แปลจากคำถามหมายเลข 2572

เผยแพร่เมื่อ : 21-11-1998

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

ฉันได้อ่านฮาดิษเกี่ยวกับท่านศาสนทูต ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน ได้อนุญาตผู้ชายในการมองผู้หญิง ก่อนตัดสินใจ ว่าจะแต่งงานกับนางหรือไม่. คำถามของฉันคือ, สิ่งที่แน่นอน ที่คนๆหนึ่งได้รับอนุญาตให้มองอย่างแน่นอนคืออะไร?
เขาได้รับอนุญาตให้มองผมของนาง (ทั้งศีรษะ) หรือไม่?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

อิสลามได้สั่งใช้เราให้ลดสายตาลงต่ำ และห้ามการมองไปยังผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮ์รอม. สิ่งนี้ก็เพื่อทำให้จิตวิญญาณของผู้คนนั้นบริสุทธิ์ และปกป้องเกียรติของพวกเขา. อย่างไรก็ตาม, ก็มีข้อยกเว้นบางประการ ซึ่งมันได้รับอนุญาตในการมองไปยังผู้หญิงที่ไม่ใช่มะฮ์รอม ด้วยเหตุผลของความจำเป็น, หนึ่งในนั้นคือในกรณีของการขอแต่งงาน, เพราะเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการตัดสินใจ ที่มีผลกระทบต่อชีวิตของคนๆหนึ่ง. มีข้อความซึ่งระบุว่า มันเป็นที่อนุญาตในการมองไปยังคู่หมั้น (ผู้ที่จะขอแต่งงาน), ดังนี้:

  1. จาก ญาบิร อิบน์ อับดุลลอฮ์: “ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : ‘หากคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน เสนอจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง, หากเขาสามารถมองไปยังนาง เพื่อดูสิ่งที่จะสนับสนุนเขา ให้ดำเนินการต่อ และแต่งงานกับนาง, เขาก็จงทำเช่นนั้น.’ ฉันได้เสนอแต่งงานไปยังหญิงสาวคนหนึ่ง, และฉันเคยซ่อนตัวในที่ๆฉันจะมองเห็นนาง, จนกระทั่งฉันได้เห็นสิ่งที่สนับสนุนฉัน ให้ดำเนินการต่อและแต่งงานกับนาง, ดังนั้นฉันจึงทำเช่นนั้น.’” ตามรายงานอื่นเขากล่าวว่า, ‘หญิงสาวคนหนึ่งของบานีซาลามะฮ์. ฉันเคยซ่อนตัวจากนาง, จนกระทั่งฉันเห็นสิ่งที่สนับสนุนฉัน เพื่อดำเนินการต่อ และแต่งงานกับนาง, ดังนั้นฉันจึงทำเช่นนั้น.”

(ซอแฮะฮ์ อบีดาวูด, หมายเลข. 1832, 1834)

จากอบูฮูร็อยเราะฮ์: “ฉันอยู่กับท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) เมื่อชายคนหนึ่งได้มา และบอกกับท่านว่า เขาได้แต่งงานกับหญิงชาวอันซ็อร. ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวกับเขาว่า, ‘ท่านเคยเห็นนางหรือไม่?’ เขากล่าวว่า, ‘ไม่.’ ท่านกล่าวว่า, ‘จงไปมองนาง, เพราะมีบางอย่างในสายตาของชาวอันซ็อร.”

(บันทึกโดยมุสลิม, หมายเลข. 1424; และโดย อัดดารอกุตนี, 3/253 (34))

จาก อัลมุฆีเราะฮ์ อิบน์ ชุอ์บะฮ์: “ฉันได้เสนอแต่งงานไปยังผู้หญิงคนหนึ่ง, และท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : ‘ท่านเคยเห็นนางหรือไม่?’ ฉันกล่าวว่า, ‘ไม่.’ ท่านกล่าวว่า, ‘จงมองไปยังนาง, เพราะมันเหมาะสมมากกว่า ที่ความรักและความเข้ากันได้ จะเกิดขึ้นระหว่างท่าน.’” ตามรายงานอื่น: “ดังนั้นเขาจึงทำเช่นนั้น, และเขาได้แต่งงานกับนาง และถูกกล่าวถึงว่า พวกเขาเข้ากันได้.”

(บันทึกโดย อัดดารอกุตนี, 3/252 (31, 32); อิบน์ มาญะฮ์, 1/574)

จากซะฮ์ล อิบน์ ซะอ์ด (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน): “หญิงคนหนึ่งได้มาหาท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) และกล่าวว่า : “โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์, ฉันมาเพื่อเสนอตัวต่อท่าน (ในการแต่งงาน).” ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) มองไปยังนางอย่างใกล้ชิด, จากนั้นท่านก็ก้มหัวของท่านลง. เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นว่า ท่านไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับนาง, นางก็นั่งลง. หนึ่งในซอฮาบะฮ์ของท่านได้ยืนขึ้น และกล่าวว่า, โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์, หากท่านไม่ต้องการนาง, ก็จงแต่งงานนางกับฉัน…’”

(บันทึกโดย อัลบุคอรี, 7/19; มุสลิม, 4/143; อันนิซาอี, 6/113 บิ ชัรฮ์ อัซซูยูตี; อัลบัยฮะกี, 7/84)

คำกล่าวของนักวิชาการเกี่ยวกับขอบเขต ซึ่งคนๆหนึ่งอาจมองไปยังคู่หมั้น (ผู้ที่จะขอแต่งงาน) ได้

อัชชาฟีอี (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : “หากเขาต้องการแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง, เขาไม่ได้รับอนุญาตให้มองนาง โดยที่ไม่มีผ้าคลุมศีรษะ. เขาอาจมองไปยังใบหน้าของนาง และมือทั้งสอง เมื่อเธอได้ปิดศีรษะ, โดยที่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้รับอนุญาตจากนางก็ตาม. อัลลอฮ์กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า): ‘… และจงอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกนาง ยกเว้นสิ่งที่เปิดเผยได้…’ [อันนูร 24:31]. ท่านกล่าวว่า: ‘ใบหน้าและฝ่ามือ.’”

(อัลฮาวี อัลกะบีร, 9/34).

อีหม่าม อันนะวะวี กล่าวไว้ใน เราดอต อัตตอลีบีน วะอุมดัต อัลมุฟตีน (7, 19-20): “เมื่อ (ชายคนหนึ่ง) ต้องการแต่งงาน (ผู้หญิงคนหนึ่ง), มันถือเป็นการดีกว่า (มุสตะฮับ) สำหรับเขาในการมองไปยังนาง เพื่อที่เขาจะได้ไม่เสียใจ. ตามทัศนะอื่นคือ, มันไม่ได้ดีกว่า แต่มันได้รับอนุญาต. ทัศนะแรกนั้นถูกต้องอันเนื่องมาจากฮาดิษ, และมันเป็นที่อนุญาตในการมองซ้ำๆ, โดยได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาตจากนางก็ตาม. หากมันไม่ใช่เรื่องง่ายในการมองไปยังนาง, เขาอาจส่งผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อไปตรวจสอบนาง และอธิบายเกี่ยวกับนางให้เขาฟัง. ผู้หญิงคนหนึ่งก็อาจมองไปยังผู้ชายคนหนึ่งได้ หากนางต้องการแต่งงานกับเขา, เพื่อที่นางจะได้ชอบเขา เหมือนที่เขาชอบนาง. สิ่งที่ได้รับอนุญาตสำหรับเขาในการมอง คือใบหน้า และมือทั้งสอง, ข้างหน้าและข้างหลัง. เขาไม่ควรมองไปยังสิ่งอื่น.”

อบู ฮานีฟะฮ์ ได้อนุญาต การมองไปยังเท้าทั้งสอง เช่นเดียวกับใบหน้าและฝ่ามือ.

(บิดายะฮ์ อัลมุจตาฮิด วะ นิฮัยยัต อัลมุกตะซิด, 3/10)

“มันเป็นที่อนุญาตในการมองไปยังใบหน้า, มือทั้งสองและเท้าทั้งสอง, และไม่มากไปกว่านั้น.” อิบน์ รุชด์ ยังได้อ้างมันข้างต้นอีกด้วย.

ในบรรดารายงานของมัซฮับ อีหม่าม มาลิก มีดังนี้:

  1. เขาอาจมองไปยังใบหน้าและมือทั้งสองเท่านั้น.
  2. เขาอาจมองไปยังใบหน้า, มือทั้งสองและปลายแขน​เท่านั้น.

รายงานจำนวนหนึ่งถูกบันทึกจาก อีหม่ามอะฮ์มัด (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน), หนึ่งในนั้นกล่าวว่า เขาอาจมองไปยังใบหน้า และปลายแขน.

รายงานที่สองกล่าวว่า เขาอาจมองไปยังสิ่งที่มักจะเห็น อย่างเช่น คอ, น่องและอื่นๆ.

สิ่งนี้ถูกอ้างถึงโดย อิบน์ กุดามะฮ์ ใน อัลมุฆนี (7/454), อีหม่าม อิบนุลก็อยยิม อัลเญาซียะฮ์ ใน ตัซฮีบ อัซสุนัน (3/25-26), และ อัลฮาฟิซ​อิบน์ ฮาญัร ในฟัตฮุลบารี (11/78)… ทัศนะที่เชื่อถือได้ ในตำราของฮันบาลี คือทัศนะที่สอง.

ดังกล่าวข้างต้น, มันชัดเจนว่า นักวิชาการส่วนใหญ่ กล่าวว่า ชายคนหนึ่ง ได้รับอนุญาตในการมอง ใบหน้า และมือทั้งสอง ของคู่หมั้น (ผู้ที่จะแต่งงาน) ของเขา, เพราะใบหน้านั้น บ่งบอกถึงความสวย หรือความอัปลักษณ์, และมือทั้งสองนั้น บ่งบอกถึงความผอม และความอวบ (ความสมบูรณ์) ของร่างกาย.

อบุล ฟะร็อจ อัลมักดีซี กล่าวว่า : “ไม่มีข้อถกเถียงในหมู่นักวิชาการ ว่าเขาได้รับอนุญาตในการมองไปยังใบหน้า.. จุดที่เน้นของความสวย และเป็นที่ๆคนมอง.”

ฮูก่มของการสัมผัสคู่หมั้น (ผู้ที่จะแต่งงาน) หรือการอยู่ตามลำพังกับนาง

อัซซัยลาอี (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า : “มันไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับเขาในการสัมผัสใบหน้า หรือมือทั้งสองของนาง – แม้ว่าจะมั่นใจว่า สิ่งนี้จะไม่กระตุ้นอารมณ์ก็ตาม – เพราะนางยังคงเป็นที่ฮารอมสำหรับเขา, และไม่มีความจำเป็นสำหรับเขาในการทำเช่นนั้น.” ใน ดุร็อร อัลบัยฮัร มันกล่าวว่า : “มันไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับกอดี, พยาน หรือคู่หมั้น ในการสัมผัสนาง, แม้ว่าพวกเขาจะมั่นใจว่า สิ่งนี้จะไม่กระตุ้นอารมณ์ก็ตาม, เพราะไม่มีความจำเป็นสำหรับสิ่งนั้น…”

(ร็อด อัลมุฮ์ตาร อลัล ดุร อัลมุคตาร, 5/237)

อิบน์ กุดามะฮ์ กล่าวว่า : “มันไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับเขา ที่จะอยู่ตามลำพังกับนาง, เพราะนางเป็นที่ต้องห้าม และอิสลามได้อนุญาตเขาในการมองเท่านั้น, ดังนั้น คุลวะฮ์ (การอยู่ตามลำพังกับนาง) ยังคงเป็นที่ต้องห้าม, และเนื่องจากไม่มีความแน่นอนว่า จะไม่มีสิ่งต้องห้ามเกิดขึ้น หากเขาอยู่ตามลำพังกับนาง, ตามที่ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : ‘ไม่มีการอยู่ตามลำพังระหว่างชายหญิง, เว้นแต่ชัยตอนจะเป็นบุคคลที่สามที่ปรากฏขึ้น.’ เขาไม่ควรมองไปยังนาง ด้วยกับตัณหา (มีอารมณ์ทางเพศ) และลักษณะที่น่าสงสัย. อะฮ์มัดกล่าว, ในรายงาน ที่บันทึกโดย ซอและฮ์, ‘เขาอาจมองไปยังใบหน้า, แต่ไม่ใช่ในลักษณะที่มีตัณหา.’ เขาอาจมองซ้ำๆ, และตรวจสอบความสวยของนาง, เพราะเป้าหมายนั้น ไม่สามารถบรรลุได้ด้วยกับวิธีอื่น.”

