยุติธรรม” (อัลมุมตะฮะนะฮ์ 60:8)
และเนื่องจากศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้สั่งใช้ อัสมาอ์ บินต์อะบีบักร์ (ขออัลลอฮ์พอใจเธอ) ในการรักษาความสัมพันธ์กับแม่ของเธอ ด้วยการมอบเงินให้นาง ในตอนที่นางยังเป็นมุชริก ในช่วงที่สงบศึก”
ชัยค์อิบน์บาซ (ขออัลลอฮ์เมตตาท่าน) กล่าวว่า :
“เกี่ยวกับผู้ปฏิเสธศรัทธา ที่ไม่ได้อยู่ในสถานะทำสงครามกับพวกเรา อย่างเช่น ผู้ที่ได้รับการคุ้มครองโดยชาวมุสลิม หรือผู้ที่อยู่ภายใต้กฎหมายของชาวมุสลิม เขาก็สามารถรับเนื้ออุฎฮิย์ยะฮ์ และการบริจาคภาคสมัครใจอื่น ๆ ได้” (มัจญ์มัวอ์ ฟะตาวา อิบน์บาซ 18/48)
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุฎฮิย์ยะฮ์ โปรดดูในคำตอบของคำถามหมายเลข : 36432 , 36755 , 36651 , และ 36663
และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด