คำถาม
ฉันเป็นชายหนุ่มอายุ 21 ปี และอินชาอัลลอฮ์ ปีหน้าฉันจะแต่งงาน.
คำถามของฉันคือ, ฉันต้องการที่จะทราบ ถึงวิธีการวางแผนงานแต่งงาน, ฉันหมายถึงว่า การนิกะฮ์ควรปฏิบัติอย่างไร, ฉันสามารถเชิญผู้คนได้กี่คน มันมีจำนวนจำกัดหรือไม่, ฉันสามารถมีดนตรี , มีการเต้นในระหว่างงานแต่งงานของฉัน หรือระหว่างการรับ หรือวาลีมะฮ์ ได้หรือไม่. และฉันยังต้องการทราบอีกว่า, ใครมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำนิกะฮ์ และวาลีมะฮ์, เป็นหน้าที่ของเจ้าสาว, หรือเจ้าบ่าวเจ้าสาว.
ฉันต้องการทราบคำตอบเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่ฉันจะได้แจ้งกับครอบครัว และอินชาอัลลอฮ์ ฉันจะนำไปใช้ในชีวิตของฉัน, เพื่อที่อัลลอฮ์จะได้มอบความจำเริญให้กับฉัน และงานแต่งงานของฉัน.
ครอบครัวของฉันนั้นมาจาก XXX จึงมีการปรากฏซึ่งธรรมเนียมต่างมากมาย.
คำตอบ
มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.
เมื่อมุสลิมคนหนึ่งต้องการให้การแต่งงานของเขานั้นสมบูรณ์, มีหลายสิ่งที่ถูกส่งเสริมให้กระทำในซุนนะฮ์:
- เขาควรปฏิบัติต่อเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนและสุภาพ, เช่นการเสนอเครื่องดื่มให้กับนาง และอื่นๆ, เพราะ ฮาดิษที่รายงานโดย อัสมาอ์’ บินต์ ยาซีด อิบน์ อัซ-ซะกัน, ซึ่งกล่าวว่า : “ฉันได้เตรียมอาอีชะฮ์ ในฐานะเจ้าสาว เมื่อนางได้แต่งงานกับท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน). ฉันได้มาหาท่าน และเชิญท่านเพื่อดูนาง (โดยเปิดเผยใบหน้าของนาง). ดังนั้นท่านจึงมา และนั่งลงข้างๆนาง, และนมถ้วยใหญ่ก็ถูกนำมาให้กับท่าน. ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ดื่มบางส่วน, จากนั้นก็เสนอมันให้กับนาง, แต่นางก็ได้ก้มหัวของนางลง และรู้สึกเขินอาย. ฉันดุนาง และกล่าวว่า : ‘จงรับมันจากมือของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน).’ ดังนั้น นางจึงรับมัน และได้ดื่มเล็กน้อย, จากนั้นท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ก็กล่าวกับนางว่า , ‘จงมอบบางส่วนให้กับเพื่อนของเจ้า (หมายถึงตัวท่านเอง).’”
(บันทึกโดย อีหม่ามอะฮ์มัด และให้สถานะซอฮิฮ์ โดย อัลอัลบานี)เขาควรวางมือของเขา บนศีรษะของเจ้าสาวของเขา และดุอาอ์ให้นาง, โดยกล่าวว่า “บิสมิลละฮ์” และขอความบารอกะฮ์ (ความจำเริญ), โดยกล่าวคำที่ถูกรายงานในฮาดิษ ที่รายงานโดย อับดุลลอฮ์ อิบน์ อัมร์ อิบน์ อัล-อาส, ซึ่งกล่าวว่า ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “เมื่อคนหนึ่งในหมู่พวกท่านแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง หรือได้ซื้อทาสคนหนึ่ง, เขาจงกล่าวว่า : ‘อัลลอฮุมมาอินนี อัซอาลูกา ค็อยรอฮา วาค็อยรอมา ญะบัลตาฮา อะลัยฮี วะอาอูซูบีกา มินชัรรีฮา วามินชัรรีมา ญะบัลตาฮา อะลัยฮี (اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَهَا وَخَيْرَ مَا جَبَلْتَهَا عَلَيْهِ وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهَا وَمِنْ شَرِّ مَا جَبَلْتَهَا عَلَيْهِ) (โอ้อัลลอฮ์, ฉันขอต่อพระองค์ถึงความดีของนาง และความดีที่พระองค์ได้สร้างในตัวนาง, และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ จากความชั่วร้ายของนาง และความชั่วร้ายที่พระองค์ได้สร้างในตัวนาง).’” อบู ดาวูด กล่าวว่า อบู ซะอีด ได้เพิ่มเติมว่า : “จากนั้นให้เขาจับหน้าผากของนาง และดุอาอ์ขอความบะรอกะฮ์ จากผู้หญิงคนนี้ หรือทาสคนนี้.”
