แปลจากคำถามหมายเลข 45042

เผยแพร่เมื่อ : 05-07-2005

แปลโดย อับดุลฮากิม หามะ


คำถาม

ในปีที่ผ่านมา, ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ได้เสนอวิธีหนึ่ง คือการขายสินค้าแบบผ่อนชำระ, จากนั้นผู้ซื้อก็จะขายสินค้าให้กับบุคคลที่สาม ด้วยกับเงินสด. วิธีนี้เป็นที่อนุญาตหรือไม่?.

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์.

ธุรกรรมนี้เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักวิชาการว่า ตะวัรรุก, ซึ่งมาจากคำว่า อัล-วะริก, หมายถึง แร่เงิน, เพราะคนๆหนึ่งที่ซื้อสินค้านั้น เพียงแค่ซื้อมันเพื่อเป้าหมายในดิรฮัม (เหรียญเงินในอดีต) เท่านั้น (ซื้อเพราะต้องการเงิน ไม่ใช่ตัวสินค้า-ผู้แปลเป็นไทย).

บรรดานักวิชาการมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับฮูก่มของธุรกรรมนี้.

นักวิชาการส่วนใหญ่มีทัศนะว่า มันเป็นที่อนุญาต, เพราะความหมายทั่วไปของอายะฮ์ ซึ่งอัลลอฮ์กล่าวว่า (ซึ่งแปลความหมายได้ว่า):

“แต่อัลลอฮ์ได้อนุญาตการซื้อขาย”

[อัล-บะเกาะเราะฮ์ 2:275]

และเพราะดูเหมือนจะไม่มีเจตนาใดๆ ในการยุ่งเกี่ยวกับริบาอ์ และไม่มีแนวคิดของรีบาอ์ในกรณีนี้. จบการอ้าง.

อัล-เมาซูอะฮ์ อัล-ฟิกฮิยยะฮ์, 14/148

และเพราะผู้ซื้อ ได้ซื้อสินค้า ทั้งเพื่อประโยชน์จากตัวสินค้าเอง หรือเพื่อประโยชน์จากราคาของมัน.

นี่คือทัศนะที่ถูกเลือกโดยนักวิชาการ ของคณะกรรมการถาวร, และโดย เชค อิบน์ บาซ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาพวกท่านทั้งหมด).

มันถูกกล่าวใน ฟาตาวา อัล-ลัจนะฮ์ อัด-ดาอีมะฮ์ (13/161):

ประเด็นของ การตะวัรรุกนั้น อยู่ภายใต้การถกเถียงของนักวิชาการ, แต่ทัศนะที่ถูกต้องคือมันเป็นที่อนุญาต. จบการอ้าง.

ชัยค์ อิบน์ บาซ กล่าวว่า:

เกี่ยวกับประเด็นของการตะวัรรุก, มันไม่ใช่ริบาอ์ และทัศนะที่ถูกต้องคือ มันเป็นที่อนุญาต, เพราะความหมายทั่วไปของหลักฐาน และเพราะมันทำให้ง่าย ในการบรรเทา และช่วยให้ผู้คนตอบสนองกับความต้องการในปัจจุบันของเขาได้. สำหรับคนๆหนึ่งที่ขายมัน ให้กับผู้ที่ขายมันให้เขาในตอนแรก , สิ่งนี้ไม่เป็นที่อนุญาต, ค่อนข้างที่สิ่งนี้จะเป็นธุรกรรมที่มีฐานของริบาอ์, ซึ่งถูกเรียกว่า อัยนะฮ์. สิ่งนี้ฮารอม เพราะมันเป็นกลอุบายที่มีเป้าหมายในการหลีกเลี่ยงข้อห้ามของรีบาอ์. จบการอ้าง.

มัจมุอ์ ฟาตาวา อิบน์ บาซ, 19/245

ชัยคุลอิสลาม อิบน์ ตัยมียะฮ์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) มีทัศนะว่าธุรกรรมนี้ (การขายแบบตะวัรรุก-ผู้แปลเป็นไทย) นั้นฮารอม. ดูใน อัล-ฟาตาวา อัล-กุบรอ, 5/392

ชัยค์ อิบน์ อุซัยมีน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) นำทัศนะกลางๆมาใช้, และกล่าวว่ามันเป็นที่อนุญาต, ภายใต้เงื่อนไขบางประการ.

ท่านได้กล่าว ใน รีซาละฮ์ อัล-มูดายานะฮ์:

ประเภทที่ห้า (ของการกู้) คือการที่คนๆหนึ่งต้องการเงิน แต่ไม่สามรถหาใครที่จะให้เงินยืมแก่เขา, ดังนั้นเขาจึงทำการซื้อสินค้าด้วยการผ่อนชำระจากคนๆหนึ่ง, จากนั้นก็ขายมันให้กับอีกคน, ซึ่งเป็นคนละคนกับคนที่ขายให้เขาในตอนแรก. สิ่งนี้คือประเด็นของการตะวัรรุก.

บรรดานักวิชาการ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาพวกท่าน) เห็นต่างกันว่า มันเป็นที่อนุญาตหรือไม่. บางคนของพวกเขากล่าวว่า มันเป็นที่อนุญาต เพราะหากคนๆหนึ่งได้ซื้อสินค้าหนึ่ง เพราะเขาต้องการตัวสินค้า หรือเขาต้องการในราคาของมัน (จากการขายมัน), ทั้งสองต่างก็เป็นเป้าหมายที่ใช้ได้.

นักวิชาการบางท่านกล่าวว่า มันไม่เป็นที่อนุญาต, เพราะมีเป้าหมายในการได้รับดิรฮัมสำหรับดิรฮัม, และสินค้านั้นเข้ามาระหว่าง เป็นวิธีในการทำให้ธุรกรรมเป็นที่อนุญาต, และการทำให้สิ่งฮารอมเป็นที่อนุญาตด้วยวิธีการอื่น ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย. และท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า : “การกระทำนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา, และแต่ละคนจะไม่ได้รับสิ่งใดเว้นแต่สิ่งที่เขาเจตนา.”

ทัศนะที่ว่าตะวัรรุกเป็นที่ฮารอม นั้นถูกเลือกโดย ชัยคุลอิสลาม อิบน์ ตัยมียะฮ์, และมันถูกบันทึกใน รายงานหนึ่งจากอีหม่ามอะฮ์มัด.

ตามรายงานของ อบู ดาวูด, อีหม่ามอะฮ์มัด นับว่ามันเป็นหนึ่งในประเภทของ ธุรกรรมแบบ อัยนะฮ์, ตามที่ถูกรายงานโดย อิบนุลก็อยยิม ใน ตัซฮีบ อัซ-ซูนัน, 5/801.

แต่ในแง่ของความต้องการของผู้คนในปัจจุบัน และการขาดผู้ให้ยืมเงิน, เราควรกล่าวว่ามันเป็นที่อนุญาต, ภายใต้เงื่อนไขบางประการ.

1-บุคคลผู้นั้นมีความจำเป็นทางการเงิน; หากเขาไม่มีความจำเป็นในทางการเงิน ก็ไม่เป็นที่อนุญาต, เช่นเดียวกันกับผู้ที่ใช้วิธีนี้เพื่อให้เงินยืมแก่คนอื่น.

2-ผู้นั้นไม่ควรเป็นผู้ที่สามารถได้รับเงิน ในวิธีอื่นๆที่เป็นที่อนุญาต, อย่างเช่นการยืม. หากเขาสามารถได้รับเงิน ในวิธีอื่นๆ, วิธีนี้ก็ไม่เป็นที่อนุญาต เพราะเขาไม่มีความจำเป็นสำหรับมัน.