การอนุญาตให้มองของคู่หมั้น (ผู้ที่จะแต่งงาน)

ชายคนหนึ่งได้รับอนุญาตในการมองผู้หญิง ที่เขาต้องการจะขอแต่งงาน, แม้ว่าจะปราศจากการอนุญาตและการรับรู้ของนางก็ตาม. นี่คือสิ่งที่ระบุโดย ฮาดิษซอแฮะฮ์.

อัลฮาฟิซ อิบน์ฮาญัร กล่าวไว้ใน ฟัตฮุลบารี (9/157): “นักวิชาการส่วนใหญ่กล่าวว่า : เขาได้รับอนุญาตในการมองไปยังนาง โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากนาง.”

นักวิชาการฮาดิษ เชคมูฮัมมัด นาซีรุดดีน อัลอัลบานี ได้กล่าวไว้ใน อัซซิลซีลัต อัซซอฮีฮะฮ์ (1/156), เป็นการสนับสนุนทัศนะนี้ : “หลักฐานที่คล้ายกันนั้น มีให้เห็นในคำพูดของท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ในฮาดิษ, ‘แม้ว่านางจะไม่ได้รับรู้ก็ตาม.’ สิ่งนี้ถูกสนับสนุนโดย การกระทำของซอฮาบะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจพวกท่าน), ตามซุนนะฮ์, อย่างเช่น มูฮัมมัด อิบน์ มุสลิมะฮ์ และญาบิร อิบน์ อับดุลลอฮ์, ทั้งสองได้เคยซ่อนตัวเพื่อดูคู่หมั้นของพวกเขา ซึ่งจะสนับสนุนพวกเขา ให้ดำเนินการต่อและแต่งงาน…”

บันทึก :

เชคอัลอัลบานี ยังกล่าวอีกว่า (เรื่องเดิม, หน้า. 156):

“จาก อนัส อิบน์ มาลิก (ขออัลลอฮ์ทรงพอใจท่าน)” ‘ท่านศาสนทูต (ขอความสันติและพรจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ต้องการแต่งงานกับหญิงคนหนึ่ง, ดังนั้นเขาจึงส่งผู้หญิงไปดูตัวนาง และกล่าวว่า, “จงดมปากนาง (ฟันหน้า) และดูด้านหลังของข้อเท้าของนาง.”

(บันทึกโดย อัลฮากิม, 2/166, ซึ่งกล่าวว่ามันซอแฮะฮ์ ตามเงื่อนไขของท่านมุสลิม, และอัซซะฮะบี ก็เห็นด้วยกับท่าน. และยังถูกบันทึกโดย อัลบัยฮะกี, 7/87. ใน มัจมะอ์’ อัซซะวาอิด (4/507) ท่านกล่าวว่า, ‘”บันทึกโดย อะฮ์มัด และอัลบัซซาร, และคนของอัลบัซซารนั้นซิกอต.”)

ใน มุฆนี อัลมุฮ์ตาจ (2/128) มันกล่าวว่า : “สิ่งที่พวกเราเข้าใจจากรายงานนี้คือ ผู้ที่ถูกส่งไป อาจอธิบายกับผู้ที่ส่งนางไป ได้มากกว่าสิ่งที่เขาอาจจะเห็น, ดังนั้น การส่งคนไปดูตัวเช่นนี้นั้น บรรลุผลมากกว่าแค่การมอง (ด้วยตัวเอง).”

และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด.

 

ที่มา : เชคมูฮัมมัด ซอและฮ์ อัลมุนัจญิด

ใส่ความเห็น