(บันทึกโดย อบูดาวูด ใน อัซซูนัน, กีตาบ อันนิกาฮ์, บาบ ฟี ญามิ อันนิกะฮ์; ให้สถานะฮาซัน ในซอฮิฮ์ อัลญามิ, หมายเลข. 341)เขาควรละหมาดสองร็อกอะฮ์กับนาง, โดยนำละหมาดนาง, เพราะสิ่งนี้ถูกรายงาน ว่าเป็นการกระทำของชาวสลัฟ (บรรพชนยุคแรก). มีสองรายงานเกี่ยวกับสิ่งนี้. (1) จาก อบู ซะอีด, ทาสที่ถูกปลดปล่อย ของ อบู อุซัยด์, ซึ่งระบุว่า ซอฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่งของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้สอนเขา และบอกเขาว่า : “เมื่อภรรยาของท่านได้เข้ามาหาท่าน, จงละหมาดสองร็อกอะฮ์ และขอต่ออัลลอฮ์ สำหรับความดีของสิ่งที่มาหาท่าน, และขอความคุ้มครองต่อพระองค์ จากความชั่วร้ายของมัน.” (2) จาก ชะกีก, ซึ่งกล่าวว่า : “ชายคนหนึ่งได้เรียก อบู ฮารีซ มา และกล่าว (ไปยัง อับดุลลอฮ์ อิบน์ มัสอูด, ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน) ว่า : ‘ฉันได้แต่งงานกับเด็กสาวบริสุทธิ์คนหนึ่ง, แต่ฉันกลัวว่านางจะเกลียดฉัน.’ อับดุลลอฮ์ กล่าวว่า : ความรักนั้นมาจากอัลลอฮ์ และความเกลียดชังนั้นมาจากชัยตอน, ผู้ที่ต้องการให้ท่านเกลียด ในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้อนุญาต. เมื่อนางได้มาหาท่าน, จงบอกนางให้ละหมาดสองร็อกอะฮ์ข้างหลังท่าน.’”
(สองรายงานเหล่านี้ถูกรายงานโดย อิบน์ อบี ชัยบะฮ์ ; ดูใน อาดาบ อัซซะฟาฟ โดย อัลอัลบานี).เมื่อเขาต้องการทำให้การแต่งงานนั้นสมบูรณ์ (มีเพศสัมพันธ์), เขาควรกล่าวคำที่ถูกรายงาน ในฮาดิษที่ถูกรายงานโดย อิบน์ อับบาส (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่านและพ่อของท่านด้วย) จากท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ซึ่งกล่าวว่า : “เมื่อคนใดในหมู่พวกท่าน ต้องการเข้าหา (มีเพศสัมพันธ์) กับภรรยาของเขา, หากเขากล่าวว่า : ‘บิสมิลลาฮี อัลลอฮุมมา ญันนิบนัช ชัยตอน วะญันนิบิช ชัยตอน มารอซักตานา (بِسْمِ اللَّهِ اللَّهُمَّ جَنِّبْنَا الشَّيْطَانَ وَجَنِّبْ الشَّيْطَانَ مَا رَزَقْتَنَ) (ด้วยพระนามของอัลลอฮ์, โอ้อัลลอฮ์, โปรดปกป้องเราจากชัยตอน และปกป้องสิ่งที่ท่านจะมอบให้กับเราจากชัยตอน)’ – จากนั้นหากพวกเขาได้ลูก, ชัยตอนจะไม่ทำอันตรายมัน.”
(บันทึกโดย อัลบุคอรี, ฟัตฮ์, หมายเลข. 3271)(สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม, ดูใน อาดาบ อัซซะฟาฟ โดย อัลอัลบานี, หน้า. 91)
ไม่มีการจำกัดจำนวนแขก ที่สามารถเชิญในงานเลี้ยงแต่งงาน (วะลีมะฮ์), ดังนั้น จงชวนใครก็ตามที่คุณต้องการ จากญาติของคุณ, ญาติเจ้าสาว, เพื่อนของคุณ และใครก็ตาม ที่คุณมีเหตุผลที่ดีในการชวน.
มันไม่ได้รับอนุญาตในอิสลาม ในการทำสิ่งที่ฮารอม อย่างเช่น การมีดนตรี, การปล่อยให้ผู้ชายและผู้หญิงปะปนกัน, หรือการปล่อยให้ผู้หญิงเต้น ต่อหน้าผู้ชาย, หรือสิ่งอื่นที่นำมาซึ่งความโกรธกริ้วของอัลลอฮ์. ความจำเริญจากอัลลอฮ์ จะถูกแลกเปลี่ยน กับการไม่เชื่อฟังและการทำผิดศีลธรรม ได้อย่างไร? ในงานแต่งงาน, ผู้หญิงสามารถทำสิ่งใดก็ตาม ที่ได้รับอนุญาตในอิสลาม, อย่างเช่น การร้องเพลงที่เป็นที่ยอมรับ ด้วยกับคำพูดที่ดี หรือการสร้างความบันเทิงในหมู่พวกนาง ด้วยการเล่นดัฟ (กลองชนิดหนึ่ง, คล้ายกับแทมบูรีน โดยไม่มีสิ่งที่เขย่าแล้วมีเสียง) เท่านั้น, ตราบใดที่ไม่มีผู้ชายปรากฏอยู่.
การจัดงานเลี้ยงแต่งงาน (วาลีมะฮ์) เป็นความรับผิดชอบของสามี. ซุนนะฮ์คือ การเชือดแกะหนึ่งตัว หรือมากกว่านั้น สำหรับแขก, หากเขามีความสามารถ, ตามที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวไปยัง อับดุลเราะฮ์มาน อิบน์ เอาฟ์ ว่า, “จงจัดงานเลี้ยงแต่งงาน, แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแกะตัวหนึ่งก็ตาม.”
(บันทึกโดย อัลบุคอรี, อัลฟัตฮ์, หมายเลข. 2048).เราขอต่ออัลลอฮ์ให้พรท่าน และเจ้าสาวของท่าน และมอบให้กับท่าน ซึ่งชีวิตแต่งงานที่มีความสุข.
ที่มา : เชค มูฮัมมัด ซอลิฮ์ อัลมุนัจญิด
Comments