3-สัญญานั้นไม่ควรรวมสิ่งใด ที่คล้ายคลึงกับรูปแบบของรีบาอ์, เช่นการกล่าวว่า, “ฉันขายสิ่งนี้ให้คุณ, ซึ่งราคาสิบ, สำหรับสิบเอ็ด” และอื่นๆ. หากมันถูกรวมกับสิ่งนั้น ก็จะถือว่ามักรุฮ์ หรือฮารอม. มันถูกรายงานว่า อีหม่าม อะฮ์มัด กล่าวว่า เกี่ยวกับการซื้อขายดังกล่าว : อย่างเช่น หากว่ามันคือดิรฮัม สำหรับดิรฮัม, มันก็ไม่ถูกต้อง. นี่คือทัศนะของอีหม่ามอะฮ์มัด. บนฐานนี้, วิธีที่ถูกต้องคือผู้ให้ยืมนั้น รู้มูลค่าของสินค้า และจำนวนกำไรที่เขาจะได้รับ, จากนั้นก็กล่าวกับผู้ยืมว่า : ฉันจะขายมันให้คุณ เท่านั้นเท่านี้, โดยมีกำหนดหนึ่งปี.

4-ผู้ยืมไม่ควรขายมัน จนกว่าเขาจะได้ครอบครองมัน และย้ายมันไปยังพื้นที่ของเขาก่อน, เพราะท่านศาสนทูต (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) ได้ห้ามการขายสินค้า ก่อนที่ผู้ขายจะย้ายมันไปยังพื้นที่ของเขาก่อน.

หากมีสี่เงื่อนไขเหล่านี้ครบ, ทัศนะที่ว่าตะวัรรุกเป็นที่อนุญาต ก็จะถูกนำมาใช้, เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คน.

มันควรทราบว่า มันไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับผู้ยืม ในการขายมันให้กับผู้ให้ยืม ด้วยราคาที่ต่ำกว่าที่เขาซื้อมันมา ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม, เพราะสิ่งนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ ธุรกรรมแบบอัยนะฮ์. จบการอ้าง.

*อธิบายเพิ่มเติมจากผู้แปลเป็นไทย

การซื้อขายแบบ อัยนะฮ์ คือ การที่ผู้ให้ยืมเงินขายสินค้าให้กับผู้ยืมแบบผ่อนชำระ จากนั้นผู้ยืมก็ขายสินค้านั้นให้กับผู้ให้ยืมในราคาที่ต่ำกว่าตอนแรกด้วยเงินสด ตัวอย่างเช่น นายเอขายโทรศัพท์ให้นายบี 1000 บาทโดยสัญญาจะผ่อนชำระให้นายเอเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 10 เดือน จากนั้นในขณะที่นายบียังไม่ได้จ่ายเงินนายเอเลยสักบาท หรือจ่ายแล้วบางส่วน นายบีก็ได้ขายสินค้านั้นคืนให้นายเอในราคา 900 บาทโดยนายเอจ่ายเป็นเงินสดทันที ทำให้ตอนนี้เท่ากับว่า นายบีได้รับเงิน 900 บาทจากนายเอ และติดหนี้นายเออยู่ 1000 บาท ซึ่งความจริงแล้ว มันคือการยืมเงิน 900 บาท แต่สัญญาจะจ่ายคืน 1000 บาท (ธุรกรรมนี้ฮารอม)

การซื้อขายแบบ ตะวัรรุก คือ การที่ผู้ให้ยืมเงินขายสินค้าให้กับผู้ยืมแบบผ่อนชำระ จากนั้นผู้ยืมก็ขายสินค้านั้นให้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้ให้ยืม ด้วยเงินสด ตัวอย่างเช่น นายเอขายโทรศัพท์ให้นายบี 1000 บาทโดยสัญญาจะผ่อนชำระให้นายเอเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 10 เดือน จากนั้นนายบีก็นำโทรศัพท์ไปขายให้กับนายซี ในราคา 900 บาท ด้วยกับเงินสด ทำให้ตอนนี้นายบีได้รับเงิน 900 บาท และติดหนี้นายเออยู่ 1000 บาท (ธุรกรรมนี้คีลาฟว่าฮารอมหรือไม่ ตามรายละเอียดในฟัตวานี้)

ทั้งสองธุรกรรมต่างกันเพียงแค่ อัยนะฮ์ขายต่อให้กับผู้ให้ยืม และตะวัรรุกขายต่อให้กับคนอื่น*

ใส่ความเห็น