แปลจากคำถามหมายเลข 97530

เผยแพร่เมื่อ : 24-05-2007

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

อะไรคือฮูก่มของการใช้บัตรเครดิต (บัตรวีซ่า) จากธนาคารระบบอิสลาม, ที่รู้กันว่า มันไม่มีดอกเบี้ย ถึงแม้ว่า ไม่ได้ชำระเงิน ภายในเวลาที่กำหนดก็ตาม. พวกเขาเก็บเพียงค่าธรรมเนียมรายปีเท่านั้น.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ.

มันถือเป็นที่อนุญาตในการใช้บัตรเครดิต ที่ไม่มีสิ่งที่ถูกห้ามตามหลักชารีอะฮฺ, เช่น การเก็บดอกเบี้ยสำหรับการจ่ายเงินที่ล่าช้า, หรือเก็บเปอร์เซ็นต์สำหรับการถอนเงิน, เพราะสิ่งนี้ อยู่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า รีบาอฺ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ฮารอม. แต่ถ้าธนาคารเก็บค่าธรรมเนียมในการออกบัตร หรือในการต่ออายุบัตร เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับบริการนี้, และครอบคลุมเฉพาะราคาของบริการเหล่านี้, ก็ไม่ถือเป็นความผิด.

สภาฟิกฮฺอิสลาม ได้ออกแถลงการณ์ – ลำดับที่. 108 (2/12) – เกี่ยวกับบัตรเครดิตที่ไม่ครอบคลุม , และฮูก่มเกี่ยวกับ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยธนาคาร.

ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้ :

สภาฟิกฮฺอิสลามนานาชาติ, ซึ่งเป็นขององค์กรการประชุมอิสลาม, วาระที่สิบแปด ในกรุงริยาด, ราชอาณาจักร ซาอุดีอาระเบีย ตั้งแต่วันที่ 25 เดือนญามาดิล อาเคร ปี ฮ.ศ.1421 จนถึงต้นเดือนรอญับ ฮ.ศ.1421 (23-28 กันยายน ค.ศ.2000).

ตามคำแถลงของสภา ลำดับที่. 5/6/1/7 ในหัวข้อตลาดการเงิน และบัตรเครดิต, มันถูกตัดสิน เพื่อให้คำตอบที่ชัดเจน ตามหลักชารีอะฮฺ เกี่ยวกับบัตรเครดิต และฮูก่มของบัตรเหล่านี้ ในวาระที่ตามมา.

และอ้างถึง คำแถลงของสภา ในวาระที่สิบ ลำดับที่. 102/4/10 ในหัวข้อบัตรเครดิตที่ไม่ครอบคลุม.

หลังจากฟังการพิจารณาในหัวข้อนี้ โดยฟุกอฮะฮฺ และนักเศรษฐศาสตร์ , ก็ได้กล่าวถึงคำนิยามของ บัตรเครดิตที่ไม่ครอบคลุม ตามที่ระบุไว้ในคำแถลง ลำดับที่. 63/1/7, ตามคำนิยามนี้ บัตรเครดิตที่ไม่ครอบคลุม คือ เอกสารทางการเงิน ที่ออกโดยผู้ออกเอกสาร (ธนาคารผู้ออก) ให้บุคคล หรือบริษัท (ผู้ถือบัตร) บนพื้นฐานของสัญญาที่ว่า มอบอำนาจให้ผู้ถือ ใช้ซื้อสินค้า หรือบริการ จากบริษัทที่ยอมรับบัตรนั้น โดยไม่ต้องจ่ายตรงจุด (โดยไม่ต้องจ่ายด้วยเงินตัวเองทันที-ผู้แปลเป็นไทย) เพราะผู้ที่ออกบัตรเครดิต จะต้องจ่ายเงินตามสัญญา (ผู้ออกบัตรจะเป็นคนจ่ายก่อน-ผู้แปลเป็นไทย), และเงินที่ชำระนั้นมาจากบัญชีของผู้ออกบัตร ,จากนั้นการชำระเงินนี้จะถูกเรียกเก็บจากผู้ถือบัตรภายหลังในช่วงเวลาปกติ. ผู้ออกบัตรบางราย เรียกเก็บดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระ หลังจากระยะเวลาหนึ่ง นับจากวันที่เรียกเก็บเงิน, และบางรายก็ไม่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ย.

(สภา) ได้ให้ข้อตัดสิน ดังนี้:

ประการแรก: มันไม่ถือเป็นที่อนุญาต ในการออกบัตรเครดิตที่ไม่ครอบคลุม ถ้ามีเรื่องดอกเบี้ยระบุไว้, แม้ว่าผู้สมัคร ตั้งใจที่จะชำระเงินภายในระยะเวลาฟรีก็ตาม (จ่ายในเวลาที่กำหนด เพื่อที่จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย-ผู้แปลเป็นไทย).

ประการที่สอง: มันถือเป็นที่อนุญาต ในการออกบัตรที่ไม่ครอบคลุม ถ้าไม่มีเงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ย จากเงินกู้เดิม.

จากที่กล่าวไปข้างต้น:

(a)มันถือเป็นที่อนุญาต สำหรับผู้ออกบัตร ในการที่จะเก็บค่าธรรมเนียม เมื่อออกบัตรหรือต่ออายุบัตร, เพราะมันถือเป็นค่าบริการ

(b)มันถือเป็นที่อนุญาต สำหรับธนาคารที่ออกบัตร ในการรับค่าคอมมิชชั่น จากบริษัท ที่ยอมรับบัตรนี้ และขายมันด้วยการรับชำระเงินจากบัตรนี้, โดยมีเงื่อนไขว่า บริษัทนั้นขายสินค้าด้วยบัตรเครดิต ด้วยราคาที่เท่ากันกับการขายด้วยเงินสด.

ประการที่สาม: การถอนเงินสดโดยผู้ถือบัตรนั้น คือการกู้เงินจากผู้ออกบัตร, และมันไม่ถือเป็นความผิด ในมุมมองของอิสลาม ตราบใดที่มันไม่มีดอกเบี้ย. การกำหนดค่าธรรมเนียม ที่ไม่ได้มีฐานมาจากจำนวนของเงินกู้ จะไม่ถือว่าเป็นดอกเบี้ย.

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้, เช่น ถ้าค่าใช้จ่ายเกินจำนวนที่กำหนดไว้ เพื่อครอบคลุมค่าบริการ, ถือว่าฮารอม เพราะมันถือเป็นรีบาอฺ ที่ถูกห้ามตามหลักชารีอะฮฺ, ตามที่ถูกแถลงโดยสภา ในรายงานหมายเลข 13 (10/2) และ 13 (1/3).

ประการที่สี่: มันไม่ถือเป็นที่อนุญาต ในการซื้อทอง และแร่เงิน หรือสกุลเงิน ด้วยบัตรที่ไม่ครอบคลุม. จบการอ้าง.

และอัลลอฮฺรู้ดีที่สุด.

ใส่ความเห็น